Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
ลงข่าวอบรมสัมมนาฟรี
 
 
 
 
งานชวนคิด ชวนคุย “กบกระโดด”การพัฒนาบุคลากรสร้าง top performers เพื่อความพร้อมรับเศรษฐกิจฟื้นตัว
 
“กบ”บริหาร “คน” ยามเศรษฐกิจฟื้น

โดย ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์
HRD&Management นสพ.กรุงเทพธุรกิจ
วันอังคารที่ 22 กันยายน 2552


“กบจำศีล” นั้นเหมาะจะเป็นชื่อเรียกแนวทางที่ Human Resource Development หรือ HRD ใช้ในการบริหารบุคคลในช่วงเศรษฐกิจขาลงทรงๆทรุดๆที่ผ่านมาในปีนี้ แต่ในปัจจุบัน ตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างบ่งชี้ถึงการเริ่มฟื้นตัวทางธุรกิจ HRD คงต้องปรับแนวทางการบริหารบุคคลให้รองรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

เพราะพวกเราชาว HRD เป็น “กบนอกกะลา” เราจึงรีบปรับตัวด้านการพัฒนาบุคลากร ไม่จำศีลนานเพลินเกินไป ดังนั้น เราน่าจะมารีบคิดเร่งทำกันซะก่อนเนิ่นๆ 
“กบกระโดด” จึงน่าจะเป็นแนวทางในช่วงปลายปีนี้และปีหน้า นั่นหมายถึงว่า พนักงานในองค์กรเราควรออกอาการอย่างไรในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว?


แน่นอนว่าต้องแสดงให้เห็นถึงความคึกคัก... พร้อมลุย... กระเหี้ยนกระหือรือ มีความพร้อมจะ perform เพื่อแย่งชิงชัยชนะให้ได้มายามธุรกิจกำลังจะเป็นช่วงขาขึ้น (ก่อนที่คู่แข่งจะงาบเอาไปซะก่อน)

ซึ่งอาการของพนักงานดังกล่าวพวกเราชาว HRD คงเรียกมันว่า Be Motivated to be High Performanceและจะทำอย่างไรกันดีองค์กรจึงจะทำให้พนักงานออกอาการ highperformance
นอกจากองค์ความรู้เดิมๆที่เรารู้ๆกันอยู่ ผมก็ลองศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม (เผื่อจะพบอะไรที่แปลกใหม่) และปรากฏว่าได้พบสิ่งที่พลิกแนวทาง ฉีกตำรา และขัดกับวิธีปฏิบัติเดิมๆที่พวกเราชาว HRD คุ้นเคยกันมาช้านาน

เรียกว่าเล่นเอา อึ้ง!!! ไปเลย

แต่ก็เกิดคำถามว่าถ้ามันไม่เหมือนของเดิมแต่เป็นของใหม่ แล้วการันตีได้อย่างไรว่ามันจะถูกหรือผิด?อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาต่อไปนี้มาจากผลการวิจัยจริงจากองค์กรต่างๆ จากพนักงานตัวเป็นๆหลายหมื่นคน 
ในหลากหลายประเทศ และหลากหลายธุรกิจ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ...น่าเชื่อถือได้ใช่หรือไม่ ?
แต่ “กบ” อย่างเราคงต้องยังไม่เชื่อ ต้องขอดู ขอคิด ขอลองดูก่อน ไม่เช่นนั้นจะเสียเชิงกบเสียเปล่าๆ

 ทีนี้เรามาลองพิสูจน์ผลวิจัยกันดู เริ่มจากการวิจัยอันแรกเพื่อค้นหาว่า
    อะไร และใคร เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พนักงานมี high performance
ตัวแปรจากแบบสอบถามเป็นร้อยๆ ถูกกลั่นและคัดกรองเพื่อให้ได้ตัวแปรที่  high performersมี แต่ average และ low performers ไม่มี ได้มาสิบกว่าตัวแปร 
ปรากฏว่า สิ่งที่เราชาว HRD พยายามทำให้กัน เช่น การได้รับสวัสดิการที่ดี ทำ KPI  หรือสร้างระบบ KM ไม่ติดมาเลย

 นั่นไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่พวกเราชาว HRD ทำกันอยู่ ไม่มีคุณค่า  มันมีคุณค่าต่อองค์กรโดยรวม ต่อการวัดผล ต่อการเรียนรู้ ซึ่งส่งผลต่อ performance ของพนักงาน เพียงแต่ได้แค่ระดับ average performance ก็เท่านั้นเอง

 ถ้าเช่นนั้นอะไร ? คือตัวแปรที่ติดอันดับ

สิบกว่าตัวแปรที่เป็นปัจจัยสำคัญของ high performers กลับกลายเป็นพวก ความคาดหวัง โอกาส การรับรู้ ความแคร์ การสนับสนุน การยอมรับความเห็น ความตระหนักในความสำคัญของงานจากมุมมองของผู้อื่น

 เมื่อได้คำตอบว่า “อะไร” แล้ว ทีนี้มาตอบอีกคำถามว่า แล้ว “ใคร” กันที่ทำให้เกิด 
top performance    

จะเห็นได้ว่า ผู้ที่มีบทบาทต่อตัวแปรที่มีผลต่อ top performance ข้างต้นนั้นไม่ใช่เราชาว HRDโดยตรงสักเท่าไหร่ใช่มั้ยครับ เพราะบุคคลคนนั้นคือ “หัวหน้าโดยตรง” ของ performers เหล่านั้น

 ดังนั้น สิ่งเราจะทำให้เกิด top performance คงต้องเป็นการช่วยให้หัวหน้าต่างๆ รู้วิธีในการบริหารลูกน้อง เพื่อต่อยอดให้เกิด top performers จากที่เรา HRD ได้นำ average performers มานำเสนอให้แล้ว

 จึงมีการวิจัยอีกว่า ถ้างั้น หัวหน้างานที่สร้าง top performers ได้เขาทำอะไร ทำอย่างไรกันบ้าง ?

 ตรงนี้มีเรื่องอึ้งมากหน่อย เพราะหัวหน้าพวกนี้บริหารลูกน้องต่างจากที่พวกเราHRD รู้ๆกันอยู่เช่น เขาไม่คัดเลือกพนักงานด้วยการดูที่ความฉลาด หรือประสบการณ์ และไม่แม้แต่จะพิจารณาแค่จิตใจที่มุ่งมั่นแต่เพียงเท่านั้น...เขาไม่แก้ไขหรือพัฒนาจุดอ่อนของลูกน้องเลย...เขาไม่ให้ความยุติธรรม ไม่ปฏิบัติต่อลูกน้องอย่างเท่าเทียมกัน!!!

ตรงนี้ที่ผมว่ามัน “ฉีกกฎ”

 เลยทำให้อยากจะเชิญชวน HRD ที่สนใจมานั่งคุยกัน เล่าสู่กันฟัง วิเคราะห์ วิจารณ์ร่วมกันก่อน ในวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2552 ที่จะถึงนี้เพื่อช่วยกันระดมสมองหาทางช่วยเหลือบรรดาหัวหน้างานให้มีวิธีการนำพาลูกน้องของพวกเขาเป็น“กบกระโดด” เพื่อรองรับเศรษฐกิจขาขึ้น

ก่อนที่กบจะเอาแต่จำศีล ถึงขั้นทิ้งวิสัยกบคือ กระโดดไม่สูง หรือกระโดดไม่เป็น เอาเสียเลย

 ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์ ดำรงตำแหน่ง Chief Learning Officer, 37.5 Degree Celsius Co.,Ltd. ซึ่งหากสนใจร่วมกิจกรรมกับเขาสามารถติดต่อได้ที่ 
ajarn.sarun@gmail.com / ladawan@375c.com /Tel. 089-114-2131 / 084-088-5770

 

 



หัวข้อหลัก ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
1 นำเสนอคำถามจากการวิจัย 12 คำถามที่เป็นตัวแปรสำคัญของ top performer
2 นำเสนอแนวคิดที่หัวหน้าของ top performer มีแตกต่างไปจากหัวหน้าของ average และ low performer 
3 นำเสนอบทบาทหลัก 4 ประการที่หัวหน้าของ top performer ทำแตกต่างไปจากหัวหน้าของ average และ low performer 
4 ค้นหาแนวทางการประยุกต์เพื่อนำไปลงมือพัฒนาบุคลากรของผู้ร่วมสัมมนา เพื่อสร้างให้เกิด top performer ได้จริงในองค์กรของผู้ร่วมสัมมนาต่อไป



นำเสนอโดย : อาจารย์ศรัณย์  จันทพลาบูรณ์ 
Chief Learning Officer, บจก.37.5 องศาเซลเซียส

MBA (with distinction) De Paul University, Chicago, Illinois, USA
BBA (with second Honors) Thammasart University

Attended 
;The 52nd Annual International Creative Problem Solving Institute
2006,Chicago, USA.
; Creative Seminar by Dr. Edward de Bono, BKK
 
Member of American Society of Training & Development (ASTD)
Member of Creative Education Foundation (CEF) 

http://www.ajarnsarun.com,
http://ajarnsarun.blogspot.com,
http://ajarnsarun.wordpress.com, http://ajarnsarun.hi5.com
http://trainingsquare.googlepages.com/sarunchantapalaboon
http://www.375c.com



ณ ห้องประชุม SE-ED Learning Center จามจุรีสแควร์ ชั้น 2

วันพุธที่ 14 ตุลาคม 2552, 14.00 - 16.00 น.



http://www.375c.com



บริษัท 37.5 องศา เซลเซียส จำกัด

ติดต่อ : ลดาวัลย์ พรมวงษ์
โทรศัพท์ : 0-2752-1100
Email : ladawan@375c.com
Website : http://www.375c.com
ผู้เข้าชม : 2300 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys