Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
4 วิธีลดค่าใช้จ่ายทางธุรกิจที่ใครก็ทำได้
ค่าใช้จ่ายตัวแดงในบัญชีถือเป็นอีกเรื่องที่น่าหนักใจสำหรับผู้ประกอบการในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเริ่มต้นที่ยังมียอดขายและกำไรไม่มากนักแต่กลับมีค่าใช้จ่ายที่สูงจนน่าตกใจ หรือช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้ตลาดไม่คึกคักจนกำไรหดหายแต่ค่าใช้จ่ายกลับยังเท่าเดิมหรือมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ทำให้การรัดเข็มขัดค่าใช้จ่ายในการธุรกิจจึงถือเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ควรนำมาพิจารณาอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งถ้าผู้ประกอบการนั้นลองใช้เวลานั่งดูบัญชีรายจ่ายอย่างจริงจังก็จะสังเกตได้ว่าแท้จริงแล้วค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็ล้วนแต่เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเพื่อลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ด้วยซ้ำ บทความนี้จึงรวบรวมแนวทางการลดค่าใช้จ่ายทางธุรกิจที่ใครๆ ก็ทำได้เอาไว้ 4 ข้อดังนี้

1.       การใช้พลังงาน

พลังงานเป็นอีกปัจจัยหลักในองค์กรที่สร้างภาระค่าใช้จ่ายให้เกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสำนักงานที่มีขนาดใหญ่ หรือธุรกิจที่มีโรงงานแล้วยิ่งมีโอกาสที่จะเสียค่าใช้จ่ายไปกับการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองมากเลยทีเดียว แต่ทว่าทางแก้สำหรับปัญหาในการลดการใช้พลังงานนั้นจริงๆ แล้วง่ายกว่าที่เราคิด เพียงแค่ค่อยๆ เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงจากจุดเล็กๆ ในบริษัทไปเรื่อยๆ รับรองได้เลยว่าการใช้พลังงานก็จะลดลงเอง โดยวิธีที่ว่าก็มีดังนี้

- ถ้าองค์กรเราเป็นลักษณะออฟฟิศแล้ว ก็ควรมีการปลูกฝังพนักงานในการลดใช้พลังงานด้วยเรื่องง่ายๆ อย่างเช่น ปิดไฟ ปิดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ได้ใช้หรือก่อนกลับบ้าน เป็นต้น

- ลองศึกษาถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อพิจารณาถึงการลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบเก่าที่กินไฟมาเป็นอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ ที่มีระบบ Ecosystem ที่จะช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนหลอดไฟแบบปกติให้เป็นหลอดฟลูออเรสเซนท์ เพราะจะสามารถช่วยประหยัดไฟได้ถึง 75%

2. ค่าโฆษณา

หลายองค์กรที่กำลังใช้สื่อสิ่งพิมพ์เช่นใบโบชัวร์จำนวนมากในการโฆษณาธุรกิจอยู่ ลองพิจารณาหันมาใช้การโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ดูบ้างดีกว่าไหม? เพราะนอกจากวิธีนี้จะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากแล้ว ยังเป็นการเปิดโลกธุรกิจของเราให้กว้างขึ้นและเข้าถึงบรรดาผู้คนได้มากขึ้นกว่าที่เคยอีกด้วย

- ทุกวันนี้ Social media แทบจะเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิตผู้คนไปแล้ว ส่งผลให้ Social media marketing กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งบน Facebook, Twitter, Instragram, Pinterest และอื่นๆ ซึ่งหากมีการศึกษาและวางแผนการใช้โฆษณาในส่วนนี้เป็นอย่างดีแล้วก็ช่วยให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากการลงทุนที่น้อยลงมากเลยทีเดียว

- สร้างเว็บแบบง่ายๆ หรือ Blog สำหรับแบรนด์ของเราขึ้นมาเพื่อใช้เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการโฆษณา แจ้งข่าวสารใหม่ๆ ให้กับลูกค้า รวมไปถึงการใช้ Email ในการส่งข่าว ดิจิตอลโบชัวร์หรือติดต่อกับลูกค้าแทนที่จะใช้การพิมพ์และส่งไปตามบ้าน

- ลงทุนกับการโฆษณาแบบ Pay per click ตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจเราและคาดว่าจะมีกลุ่มลูกค้าเข้ามาพบเห็นบ่อยๆ ซึ่งวิธีนี้จะมีอัตราค่าบริการตามจำนวนครั้งที่คลิก หรือหากเราเป็นธุรกิจที่ใหญ่หน่อยและกำลังมองวิธีที่เว็บไซต์ธุรกิจเราจะติดอันดับต้นๆ ของ Google แล้วอาจใช้ Search Engine Optimization (SEO) เข้ามาช่วยก็ได้

