Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
Career Path กับ Training Road Map สำคัญอย่างไรต่อการบริหารบุคลากร

 

 

      มีองค์กรจำนวนไม่น้อยที่กำลังประสบปัญหาคนเก่งๆออกจากองค์กรเพราะมีความรู้สึกว่าอยู่ต่อไปก็มองไม่เห็นอนาคตตัวเอง หรือเพื่อนได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นไปเป็นหัวหน้า ตัวเองก็รู้สึกด้อยค่า จึงออกไปสร้างมูลค่าและหาตำแหน่งที่เท่าเทียมกับเพื่อนในองค์กรอื่น มีหลายครั้งที่คนเก่งๆลาออกไปเพราะไม่เคยมีใครบอกว่าทำงานที่นี่ไปนานๆแล้วจะได้ไปอยู่ ณ จุดไหนขององค์กร บางคนเพิ่งมารู้ว่าตัวเองมีอนาคตที่สดใสในองค์กรก็ต่อเมื่อยื่นใบลาออกแล้ว และผู้บริหารเรียกไปพูดคุย บางคนรู้แล้วก็เปลี่ยนใจไม่ออกไปทำงานที่ใหม่ แต่มีหลายคนที่มีศักดิ์ศรีมากหรือมากเกินไป ก็ไม่เปลี่ยนใจเพราะยื่นใบลาออกแล้วก็ต้องออก แถมยังรู้สึกลึกๆในใจว่าทำไมไม่มาบอกเราตั้งแต่เรายังไม่ออก มาบอกตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว

      ในขณะที่คนบางคนที่เคยเป็นคนเก่งและคนดี พอทำงานไปนานๆและมองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง แต่ก็ไม่อยากจะออกไปทำงานที่อื่นด้วยเหตุผลใดก็ตาม คนเหล่านี้ก็จะค่อยๆกลายเป็นคนเก่งปานกลางแต่ยังเป็นคนดีไปสักระยะหนึ่ง และสุดท้ายก็จะกลายเป็นคนไม่ค่อยเก่งแต่เป็นเพียงแค่คนดีขององค์กรเท่านั้น เราจะเห็นว่าองค์กรที่ตั้งมานานมักจะมีคนกลุ่มนี้อยู่เยอะ และผู้บริหารมักจะไม่ค่อยให้ออกเพราะยังนึกถึงความประทับใจในอดีตที่เคยเป็นทั้งคนเก่งและคนดี และปัจจุบันก็ยังเป็นคนดีขององค์กรอยู่ เป็นคนที่ไว้ใจได้ เป็นคนที่มีความผูกพันกันมานาน เราจะเห็นว่าคนกลุ่มนี้จึงอยู่ในองค์กรได้เพราะผลงานทางใจในสายตาของผู้บริหารมากกว่าผลงานที่เป็นผลในการทำงานจริงๆ

      จากปัญหาดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นว่าในอดีตระบบการบริหารบุคลากรขององค์กรต่างๆ มักจะมุ่งเน้นการหาคนเก่งและคนดีเข้ามาทำงานกับองค์กร เน้นการใช้คนเก่งและคนดีทำงานให้ได้ผลงานดี และเน้นการรักษาคนเก่งและคนดีให้อยู่กับองค์กรไปนานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายองค์กรยังไม่มีเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพและเส้นทางในการพัฒนาฝึกอบรมบุคลากรที่ชัดเจน

      เมื่อพูดถึงเรื่องเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ หรือที่นิยมเรียกกันว่า Career Path กับเรื่องเส้นทางในการฝึกอบรม หรือ Training Road Map หลายคนก็ยังคงมีคำถามว่าเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ หรืออาจจะสงสัยว่าเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างไร

      สำหรับเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Path) หมายถึง แนวทางที่แสดงให้เห็นว่าคนทำงานในแต่ละตำแหน่งจะมีโอกาสเติบโตหรือมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานไปไหนได้บ้าง และต้องใช้ระยะเวลานานกี่ปี ซึ่งเส้นทางความก้าวหน้านี้ไม่ใช่เครื่องการันตีว่าทุกคนต้องเดินไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ เพราะการที่ใครจะก้าวหน้าไปไหน ช้าเร็วแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน เส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพนี้จะช่วยให้คนทำงานมองเห็นอนาคตของตัวเองได้ว่าจะไปไหนได้บ้าง ตัวเองพึงพอใจกับเส้นทางที่องค์กรกำหนดไว้ให้หรือไม่ จะได้ตัดสินใจได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ต้องรอทำงานไปนานๆแล้วค่อยมาตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไป ซึ่งบางครั้งก็สายไปเสียแล้ว

      ส่วนเส้นทางความก้าวหน้าในการฝึกอบรม (Training Road Map) หมายถึง แนวทางในการฝึกอบรมให้คนทำงานมีความรู้ ความสามารถมากเพียงพอที่จะทำงานได้ ทำงานดีขึ้นและเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้นไป เส้นทางความก้าวหน้าในการฝึกอบรมนี้จะช่วยให้องค์กรบริหารจัดการในการฝึกอบรมให้บุคลากรได้อย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันคนทำงานก็จะได้ทราบว่าตัวเองต้องมีความรู้ความสามารถอะไรบ้าง และยังทราบต่อไปอีกว่าเรื่องไหนบ้างที่ตัวเองเก่งแล้ว เรื่องไหนบ้างที่ตัวเองต้องมีการพัฒนาเพิ่ม

      เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ของทั้งสองเรื่องนี้อย่างชัดเจน จึงขอสรุปด้วยตารางดังต่อไปนี้

หน้าที่ขององค์กร

Career Path

Training Road Map

ทำให้คนทำงานได้

-

คนทำงานต้องได้รับการฝึกอบรมอะไรบ้างจึงจะมีความรู้และทักษะที่สามารถทำงานในหน้าที่ได้
ทำให้คนทำงานดีขึ้น

-

คนทำงานควรจะได้รับการฝึกอบรมอะไรบ้างจึงจะทำให้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นและพัฒนางานในหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น
ทำให้คนมีความก้าวหน้า คนแต่ละตำแหน่งสามารถเติบโตไปไหนได้บ้าง ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในแต่ละขั้นแต่ละระดับ คนทำงานควรจะได้รับการฝึกอบรมอะไรบ้าง จึงจะมีความพร้อมที่จะเติบโตหรือก้าวหน้าตามที่กำหนดไว้ในเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ และต้องอบรมในแต่ละเรื่องเมื่อไหร่(ก่อนที่จะเลื่อนตำแหน่ง)

      สรุป ทั้งเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพและเส้นทางความก้าวหน้าในการฝึกอบรมคือเครื่องมือหรือระบบในการบริหารจัดการบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้บุคลากรสามารถเติบโตและก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ ซึ่งเครื่องมือทั้งสองเรื่องนี้ควรจะนำไปใช้ควบคู่กันไป จะมีเพียงเส้นทางที่บอกเพียงหลักกิโลเมตรเหมือนแผนที่การเดินทางเพียงอย่างเดียวคงจะไม่ได้ หรือจะมีเพียงการเติมน้ำมันและตรวจเช็คสภาพรถเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ เราควรจะทำทั้งสองอย่างไปพร้อมๆกันคือ ต้องทราบว่าเรากำลังจะเดินทางไปไหน ระยะทางเท่าไหร่ ต้องการถึงเป้าหมายในเวลาไหน ในขณะเดียวกันเราจะต้องเตรียมอะไรบ้าง เช่น ตรวจสภาพรถ เตรียมเสบียง เติมน้ำมันเมื่อไหร่บ้าง ปริมาณเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสมกับการเดินทางในครั้งนั้นๆ

      สุดท้ายนี้ หวังว่าองค์กรต่างๆจะให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาระบบการบริหารบุคลากรเพื่อรักษาคนเก่งและคนดีให้อยู่กับองค์กรไปนานๆและยังคงเป็นคนเก่งและคนดีขององค์กรตลอดไปนะครับ

 
ที่มา : http://www.peoplevalue.co.th/component/


ผู้เข้าชม : 2452 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys