เปิดรับสมัคร ยืนยันจัดสัมมนาหลักสูตรสัมมนา AI for Warehouse Management: ยกระดับงานคลังสินค้าด้วย AI

26 พฤษภาคม 2569


เปิดรับสมัคร ยืนยันจัดสัมมนาหลักสูตรสัมมนาAI for Warehouse Management:ยกระดับงานคลังสินค้าด้วยAIและWeb App 26พฤษภาคม2569

เป้าหมายเชิงธุรกิจของหลักสูตร:

1.     ปรับมุมมองการใช้ AI ในการทำงานให้สอดคล้องกับการแข่งขันในโลกโลจิสติกส์ยุคใหม่

2.     ลดงานเอกสารซ้ำซ้อน งานตรวจสอบข้อมูล และงานรายงานที่ใช้เวลามากในงานคลังสินค้าและขนส่ง

3.     เพิ่มความถูกต้องของข้อมูลสินค้า สต็อก เอกสาร และสถานะการขนส่ง

4.     ยกระดับความสามารถของบุคลากรในการใช้ AI ช่วยคิด วิเคราะห์ สรุป และสนับสนุนการตัดสินใจ

5.     สร้างแนวทางและ use case เริ่มต้นที่ต่อยอดได้จริงในสายงานคลังสินค้า ควบคุมสินค้าคงคลัง ขนส่ง

ดูแลลูกค้า และงานด้านความปลอดภัย

 

ตัวชี้วัดหลังอบรม:

ตัวชี้วัดในส่วนนี้แบ่งออกเป็น 2 ระดับ เพื่อให้เห็นทั้งผลที่เกิดกับผู้เรียนในชั้นอบรม และผลที่สามารถติดตามต่อได้หลังนำไปใช้จริงในหน่วยงาน

1) ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เข้าอบรม

1.     อธิบายบทบาทของ AI ต่อการพัฒนาการทำงานในธุรกิจโลจิสติกส์ยุคใหม่ได้

2.     ระบุปัญหางานที่เหมาะกับการนำ AI ไปใช้ในหน่วยงานของตนเองได้

3.     ใช้ AI ช่วยสรุปข้อมูล ตรวจทานเอกสาร หรือช่วยวิเคราะห์งานได้อย่างน้อย 1 กรณี

4.     เสนอแนวทางปรับปรุงงานด้วย AI ที่สอดคล้องกับหน้าที่ของตนเองได้

5.     จัดทำ Action Plan เบื้องต้นสำหรับการทดลองใช้ AI ในงานจริงได้

 

2) ตัวชี้วัดระดับหน่วยงานหลังนำไปใช้

1.     ระยะเวลาที่ใช้ในงานเอกสารและการจัดทำรายงานลดลง

2.     ความครบถ้วนและความถูกต้องของข้อมูลสินค้า สต็อก และเอกสารดีขึ้น

3.     ความเร็วในการสรุปข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเพิ่มขึ้น

4.     จำนวนงานซ้ำที่ถูกลดหรือทำให้อัตโนมัติเพิ่มขึ้น

5.     จำนวน use case หรือโครงการนำร่องด้าน AI ที่เริ่มทดลองใช้จริงเพิ่มขึ้น

 

โดยสามารถจัดกลุ่มผู้เรียนได้ดังนี้

กลุ่มปฏิบัติการ

พนักงานขับรถยก

พนักงานคลังสินค้า

พนักงานตรวจเช็คสินค้า

กลุ่มเจ้าหน้าที่และผู้ประสานงาน

เจ้าหน้าที่คลังสินค้า

เจ้าหน้าที่ควบคุมสินค้าคงคลัง

เจ้าหน้าที่ขนส่ง (ดูแลการขนส่ง)

เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าหลักองค์กร

 

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้กลับไป:

1.     มุมมองใหม่ในการใช้ AI ให้ทันการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน

2.     หลักคิดในการปรับปรุงงานให้ทันสมัย โดยเริ่มจากปัญหางานจริงของแต่ละหน่วยงาน

3.     ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI ที่ตรงกับงานคลังสินค้า ควบคุมสินค้าคงคลัง ขนส่ง และงานประสานงานลูกค้า

4.     ชุดตัวอย่าง Prompt และวิธีตั้งคำถามเพื่อให้ AI ช่วยสรุป วิเคราะห์ และจัดทำข้อความงานปฏิบัติการได้ดีขึ้น

5.     Action Plan สำหรับเริ่มต้นทดลองใช้ AI ในงานจริงของตนเองและหน่วยงาน

 

หลักการและเหตุผล:

ในธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสารเคมีและวัตถุอันตราย ความถูกต้อง ความรวดเร็ว ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อกำหนด เป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพการให้บริการและความเชื่อมั่นของลูกค้า
การทำงานจำนวนมากยังเกี่ยวข้องกับเอกสาร การตรวจสอบข้อมูล การอ้างอิงข้อกำหนด การควบคุมสต็อก การวางแผนการขนส่ง และการสื่อสารข้ามหน่วยงาน ซึ่งล้วนเป็นงานที่มีความเสี่ยงต่อความล่าช้า
ความซ้ำซ้อน และความผิดพลาด

AI จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่ควรถูกมองเป็นเครื่องมือช่วยงานที่ช่วยให้พนักงานทำงานได้เร็วขึ้น คิดได้เป็นระบบขึ้น และตัดสินใจบนข้อมูลได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในงานที่มีข้อมูลจำนวนมาก งานเอกสารซ้ำ งานรายงาน และงานที่ต้องตรวจทานหรือวิเคราะห์ความเสี่ยงเบื้องต้น

หลักสูตรนี้ออกแบบเพื่อให้ผู้เรียนเห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรมว่า AI จะช่วยยกระดับการทำงานของแต่ละสายงานได้อย่างไร พร้อมฝึกคิดเชิงปรับปรุงงาน และเห็นตัวอย่าง use case ที่เหมาะกับบริบทธุรกิจ
โลจิสติกส์สารเคมีและวัตถุอันตราย

 

วัตถุประสงค์การอบรม:

1.     อธิบายบทบาทของ AI ต่อการพัฒนาการทำงานในธุรกิจโลจิสติกส์ยุคใหม่ได้

2.     วิเคราะห์งานของตนเองเพื่อหาโอกาสในการใช้ AI ได้

3.     ใช้ AI ช่วยจัดการข้อมูล เอกสาร รายงาน หรือการสรุปสาระสำคัญได้

4.     ประยุกต์แนวคิด AI กับงานคลังสินค้า ควบคุมสินค้าคงคลัง ขนส่ง และงานประสานงานลูกค้าได้

5.     วางแนวทางทดลองใช้ AI ในงานจริงของหน่วยงานตนเองได้

 

 

โครงสร้างเนื้อหา:

เนื้อหาหลักสูตรแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ภาคเช้าที่เน้นการปรับมุมมองและหลักคิดในการใช้ AI กับงานจริง และภาคบ่ายที่เน้น Workshop เพื่อออกแบบ Use case และจัดทำแผนเริ่มต้นใช้งานในหน่วยงาน

ช่วงเวลา

หัวข้อ

รายละเอียด

ภาคเช้า (09.00 - 12.00น.)

09.00 - 09.30 น.

ภาพรวมโลกการทำงานใหม่และการแข่งขันที่เปลี่ยนไป

ทำไมองค์กรโลจิสติกส์ต้องปรับวิธีคิดเรื่อง AI และ AI
จะช่วยเพิ่มความเร็ว ความแม่นยำ และคุณภาพบริการได้อย่างไร

09.30 - 10.30 น.

หลักคิดในการปรับปรุงงานให้ทันสมัย

มองงานผ่าน Pain Point แยกงานซ้ำ งานใช้ข้อมูลมาก
งานที่ต้องตรวจทาน และงานที่ต้องตัดสินใจเร็ว
พร้อมหลักเลือก Use Case ที่เริ่มได้เร็วและเห็นผลจริง

10.30 - 10.45 น.

พักเบรก

พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม

10.45 - 12.00 น.

ตัวอย่างกลุ่มงานที่นำ AI มาใช้ในบริษัท

งานคลังสินค้าและตรวจเช็คสินค้า งานควบคุมสินค้าคงคลัง งานขนส่ง และงานสนับสนุนด้านความปลอดภัย โดยเชื่อมปัญหางานจริงกับแนวทางที่ AI สามารถช่วยได้

ภาคบ่าย (13.00 - 16.00 น.)

13.00 - 14.30 น.

Workshop: AI Use Cases by Function

แบ่งกลุ่มตามสายงานเพื่อฝึกวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบวิธีใช้ AI และทดลองใช้ AI ช่วยสรุปข้อมูล ตรวจเอกสาร
ร่างรายงาน หรือสื่อสารกับทีมงานและลูกค้า

14.30 - 14.45 น.

พักเบรก

พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม

14.45 - 15.30 น.

การยกระดับการนำเทคโนโลยี AI มาใช้
ในการทำงาน

จากการลองใช้เล่นไปสู่การใช้ช่วยงานจริง ระดับการใช้ AI ในองค์กร และหลักควบคุมความเสี่ยงเมื่อใช้ AI ในงานสำคัญ

15.30 - 16.00 น.

Action Plan

เลือก งานที่เริ่มได้เร็ว กำหนดผู้ใช้ ข้อมูล ขั้นตอน และผลลัพธ์ที่คาดหวัง พร้อมสรุปสิ่งที่ควรเริ่มทันทีและแนวทางต่อยอดในระดับหน่วยงาน

 

 

รูปแบบการฝึกอบรม (ลงมือทำ 80% / อธิบายหลักการ 20%):

หลักสูตรนี้ใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบ Workshop เป็นหลัก โดยเน้นการมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการทำกิจกรรมบนโจทย์งานจริงของผู้เข้าอบรม

สัดส่วนการฝึกอบรมประกอบด้วยการอธิบายหลักการสำคัญ 20% และการฝึกปฏิบัติ กิจกรรมกลุ่ม การวิเคราะห์ปัญหา และการออกแบบ Use case 80%

เป้าหมายคือให้ผู้เรียนเห็นงานที่ AI ช่วยได้จริงมากกว่าการเรียนรู้เทคโนโลยีแบบทฤษฎี

 

ประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ:

1.     เห็นภาพชัดว่า AI จะช่วยงานของตนเองได้อย่างไร

2.     ลดความกลัวหรือความไม่มั่นใจต่อการใช้เทคโนโลยีใหม่

3.     ได้ฝึกคิดเชิงปรับปรุงงานจากปัญหาจริง

4.     ได้แนวทางนำ AI ไปช่วยงานเอกสาร งานสรุปข้อมูล และงานวิเคราะห์เบื้องต้น

5.     ได้ Action Plan สำหรับเริ่มต้นใช้ AI ในงานของตนเอง

 

ประโยชน์ต่อองค์กร:

1.     สร้างมุมมองร่วมในการใช้ AI อย่างเหมาะสมกับบริบทธุรกิจ

2.     กระตุ้นการปรับปรุงงานให้ทันสมัยและตอบโจทย์การแข่งขัน

3.     ลดความซ้ำซ้อนของงานเอกสาร งานตรวจสอบ และงานรายงาน

4.     เพิ่มความเร็วและคุณภาพของการสื่อสารข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

5.     สร้างโอกาสต่อยอดสู่โครงการ AI use case ภายในองค์กร

 

ราคาโปรโมรชั่น3,900 บาท/วัน

ลงทะเบียน3ท่าน ละ3,500บาท

ลงทะเบียน4ท่านขึ้นไปท่านละ3,200บาท

ราคาดังกล่าวฟรี

คุณสมบัติของผู้เข้าอบรม

หัวหน้างาน พนักงาน ผู้สนใจ

สถานที่อบรม (VENUE)

โรงเเรม โนโวเทล สุขุมวิท 20 ติด BTS อโศก

วันและเวลาอบรม (DATE AND TIME)

26 พฤษภาคม 2569 09.00-16.00

จัดโดย

ฝึกอบรม เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด
เบอร์ติดต่อ : TEL : 098-820-9929 / 092-624-7032/โทร 099-162-9559

ค่าธรรมเนียม (FEE)

3900 (ไม่รวม ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)

ผู้เข้าชม: 8 ครั้ง