หลักสูตร “Zero Error Delivery: Mindset, Process & Prevention for Professional Logistics” (การลดความผ

25 เมษายน 2569


1.ที่มาและเหตุผลของหลักสูตร

ในกระบวนการจัดส่งสินค้า ความผิดพลาดเพียง1 ครั้ง เช่น ส่งผิดรุ่น ผิดจำนวน หรือผิดปลายทาง ไม่ได้สร้างต้นทุนเพียง "ค่าส่งใหม่" เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ได้แก่

  • ค่าน้ำมัน / ค่าแรง / ค่าOT
  • ต้นทุนวัตถุดิบที่สูญเสียในกระบวนการผลิตของลูกค้า
  • ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ
  • ความเชื่อมั่นของลูกค้า (Intangible Cost)
  • ภาพลักษณ์ของบริษัท

ความผิดพลาดส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "ความไม่รู้" แต่เกิดจาก
ความเคยชิน (Over-confidence)
การไม่ทำChecklist
การสื่อสารคลาดเคลื่อน
ไม่มีระบบป้องกันความผิดพลาด (Poka-Yoke)

ดังนั้นหลักสูตรนี้จึงออกแบบเพื่อสร้างทั้ง
Mindset + Process Discipline + Error Prevention System
ให้พนักงานปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำ100%


2.วัตถุประสงค์การอบรม

เมื่อจบหลักสูตร ผู้เข้าอบรมจะสามารถ:

  1. ตระหนักถึงผลกระทบและต้นทุนที่แท้จริงของความผิดพลาด
  2. มีMindsetแบบ Ownership ("งานของเรา คือ หน้าตาของบริษัท")
  3. เข้าใจขั้นตอนSOPการจัดส่งอย่างเป็นระบบ
  4. ระบุCritical Control Pointsที่มักเกิดความผิดพลาดได้
  5. ใช้Checklistและระบบ Double-Checkได้อย่างมีวินัย
  6. ประยุกต์ใช้Visual Management ลดการพึ่งพาความจำ
  7. สื่อสารและประสานงานระหว่างแผนกอย่างมืออาชีพ
  8. รายงานปัญหาได้รวดเร็วและถูกต้องเมื่อพบความผิดปกติ

3.โครงสร้างหลักสูตร (1วัน)

ระยะเวลาอบรม:1วัน (6ชั่วโมง ไม่รวมพัก)


ภาคที่1: Mindset & Ownership (1.30ชม.)

1.1 The Cost of Error -ต้นทุนของความผิดพลาด

  • วิเคราะห์ต้นทุนตรง (Direct Cost)
  • ต้นทุนแฝง (Hidden Cost)
  • กรณีศึกษา: ส่งผิด1ครั้ง เสียอะไรบ้าง?
  • Workshop: คำนวณต้นทุนความผิดพลาดจากเคสจริง

1.2ผลกระทบของความผิดพลาด

  • ต่อบริษัท (กำไร/ภาพลักษณ์)
  • ต่อลูกค้า (Production Disruption)
  • ต่อเพื่อนร่วมงาน (Workloadเพิ่ม/ความกดดัน)

1.3การสร้างจิตสำนึกOwnership

  • "งานของเรา คือ หน้าตาของบริษัท"
  • ความแตกต่างระหว่างEmployee vs Owner Mindset
  • ทฤษฎีโดมิโน: พลาดจุดเดียว ล้มทั้งกระบวนการ

กิจกรรม: วิเคราะห์Domino Effectจากเหตุการณ์จริงในองค์กร


ภาคที่2: Process & Standard (SOP) (1.30ชม.)

2.1ทบทวนขั้นตอนการจัดส่ง (Step-by-Step Flow)

  • รับใบสั่งซื้อ
  • ตรวจสอบสินค้า
  • จัดเตรียม/บรรจุ
  • ตรวจสอบก่อนปล่อยรถ
  • ส่งมอบและยืนยันรับสินค้า

2.2 Critical Control Points (CCP)

  • จุดที่ผิดบ่อยที่สุด
  • การระบุความเสี่ยงในแต่ละขั้นตอน
  • การตั้งจุดตรวจพิเศษ

Workshop:ให้กลุ่มระบุ "จุดวิกฤต" ในกระบวนการของตนเอง

2.3การอ่านเอกสารอย่างแม่นยำ100%

  • เทคนิคอ่านใบสั่งซื้อแบบ3 Step Verification
  • การจับความแตกต่างของรหัสสินค้า
  • ตัวอย่างข้อผิดพลาดจากการอ่านไม่ละเอียด

ภาคที่3: Error Prevention (Poka-Yoke System) (1.30ชม.)

3.1 Checklist & Double-Check System

  • ทำไมคนพลาดเพราะความเคยชิน
  • การสร้างChecklistแบบสั้น กระชับ ใช้งานจริง
  • หลัก "3ถูก"
    ถูกตัว
    ถูกจำนวน
    ถูกที่

3.2การใช้อุปกรณ์ช่วยลดความผิดพลาด

  • Barcode
  • Scanner
  • Checklist ใบงาน
  • การใช้Sign-off 2คน

3.3 Visual Management

  • ใช้สีแทนความจำ
  • ป้ายเตือนในจุดผิดบ่อย
  • การแบ่งโซนชัดเจน
  • ตัวอย่างBefore & After

Workshop:

  • จำลองสถานการณ์ส่งของ
  • แทรกจุดผิด5จุด
  • ให้ทีมค้นหาความผิดพลาด

ภาคที่4: Communication & Service Excellence (1.30ชม.)

4.1การประสานงานระหว่างแผนก

  • คลังสินค้า → ขนส่ง → ลูกค้า
  • การส่งต่อข้อมูลแบบไม่มีช่องว่าง

4.2การส่งมอบอย่างมืออาชีพ

  • การตรวจหน้างาน
  • การรับมือเมื่อลูกค้าพบปัญหา
  • เทคนิคการพูดเชิงบวก

4.3การรายงานปัญหาอย่างรวดเร็ว

  • Report Immediately Principle
  • ทำไม "ปิดปัญหาเอง" จึงอันตราย
  • Flow การแจ้งปัญหา

กิจกรรม:
Role Playการรับมือสถานการณ์จริง


4.รูปแบบการอบรม

  • บรรยายแบบมีส่วนร่วม กรณีศึกษาองค์กรจริงWorkshop
  • Workshop Role Playสถานการณ์จริง
  • กิจกรรมค้นหาจุดผิดในกระบวนการ

5.คุณสมบัติผู้เข้าอบรม

เหมาะสำหรับ:

  • พนักงานคลังสินค้า พนักงานจัดเตรียมสินค้า พนักงานขนส่ง
  • หัวหน้างาน/Leaderเจ้าหน้าที่ประสานงานโลจิสติกส์   พนักงานใหม่และพนักงานที่เคยเกิดข้อผิดพลาด ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานวิชาการเฉพาะ

6.ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Expected Outcome)

หลังการอบรม1-3 เดือน องค์กรควรเห็น:

  • อัตราการส่งผิดลดลง
  • Complaint ลดลง
  • การรายงานปัญหาเร็วขึ้น
  • ความร่วมมือระหว่างแผนกดีขึ้น
  • พนักงานมีความรับผิดชอบสูงขึ้น