1.ที่มาและเหตุผลของหลักสูตร
ในกระบวนการจัดส่งสินค้า ความผิดพลาดเพียง1
ครั้ง เช่น ส่งผิดรุ่น ผิดจำนวน หรือผิดปลายทาง
ไม่ได้สร้างต้นทุนเพียง "ค่าส่งใหม่" เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ได้แก่
- ค่าน้ำมัน / ค่าแรง / ค่าOT
- ต้นทุนวัตถุดิบที่สูญเสียในกระบวนการผลิตของลูกค้า
- ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ
- ความเชื่อมั่นของลูกค้า (Intangible
Cost)
- ภาพลักษณ์ของบริษัท
ความผิดพลาดส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก
"ความไม่รู้" แต่เกิดจาก
✔
ความเคยชิน (Over-confidence)
✔
การไม่ทำChecklist
✔
การสื่อสารคลาดเคลื่อน
✔
ไม่มีระบบป้องกันความผิดพลาด (Poka-Yoke)
ดังนั้นหลักสูตรนี้จึงออกแบบเพื่อสร้างทั้ง
Mindset + Process Discipline + Error Prevention System
ให้พนักงานปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำ100%
2.วัตถุประสงค์การอบรม
เมื่อจบหลักสูตร ผู้เข้าอบรมจะสามารถ:
- ตระหนักถึงผลกระทบและต้นทุนที่แท้จริงของความผิดพลาด
- มีMindsetแบบ
Ownership ("งานของเรา คือ หน้าตาของบริษัท")
- เข้าใจขั้นตอนSOPการจัดส่งอย่างเป็นระบบ
- ระบุCritical Control Pointsที่มักเกิดความผิดพลาดได้
- ใช้Checklistและระบบ
Double-Checkได้อย่างมีวินัย
- ประยุกต์ใช้Visual Management
ลดการพึ่งพาความจำ
- สื่อสารและประสานงานระหว่างแผนกอย่างมืออาชีพ
- รายงานปัญหาได้รวดเร็วและถูกต้องเมื่อพบความผิดปกติ
3.โครงสร้างหลักสูตร (1วัน)
⏰
ระยะเวลาอบรม:1วัน (6ชั่วโมง
ไม่รวมพัก)
ภาคที่1:
Mindset & Ownership (1.30ชม.)
1.1 The Cost of Error -ต้นทุนของความผิดพลาด
- วิเคราะห์ต้นทุนตรง (Direct Cost)
- ต้นทุนแฝง (Hidden Cost)
- กรณีศึกษา: ส่งผิด1ครั้ง
เสียอะไรบ้าง?
- Workshop:
คำนวณต้นทุนความผิดพลาดจากเคสจริง
1.2ผลกระทบของความผิดพลาด
- ต่อบริษัท (กำไร/ภาพลักษณ์)
- ต่อลูกค้า (Production
Disruption)
- ต่อเพื่อนร่วมงาน (Workloadเพิ่ม/ความกดดัน)
1.3การสร้างจิตสำนึกOwnership
- "งานของเรา คือ หน้าตาของบริษัท"
- ความแตกต่างระหว่างEmployee vs Owner
Mindset
- ทฤษฎีโดมิโน: พลาดจุดเดียว ล้มทั้งกระบวนการ
กิจกรรม: วิเคราะห์Domino
Effectจากเหตุการณ์จริงในองค์กร
ภาคที่2:
Process & Standard (SOP) (1.30ชม.)
2.1ทบทวนขั้นตอนการจัดส่ง (Step-by-Step
Flow)
- รับใบสั่งซื้อ
- ตรวจสอบสินค้า
- จัดเตรียม/บรรจุ
- ตรวจสอบก่อนปล่อยรถ
- ส่งมอบและยืนยันรับสินค้า
2.2 Critical Control Points (CCP)
- จุดที่ผิดบ่อยที่สุด
- การระบุความเสี่ยงในแต่ละขั้นตอน
- การตั้งจุดตรวจพิเศษ
Workshop:ให้กลุ่มระบุ
"จุดวิกฤต" ในกระบวนการของตนเอง
2.3การอ่านเอกสารอย่างแม่นยำ100%
- เทคนิคอ่านใบสั่งซื้อแบบ3
Step Verification
- การจับความแตกต่างของรหัสสินค้า
- ตัวอย่างข้อผิดพลาดจากการอ่านไม่ละเอียด
ภาคที่3:
Error Prevention (Poka-Yoke System) (1.30ชม.)
3.1 Checklist & Double-Check System
- ทำไมคนพลาดเพราะความเคยชิน
- การสร้างChecklistแบบสั้น
กระชับ ใช้งานจริง
- หลัก "3ถูก"
✔
ถูกตัว
✔
ถูกจำนวน
✔
ถูกที่
3.2การใช้อุปกรณ์ช่วยลดความผิดพลาด
- Barcode
- Scanner
- Checklist
ใบงาน
- การใช้Sign-off 2คน
3.3 Visual Management
- ใช้สีแทนความจำ
- ป้ายเตือนในจุดผิดบ่อย
- การแบ่งโซนชัดเจน
- ตัวอย่างBefore & After
Workshop:
- จำลองสถานการณ์ส่งของ
- แทรกจุดผิด5จุด
- ให้ทีมค้นหาความผิดพลาด
ภาคที่4:
Communication & Service Excellence (1.30ชม.)
4.1การประสานงานระหว่างแผนก
- คลังสินค้า → ขนส่ง → ลูกค้า
- การส่งต่อข้อมูลแบบไม่มีช่องว่าง
4.2การส่งมอบอย่างมืออาชีพ
- การตรวจหน้างาน
- การรับมือเมื่อลูกค้าพบปัญหา
- เทคนิคการพูดเชิงบวก
4.3การรายงานปัญหาอย่างรวดเร็ว
- Report
Immediately Principle
- ทำไม "ปิดปัญหาเอง" จึงอันตราย
- Flow
การแจ้งปัญหา
กิจกรรม:
Role Playการรับมือสถานการณ์จริง
4.รูปแบบการอบรม
- บรรยายแบบมีส่วนร่วม กรณีศึกษาองค์กรจริงWorkshop
- Workshop
Role Playสถานการณ์จริง
- กิจกรรมค้นหาจุดผิดในกระบวนการ
5.คุณสมบัติผู้เข้าอบรม
เหมาะสำหรับ:
- พนักงานคลังสินค้า พนักงานจัดเตรียมสินค้า พนักงานขนส่ง
- หัวหน้างาน/Leaderเจ้าหน้าที่ประสานงานโลจิสติกส์
พนักงานใหม่และพนักงานที่เคยเกิดข้อผิดพลาด ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานวิชาการเฉพาะ
6.ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Expected
Outcome)
หลังการอบรม1-3
เดือน องค์กรควรเห็น:
- อัตราการส่งผิดลดลง
- Complaint
ลดลง
- การรายงานปัญหาเร็วขึ้น
- ความร่วมมือระหว่างแผนกดีขึ้น
- พนักงานมีความรับผิดชอบสูงขึ้น