3. ค่าโทรศัพท์

ค่าโทรศัพท์มักเป็นรายจ่ายที่ผู้ประกอบการมักมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย เพราะมองว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ยังไงก็ต้องใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อสื่อสารหรือประสานงานธุรกิจ แต่จริงๆ แล้วค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็สามารถลดลงไปได้อีกถ้าหากมีการบริหารอย่างถูกวิธี

- ลองพิจารณาดูถึงลักษณะการใช้งานของโทรศัพท์ดูว่าปกติแล้วเรามีการใช้งานอย่างไร เช่น มีการโทรเข้ามือถือมากกว่าการโทรเข้าหมายเลขที่เป็นเบอร์บ้าน ช่วงระยะเวลาในการโทรนั้นสั้นหรือนานแบบไหนมากกว่ากัน เป็นต้น ก่อนที่จะนำลักษณะการใช้งานเหล่านี้มาลองคิดดูว่าโทรศัพท์มือถือหรือโทรศัพท์บ้านจะคุ้มค่ากว่ากัน รวมไปถึงการตรวจสอบโปรโมชั่นมือถืออยู่บ่อยๆ ด้วยว่ามีแพคเกจอะไรใหม่ๆ ของค่ายไหนที่เหมาะสมกับการใช้งานของเราบ้างหรือไม่

- ถ้าเรื่องที่ต้องการจะติดต่อนั้นไม่ได้มีความสำคัญมากนัก ลองเปลี่ยนมาใช้ช่องทางอื่นๆ ในการติดต่อดูบ้างอย่างเช่น การใช้ Email, Application Chat ในมือถือ หรือแม้กระทั่งใน Social Media ก็ได้ แต่ที่สำคัญต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของผู้ที่เราจะติดต่องานด้วย เพราะหากฝ่ายที่เราติดต่อเป็นลูกค้า หรือคนที่ไม่สนิทสนมมากนักการใช้ช่องทางอื่นๆ เหล่านี้อาจลดภาพลักษณ์ที่ดูน่าเชื่อถือขององค์กรลงได้

4. ค่าจ้าง

แน่นอนว่าคงไม่มีใครที่อยากปลดพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายกันหรอก แต่หากถึงเวลาที่ต้องลดต้นทุนจริงๆ เพื่อความอยู่รอดของบริษัทแล้ววิธีนี้อาจเป็นหนึ่งในวิธีสุดท้ายที่จะช่วยลดต้นทุนลงไปได้แม้จะต้องอาศัยการตัดสินใจที่ยากลำบากเป็นอย่างมาก

- การใช้ Outsource เข้ามาแทนที่พนักงานประจำนั้นจะทำให้เราได้งานที่มีคุณภาพในเฉพาะทางมากขึ้น ซึ่งประโยชน์ก็คือการจ้าง Outsource นั้นสามารถจ้างให้เสร็จได้เป็นงานๆ ไป เมื่อใดที่ไม่ต้องใช้ก็ไม่ต้องมาเสียค่าจ้างในส่วนนี้แบบเต็มเวลาเหมือนอย่างตอนที่ใช้พนักงานประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโปรเจคที่สามารถให้พนักงาน Outsource ทำได้โดยที่ไม่ต้องเข้า Office บ่อยๆ ก็จะมีค่าจ้างที่ถูกลงไปอีก

- ตำแหน่ง Outsource ที่ควรจ้างสำหรับบริษัทขนาดกลางก็คืองานในส่วนของ IT ซึ่งนอกจากจะได้ในเรื่องของราคาที่ส่วนมากจะถูกกว่าแล้ว ยังเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยประหยัดเวลาได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว เพราะหากได้ Outsource ที่ดี พวกเขาจะลงมือจะจัดการงานในส่วนนี้ตามที่เราต้องการโดยที่เราแทบไม่ต้องทำอะไรเลย

 • •

จุดเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้บางข้อก็เป็นเรื่องเล็กน้อย บางข้อก็ดูเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทำตามทั้งหมด เพราะทั้ง 4 ข้อนี้เป็นเพียงแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายที่อยากให้เราได้ลองนึกถึงดูว่ายังมีอะไรอีกหลายอย่างใกล้ตัว ที่เราสามารถค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองและคนในองค์กรวันละเล็กวันละน้อย อย่างเช่นเรื่องการใช้พลังงานหรือค่าโทรศัพท์ที่สามารถปลูกฝังกันได้ในทุกๆ วัน ซึ่งหากทำได้เป็นนิสัยแล้วรับรองได้เลยว่าทั้ง 4 หัวข้อจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายแบบยั่งยืนได้อย่างแน่นอน

 

บทความ 4 วิธีลดค่าใช้จ่ายทางธุรกิจที่ใครก็ทำได้ โดย INCquity.com: http://incquity.com/articles/4-ways-reduce-cost


ผู้เข้าชม : 1112 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys