Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ
การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ค่อนข้างแน่นอนตายตัวในแต่ละเดือน บางครั้งเงินเดือนค่าจ้างที่ได้มาก็ใช้เดือนต่อเดือน บางคนไม่ถึงเดือนก็หมดก่อนเนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายของแต่ละคนขึ้นอยู่กับรายได้ค่าจ้างเงินเดือนที่ได้รับ และหากต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายที่จ่ายเป็นประจำในแต่ละวัน การเดินทางไปต่างจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต เกาะสมุย ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง มนุษย์เงินเดือนก็ชักหน้าไม่ถึงหลัง ยิ่งต้องเดินทางไปต่างประเทศ หากกิจการไม่จ่ายเงินช่วยในการเดินทางก็ยิ่งทุนหายกำไรหดเงินหมดกระเป๋าแน่นอน

หลายบริษัทจึงกำหนดสวัสดิการให้แก่พนักงานที่ออกเดินทางไปนอกสถานที่ ไปต่างจังหวัด หรือไปต่างประเทศให้ได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ซึ่งค่าเบี้ยเลี้ยงหมายถึงเงินที่นายจ้างได้จ่ายให้แก่ลูกจ้างที่เดินทางไปปฏิบัติงานนอกสถานที่เพื่อใช้ในการจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่ม ปัญหาที่จะต้องพิจารณาว่า เงินค่าเบี้ยเลี้ยงนี้จะถือเป็นเงินได้ของพนักงานหรือไม่ ประมวลรัษฎากรได้กำหนดให้เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่

          (1) ค่าเบี้ยเลี้ยงหรือค่าพาหนะ ซึ่งลูกจ้างหรือผู้รับหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรือผู้รับทำงานให้ ได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่จะต้องปฏิบัติการตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น

          (2) ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทางตามอัตราที่รัฐบาลกำหนดไว้โดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยอัตราค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง

          (3) เงินค่าเดินทางซึ่งนายจ้างจ่ายให้ลูกจ้าง เฉพาะส่วนที่ลูกจ้างได้จ่ายทั้งหมดโดยจำเป็นเพื่อการเดินทางจากต่างถิ่นในการเข้ารับงานเป็นครั้งแรก หรือในการกลับถิ่นเดิมเมื่อการจ้างได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ข้อยกเว้นนี้มิให้รวมถึงเงินค่าเดินทางที่ลูกจ้างได้รับในการกลับถิ่นเดิม และในการเข้ารับงานของนายจ้างเดิมภายใน 365 วันนับแต่วันที่การจ้างครั้งก่อนได้สิ้นสุดลง

          พนักงานของบริษัทสายการบินซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศโดยมีสำนักงานสาขาในประเทศไทย มีพนักงานต้อนรับปฏิบัติหน้าที่บนสายการบินระหว่างประเทศ โดยพนักงานดังกล่าวนอกจากจะได้รับเงินเดือนประจำแล้วยังได้รับประโยชน์เพิ่ม เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ซึ่งสำนักงานสาขาเป็นผู้จ่าย พนักงานต้อนรับจะได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่บนเครื่องบินในอัตราเหมาจ่ายเป็นรายวัน เพื่อชดเชยค่าอาหาร ในขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่างประเทศเป็นครั้งคราวเป็นจำนวนเงินวันละ 70 เหรียญสหรัฐอเมริกา (ตามตารางการบินที่สำนักงานใหญ่กำหนด) การจ่ายเบี้ยเลี้ยงเดินทางในแต่ละเดือนจะจ่ายย้อนหลังให้พนักงานเมื่อทำงานเสร็จสิ้น เช่น เบี้ยเลี้ยงเดือนมกราคมจะจ่ายให้พนักงานในเดือนกุมภาพันธ์ ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางที่พนักงานหรือลูกจ้างได้รับเนื่องจากการเดินทางไปปฏิบัติงานตามหน้าที่ในต่างประเทศเป็นครั้งคราวที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะต้องเป็นไปตามมาตรา 42 (1) แห่งประมวลรัษฎากรประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.59/2538 เรื่อง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2538 ดังนี้ คือ

          1. กรณีค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางที่พนักงานหรือลูกจ้างฯ ได้รับเนื่องจากการเดินทางไปปฏิบัติงานตามหน้าที่ในประเทศหรือต่างประเทศเป็นครั้งคราว ที่จะได้รับยกเว้นให้ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะต้องเข้าลักษณะดังนี้

         (1) ต้องเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางซึ่งบุคคลดังกล่าวได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่จะต้องปฏิบัติการตามหน้าที่ของตน และได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น

         (2) ในกรณีบุคคลดังกล่าวได้รับเบี้ยเลี้ยงในอัตราไม่เกินอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงสูงสุดที่ทางราชการกำหนดจ่ายให้แก่ข้าราชการตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายในลักษณะเหมาจ่าย ให้ถือว่าค่าเบี้ยเลี้ยงดังกล่าวเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งบุคคลดังกล่าวได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น โดยไม่ต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินมาพิสูจน์

         (3) ในกรณีบุคคลดังกล่าวได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราเกินกว่าอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงตาม (2) และบุคคลดังกล่าวไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ว่าได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น ให้ถือว่าค่าเบี้ยเลี้ยงดังกล่าวเป็นค่าเบี้ยเลี้ยง ซึ่งบุคคลนั้นได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเพียงเฉพาะในส่วนที่ไม่เกินอัตราตาม (2)

          นอกจากนี้การเดินทางไปปฏิบัติงานตามหน้าที่ดังกล่าวจะต้องมีหลักฐานการได้รับอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงานนอกสำนักงานหรือนอกสถานที่ จากนายจ้างหรือผู้จ่ายเงินได้โดยต้องระบุลักษณะงานที่ทำและระยะเวลาในการปฏิบัติงานตามหน้าที่แล้วแต่กรณีด้วย

          2. กรณีสำนักงานสาขาได้จ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางให้แก่พนักงานต้อนรับในระหว่างการเดินทางเพื่อปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่างประเทศเป็นครั้งคราวในอัตราเหมาจ่ายเป็นรายวัน วันละ 70 เหรียญสหรัฐอเมริกา (ในอัตราระหว่าง 2,300 บาท ถึง 2,800 บาทต่อวัน) ซึ่งไม่เกินอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงสูงสุดที่ทางราชการกำหนดให้แก่ข้าราชการในการเดินทางไปราชการในต่างประเทศ ทั้งนี้ ตามมาตรา 49 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2548 และพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 ประกอบกับข้อ 12 ของระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2550 บัญชีหมายเลข 6 ท้ายระเบียบฯ ดังกล่าว ประเภท ข ในลักษณะเหมาจ่ายกำหนดไว้ในอัตรา 3,100 บาทต่อวัน

          ดังนั้น หากพนักงานได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางในอัตราที่ไม่เกินกว่าอัตราดังกล่าวและได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็น เฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงานดังกล่าวทั้งนี้ ตามมาตรา 42 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 1 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.59/2538 ลงวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2538

 

ที่มา : ธรรมนิติ


ผู้เข้าชม : 6445 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys