เตรียมพร้อมรับมือ ด่วนที่สุด...กรมสรรพากร กำลังวางแผนตรวจสอบภาษี “แพทย์ กับโรงพยาบาล”

24 กรกฎาคม 2562

ในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax)ตามประมวลรัษฎากร กรมสรรพากรได้แบ่งประเภทของเงินได้พึงประเมินออกเป็น8ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทนั้นเสียภาษีไม่เท่ากัน เพราะมีที่มาของต้นทุนเพื่อการทำงานที่แตกต่างกัน อาทิ เงินได้จากการจ้างแรงงาน (มนุษย์เงินเดือน) การจ้างบริการทั่วไป การจ้างบริการวิชาชีพอิสระหรือวิชาชีพอื่นๆ การจ้างที่เป็นรับเหมาหรือธุรกิจการให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการปรับปรุงประมวลรัษฎากรล่าสุดเพื่อให้มีการขยายฐานภาษีและจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ได้เพิ่มมากขึ้น กรมสรรพากรได้มีการปรับลดอัตรา"เหมาจ่าย" (Lumpsum)ซึ่งเป็นต้นทุนของเงินได้พึงประเมินบางประเภทลง อาทิ สถานพยาบาลที่เป็นโพลีคลินิกจากเดิมอัตราเหมาจ่ายร้อยละ75มาเหลือเป็นร้อยละ60แต่อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระที่เป็น"แพทย์"ที่เรียกว่า ผู้ประกอบโรคศิลปะ (Art of healing)นั้น กลับไม่ได้รับผลกระทบ ก็ยังคงหักค่าใช้จ่ายในอัตราเหมาได้อัตราร้อยละ60เช่นเดิม ด้วยเหตุนี้"แพทย์"จึงเป็นผู้ถูกเพ่งเล็งในการตรวจสอบจากกรมสรรพากรมากที่สุด ในการทำสัญญาว่าจ้างระหว่างโรงพยาบาลกับแพทย์นั้นถูกต้องในคำว่า"ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ"หรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้น ได้มีการฟ้องร้อยกันหลายคดีและศาลฎีกาได้มีคำตัดสินให้คนไข้เป็นฝ่ายชนะ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างโรงพยาบาลกับแพทย์ดังกล่าว ถือเป็นนายจ้างกับลูกจ้างไม่ใช่แพทย์เป็นผู้มาเช่าหรือใช้โรงพยาบาลเป็นคลินิกแต่อย่างใด ดังนั้น ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์จะต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงความชัดเจนในการทำสัญญาให้"แพทย์ เป็น แพทย์"ที่ถือว่าอิสระระหว่างโรงพยาบาล/คลินิก/สถานพยาบาล/หรือสถานเสริมความงาม กับแพทย์ตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร ก่อนที่กรมสรรพากรจะเข้ามาทำการตรวจสอบ

หัวข้อการบรรยาย

1.ความแตกต่างของเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากรที่เกี่ยวข้องกับแพทย์ 

-เงินได้พึงประเมินจากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1) 

-เงินได้พึงประเมินจากการรับทำงานให้ตามมาตรา 40 (2) 

-เงินได้พึงประเมินจากวิชาชีพอิสระ ตามมาตรา40 (6) 

-เงินได้พึงประเมินจากการประกอบธุรกิจสถานพยาบาล ตามมาตรา40 (8) 

2.ความสัมพันธ์ของแพทย์กับโรงพยาบาลรัฐ/โรงพยาบาลเอกชน/สถานพยาบาลเสริมความงามหรือคลินิก 

(1)เป็นข้าราชการประจำ และขอเปิดเป็นคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ ณ โรงพยาบาลของรัฐนั้น 

(2)เป็นข้าราชการและไปเป็นหมอพิเศษนอกเวลาราชการ ณ โรงพยาบาลเอกชนหรือสถานพยาบาลอื่น 

(3)เป็นข้าราชการ และได้เปิดคลินิกของตนต่างหากนอกเวลาราชการ 

(4)เป็นข้าราชการ แต่นอกเวลาราชการได้เข้าไปตรวจรักษาให้กับบริษัทเอกชนตามวัน/เวลา ที่บริษัทกำหนด/หรือไปตรวจตามบ้านของผู้ป่วยเป็นกรณีฉุกเฉิน 

(5)ไม่เป็นข้าราชการแต่เป็นลูกจ้าง/รับจ้างให้บริการ/หรือรับจ้างวิชาชีพอิสระในโรงพยาบาลเอกชน/สถานพยาบาล/หรือคลินิก 

(6)ไม่เป็นข้าราชการแต่เป็น"แพทย์ฉุกเฉิน" (On Call)ในโรงพยาบาลของรัฐ/โรงพยาบาลเอกชน/สถานพยาบาล/หรือคลินิก 

3.การวางแผนจัดรูปองค์กรทางธุรกิจเพื่อการเสียภาษีของแพทย์ 

4.การวางแผนภาษีในธุรกิจของโรงพยาบาลกับการบริหารพื้นที่ส่วนกลาง 

5.การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกี่ยวกับกิจการของโรงพยาบาล 

6.คุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์

 

รองศาสตราจารย์เพิ่มบุญ  แก้วเขียว

 

โรงแรม บูเลอวาร์ด กรุงเทพ

 

บุคคลทั่วไป ท่านละ4,500บาท

สมาชิก ท่านละ4,000 บาท

ลงทะเบียน3ท่านขึ้นไป ท่านละ3,500บาท

**ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม7%**


บริษัท เคเอ็นซี เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
34/289หมู่บ้านไทยสมบูรณ์ 2หมู่ที่2ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี12120

www.knctrainingcenter.com

knctrainingcenter@hotmail.com
โทร. :02-191-2509,062-315-5283

วิทยากร

รองศาสตราจารย์เพิ่มบุญ แก้วเขียว










สถานที่อบรม (VENUE)

โรงแรมบูเลอวาร์ด กรุงเทพ

วันและเวลาอบรม (DATE AND TIME)

24 กรกฎาคม 2562 09.00-16.00

จัดโดย

บริษัท เคเอ็นซี เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
เบอร์ติดต่อ : 02-1912509,062-3155283

ค่าธรรมเนียม (FEE)

4500 (ไม่รวม ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)

ผู้เข้าชม: 1266 ครั้ง