เปิดรับสมัคร ยืนยันจัดสัมมนาหลักสูตรสัมมนาAI for Warehouse Management:ยกระดับงานคลังสินค้าด้วยAIและWeb App26 มิถุนายน 2569
เป้าหมายเชิงธุรกิจของหลักสูตร:
ปรับมุมมองการใช้ AIในการทำงานให้สอดคล้องกับการแข่งขันในโลกโลจิสติกส์ยุคใหม่
ลดงานเอกสารซ้ำซ้อน งานตรวจสอบข้อมูล และงานรายงานที่ใช้เวลามากในงานคลังสินค้าและขนส่ง
เพิ่มความถูกต้องของข้อมูลสินค้า สต็อก เอกสาร และสถานะการขนส่ง
ยกระดับความสามารถของบุคลากรในการใช้ AIช่วยคิด วิเคราะห์ สรุป และสนับสนุนการตัดสินใจ
สร้างแนวทางและ use caseเริ่มต้นที่ต่อยอดได้จริงในสายงานคลังสินค้า ควบคุมสินค้าคงคลัง ขนส่ง
ดูแลลูกค้า และงานด้านความปลอดภัย
ตัวชี้วัดหลังอบรม:
ตัวชี้วัดในส่วนนี้แบ่งออกเป็น 2 ระดับ เพื่อให้เห็นทั้งผลที่เกิดกับผู้เรียนในชั้นอบรม และผลที่สามารถติดตามต่อได้หลังนำไปใช้จริงในหน่วยงาน
1) ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เข้าอบรม
อธิบายบทบาทของ AIต่อการพัฒนาการทำงานในธุรกิจโลจิสติกส์ยุคใหม่ได้
ระบุปัญหางานที่เหมาะกับการนำ AIไปใช้ในหน่วยงานของตนเองได้
ใช้AIช่วยสรุปข้อมูล ตรวจทานเอกสาร หรือช่วยวิเคราะห์งานได้อย่างน้อย 1 กรณี
เสนอแนวทางปรับปรุงงานด้วย AIที่สอดคล้องกับหน้าที่ของตนเองได้
จัดทำAction Planเบื้องต้นสำหรับการทดลองใช้ AIในงานจริงได้
2) ตัวชี้วัดระดับหน่วยงานหลังนำไปใช้
ระยะเวลาที่ใช้ในงานเอกสารและการจัดทำรายงานลดลง
ความครบถ้วนและความถูกต้องของข้อมูลสินค้า สต็อก และเอกสารดีขึ้น
ความเร็วในการสรุปข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเพิ่มขึ้น
จำนวนงานซ้ำที่ถูกลดหรือทำให้อัตโนมัติเพิ่มขึ้น
จำนวนuse caseหรือโครงการนำร่องด้าน AIที่เริ่มทดลองใช้จริงเพิ่มขึ้น
โดยสามารถจัดกลุ่มผู้เรียนได้ดังนี้
กลุ่มปฏิบัติการ
- พนักงานขับรถยก
- พนักงานคลังสินค้า
- พนักงานตรวจเช็คสินค้า
กลุ่มเจ้าหน้าที่และผู้ประสานงาน
- เจ้าหน้าที่คลังสินค้า
- เจ้าหน้าที่ควบคุมสินค้าคงคลัง
- เจ้าหน้าที่ขนส่ง (ดูแลการขนส่ง)
- เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าหลักองค์กร
สิ่งที่ผู้เรียนจะได้กลับไป:
มุมมองใหม่ในการใช้ AIให้ทันการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน
หลักคิดในการปรับปรุงงานให้ทันสมัย โดยเริ่มจากปัญหางานจริงของแต่ละหน่วยงาน
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AIที่ตรงกับงานคลังสินค้า ควบคุมสินค้าคงคลัง ขนส่ง และงานประสานงานลูกค้า
ชุดตัวอย่างPromptและวิธีตั้งคำถามเพื่อให้ AIช่วยสรุป วิเคราะห์ และจัดทำข้อความงานปฏิบัติการได้ดีขึ้น
Action Planสำหรับเริ่มต้นทดลองใช้AIในงานจริงของตนเองและหน่วยงาน
หลักการและเหตุผล:
ในธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสารเคมีและวัตถุอันตราย ความถูกต้อง ความรวดเร็ว ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อกำหนด เป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพการให้บริการและความเชื่อมั่นของลูกค้า
การทำงานจำนวนมากยังเกี่ยวข้องกับเอกสาร การตรวจสอบข้อมูล การอ้างอิงข้อกำหนด การควบคุมสต็อก การวางแผนการขนส่ง และการสื่อสารข้ามหน่วยงาน ซึ่งล้วนเป็นงานที่มีความเสี่ยงต่อความล่าช้า
ความซ้ำซ้อน และความผิดพลาด
AIจึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่ควรถูกมองเป็นเครื่องมือช่วยงานที่ช่วยให้พนักงานทำงานได้เร็วขึ้น คิดได้เป็นระบบขึ้น และตัดสินใจบนข้อมูลได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในงานที่มีข้อมูลจำนวนมาก งานเอกสารซ้ำ งานรายงาน และงานที่ต้องตรวจทานหรือวิเคราะห์ความเสี่ยงเบื้องต้น
หลักสูตรนี้ออกแบบเพื่อให้ผู้เรียนเห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรมว่า AIจะช่วยยกระดับการทำงานของแต่ละสายงานได้อย่างไร พร้อมฝึกคิดเชิงปรับปรุงงาน และเห็นตัวอย่างuse caseที่เหมาะกับบริบทธุรกิจ
โลจิสติกส์สารเคมีและวัตถุอันตราย
วัตถุประสงค์การอบรม:
อธิบายบทบาทของ AIต่อการพัฒนาการทำงานในธุรกิจโลจิสติกส์ยุคใหม่ได้
วิเคราะห์งานของตนเองเพื่อหาโอกาสในการใช้ AIได้
ใช้AIช่วยจัดการข้อมูล เอกสาร รายงาน หรือการสรุปสาระสำคัญได้
ประยุกต์แนวคิด AIกับงานคลังสินค้า ควบคุมสินค้าคงคลัง ขนส่ง และงานประสานงานลูกค้าได้
วางแนวทางทดลองใช้ AIในงานจริงของหน่วยงานตนเองได้
โครงสร้างเนื้อหา:
เนื้อหาหลักสูตรแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ภาคเช้าที่เน้นการปรับมุมมองและหลักคิดในการใช้AIกับงานจริง และภาคบ่ายที่เน้นWorkshopเพื่อออกแบบUse caseและจัดทำแผนเริ่มต้นใช้งานในหน่วยงาน
ช่วงเวลา หัวข้อ รายละเอียด
ภาพรวมโลกการทำงานใหม่และการแข่งขันที่เปลี่ยนไป ทำไมองค์กรโลจิสติกส์ต้องปรับวิธีคิดเรื่องAIและAI จะช่วยเพิ่มความเร็ว ความแม่นยำ และคุณภาพบริการได้อย่างไร
หลักคิดในการปรับปรุงงานให้ทันสมัย
มองงานผ่านPain Pointแยกงานซ้ำ งานใช้ข้อมูลมาก
งานที่ต้องตรวจทาน และงานที่ต้องตัดสินใจเร็ว
พร้อมหลักเลือก Use Caseที่เริ่มได้เร็วและเห็นผลจริง
ตัวอย่างกลุ่มงานที่นำ AIมาใช้ในบริษัท งานคลังสินค้าและตรวจเช็คสินค้า งานควบคุมสินค้าคงคลัง งานขนส่ง และงานสนับสนุนด้านความปลอดภัย โดยเชื่อมปัญหางานจริงกับแนวทางที่AIสามารถช่วยได้
Workshop: AI Use Cases by Function
แบ่งกลุ่มตามสายงานเพื่อฝึกวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบวิธีใช้AIและทดลองใช้AIช่วยสรุปข้อมูล ตรวจเอกสารร่างรายงาน หรือสื่อสารกับทีมงานและลูกค้า
การยกระดับการนำเทคโนโลยี AIมาใช้ในการทำงาน
จากการลองใช้เล่นไปสู่การใช้ช่วยงานจริง ระดับการใช้AIในองค์กร และหลักควบคุมความเสี่ยงเมื่อใช้AIในงานสำคัญ
Action Planเลือก 1 งานที่เริ่มได้เร็ว กำหนดผู้ใช้ ข้อมูล ขั้นตอน และผลลัพธ์ที่คาดหวัง พร้อมสรุปสิ่งที่ควรเริ่มทันทีและแนวทางต่อยอดในระดับหน่วยงาน
รูปแบบการฝึกอบรม (ลงมือทำ 80% / อธิบายหลักการ 20%):
หลักสูตรนี้ใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบ Workshopเป็นหลัก โดยเน้นการมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการทำกิจกรรมบนโจทย์งานจริงของผู้เข้าอบรม
สัดส่วนการฝึกอบรมประกอบด้วยการอธิบายหลักการสำคัญ 20% และการฝึกปฏิบัติ กิจกรรมกลุ่ม การวิเคราะห์ปัญหา และการออกแบบUse case80%
เป้าหมายคือให้ผู้เรียนเห็นงานที่ AIช่วยได้จริงมากกว่าการเรียนรู้เทคโนโลยีแบบทฤษฎี
ประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ:
เห็นภาพชัดว่าAIจะช่วยงานของตนเองได้อย่างไร
ลดความกลัวหรือความไม่มั่นใจต่อการใช้เทคโนโลยีใหม่
ได้ฝึกคิดเชิงปรับปรุงงานจากปัญหาจริง
ได้แนวทางนำAIไปช่วยงานเอกสาร งานสรุปข้อมูล และงานวิเคราะห์เบื้องต้น
ได้Action Planสำหรับเริ่มต้นใช้ AIในงานของตนเอง
ประโยชน์ต่อองค์กร:
สร้างมุมมองร่วมในการใช้ AIอย่างเหมาะสมกับบริบทธุรกิจ
กระตุ้นการปรับปรุงงานให้ทันสมัยและตอบโจทย์การแข่งขัน
ลดความซ้ำซ้อนของงานเอกสาร งานตรวจสอบ และงานรายงาน
เพิ่มความเร็วและคุณภาพของการสื่อสารข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
สร้างโอกาสต่อยอดสู่โครงการ AI use caseภายในองค์กร
ราคาโปรโมรชั่น 3,900 บาท/วัน
ลงทะเบียน 3 ท่าน ละ 3,500 บาท
ลงทะเบียน 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 3,200 บาท
ราคาดังกล่าวฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 โรงแรมรับกระเป๋าผ้าสมุดปากกาหน้างาน
บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด (สำนักงานใหญ่)
เลขที่ 31/155 หมู่ที่ 1 ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12110
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0105557143661
ติดต่อสอบถาม
Tel :098-8209929 คุณกุ้ง
E-mail: [email protected]
Line id : @Tesstraining
Facebook : tesstrainingpage
Website: www.tesstraining.com
Website:www.INWtraining.com
Adminมายด์