กฎหมายคุ้มครองแรงงาน คือ กฎหมายที่สร้างขึ้น เพื่อนายจ้างกับลูกจ้าง ให้ทุกฝ่ายมีขอบเขตหน้าที่ และสิทธิที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเวลาทำงาน ค่าจ้าง วันหยุด หรือความปลอดภัยในที่ทำงาน โดยเป้าหมายของกฎหมายฉบับนี้ก็เพื่อให้การจ้างงานเป็นธรรม และคุ้มครองลูกจ้างไม่ให้ถูกเอาเปรียบ
กฎหมายคุ้มครองแรงงาน คือ กฎหมายที่สร้างขึ้น เพื่อนายจ้างกับลูกจ้าง ให้ทุกฝ่ายมีขอบเขตหน้าที่ และสิทธิที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเวลาทำงาน ค่าจ้าง วันหยุด หรือความปลอดภัยในที่ทำงาน โดยเป้าหมายของกฎหมายฉบับนี้ก็เพื่อให้การจ้างงานเป็นธรรม และคุ้มครองลูกจ้างไม่ให้ถูกเอาเปรียบ
ในประเทศไทย พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน จะครอบคลุมทุกขั้นตอนของการทำงาน ตั้งแต่การเริ่มจ้าง ไปจนถึงการเลิกจ้าง รวมถึงกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่นายจ้างต้องปฏิบัติตาม เช่น การจ่ายเงินเดือนอย่างถูกต้อง การให้สวัสดิการที่เหมาะสม รวมถึงคำนึงถึงกลุ่มแรงงานเฉพาะ เช่น แรงงานหญิง แรงงานเด็ก หรือผู้สูงอายุ เป็นต้น
โดยกฎหมายหลักที่ใช้บังคับในปัจจุบัน คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งมีการปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน และหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง คือ กระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในการตรวจสอบสถานประกอบการ และดำเนินการตามกฎหมายกับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตาม
สรุปสิทธิพื้นฐานของลูกจ้างตาม พรบ. คุ้มครองแรงงาน
กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นเสมือนเครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยให้ลูกจ้างมีความมั่นใจในการทำงาน และรู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง ในฐานะผู้ทำงานกินเงินเดือน เพราะการรู้เท่าทันสิทธิพื้นฐานเหล่านี้ จะช่วยให้คุณป้องกันตัวเองจากการถูกเอาเปรียบ และสามารถตัดสินใจเรื่องงานได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น ซึ่งสิทธิต่าง ๆ ที่ควรรู้ มีดังนี้
1. เวลาทำงาน และการทำงานล่วงเวลา
ลูกจ้างทั่วไปทำงานได้ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และรวมแล้วไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ถ้าเป็นงานที่เสี่ยงหรืออันตราย จะต้องไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
เวลาพัก
ทำงานไม่เกิน 5 ชั่วโมง ต้องได้พัก ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง/วัน
ถ้าตกลงกันไว้ล่วงหน้า อาจพักสั้นลงได้ แต่เมื่อรวมแล้วต้องไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
ในกรณีงานต่อเนื่อง หรือเหตุฉุกเฉิน อาจไม่มีเวลาพัก แต่ต้องได้ความยินยอมจากลูกจ้างก่อน2. การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด
ลูกจ้างสามารถถูกขอให้ทำ OT ได้ หากงานมีความจำเป็น หรือต้องทำต่อเนื่อง
ถ้าทำ OT ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ต้องได้พักอย่างน้อย 20 นาทีก่อนเริ่ม
ค่าตอบแทน
OT วันทำงานปกติ อย่างน้อย 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง
OT วันหยุด 3 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง
ทำงานในวันหยุด
ถ้ามีสิทธิได้ค่าจ้างวันหยุดอยู่แล้ว จะได้เพิ่มอีก 1 เท่า
ถ้าไม่มีสิทธิค่าจ้างวันหยุด จะได้ค่าจ้างวันนั้น ไม่น้อยกว่า 2 เท่า
3. วันหยุดตามกฎหมายที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิ
วันหยุดประจำสัปดาห์
อย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ โดยต้องไม่เกิน 6 วันทำงานติดกัน
ลูกจ้างรายเดือนมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดนี้
วันหยุดตามประเพณี
ไม่น้อยกว่า 13 วันต่อปี รวมวันแรงงาน
หากตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ จะหยุดชดเชยวันทำงานถัดไป
วันหยุดพักผ่อนประจำปี
เมื่อทำงานครบ 1 ปี ลูกจ้างมีสิทธิหยุด อย่างน้อย 6 วัน/ปี พร้อมได้รับค่าจ้าง โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันครบรอบปีปฏิทินต่อไป
สามารถสะสม หรือเลื่อนไปปีอื่นได้ตามที่ตกลงกัน
4. การลาแบบต่าง ๆ ที่ได้รับการคุ้มครอง
ลาป่วย: ลาได้ตามความจำเป็นไม่เกิน 30 วัน/ปี หากป่วย 3 วันขึ้นไป นายจ้างสามารถขอใบรับรองแพทย์ได้
ลาคลอด: ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขใหม่ คุณแม่ลาคลอดได้ 120 วัน
กำหนดการ
วันที่อบรม30พฤษภาคม2569 เวลา9.00-12.00
ออนไลน์MS team
ติดต่อ
บริษัทYL Good Services Company Limited
Tel 089-402-9199
@617kgelw
Email: [email protected]
หลักสูตรอื่นๆใน: www.internationaltrainingth.com
ค่าสมัครรับประกาศนียบัตร200 บาท
กรณีไม่รับ ฟรี
โอนเงินค่าสมัครได้ที่ ธนาคารกรุงศรี สาขาโรบินสันบ่อวิน
Krungsri Bank YL Good Services Company Limited
A/C number 481-1-62628-9
กรุณากรอกข้อมูลผู้สมัครให้ครบถ้วน
คุณสมบัติของผู้เข้าอบรม
ผู้สนใจทั่วไป ผู้บริหาร หัวหน้างาน ผู้จัดการทีมงาน
YL Center Advisor มีประสบการณ์ด้านแรงงานสัมพันธ์กว่า 20 ปี
การทำเอกสารให้ถูกต้องและเป็นธรรม