Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
จริงไหม ? สัญญาณบอกเหตุ พนง.ไม่อยากอยู่แล้ว

บางครั้งผู้บริหารมุ่งไปที่ความสำเร็จของงานอย่างเดียว ลืมนึกไปว่าลูกน้องไม่มีใจในงานที่สั่งให้ทำแล้ว

งานที่ทำอยู่ก็ไม่สำเร็จอยู่ดี ฉะนั้นหัวหน้างานและผู้บริหารจึงควรสังเกตว่าลูกน้องมีพฤติกรรมอย่างไรที่

แสดงว่าไม่มีใจให้องค์กรแล้วหรือไม่

 

 

ผู้เขียนอยากจะขอแชร์ประสบการณ์จากที่เคยทำงานด้านแรงงานสัมพันธ์และฝึกอบรมในโรงงานแห่งหนึ่งใน

จ.สระบุรี ซึ่งมักจะมีพนักงานมาหารือบ่อยๆ ถึงปัญหาในงานในแผนก และวิธีการทำงาน เวลาส่วนใหญ่ที่

พนักงานเข้ามาหารือมักจะเป็นในช่วงเย็นหลังจากสังสรรค์ในหมู่เพื่อน ซึ่งนั่งตั้งวงสนทนาและมักจะมีสุราร่วม

ไปด้วย พอได้ที่แล้วก็เริ่มพูดถึงเจ้านาย

 

ผมสังเกตเห็นว่า มีพนักงานคนหนึ่งพูดค่อนข้างรุนแรงและมีทัศนคติไม่ดีต่อผู้บังคับบัญชาอย่างมาก พอเวลา

ผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมง เขาเริ่มก้าวร้าวมากขึ้น เพราะพูดไปเริ่มไม่มีใครฟัง หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นร้องไห้

จนทำให้เพื่อนๆ หันมาให้ความสนใจพนักงานคนนั้นทันที และรับฟังความเห็นของเขามากขึ้น จึงได้ทราบว่า

เขาถูกเพื่อนร่วมงานกลั่นแกล้งและถูกผู้บังคับบัญชาระดับต้นจัดเวรให้ไปอยู่ในสถานที่ปฏิบัติงานลำบาก ให้

อยู่แต่เวรดึก ไม่ได้รับโอกาสเหมือนพนักงานคนอื่น เพราะสาเหตุที่ว่า พนักงานคนนี้ไม่ได้เป็นสมาชิกขายตรง

ของบริษัทหนึ่งที่หัวหน้าหมวดเป็นแม่ข่ายอยู่ ส่วนเพื่อนๆ ในแผนกเป็นสมาชิกเกือบทุกคนแล้ว

 

ในวันรุ่งขึ้น ผมไปหารือกับผู้จัดการแผนกที่รับผิดชอบสายงานนี้ จนได้ข้อมูลความจริงอีกหนึ่งอย่างคือ

พนักงานคนนี้จากที่ไม่เคยขาด ลา มาสายเลยในช่วง 3 เดือนที่มาทำงานในโรงงาน แต่ช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุด

กลับเริ่มมาสายและลากลับก่อน จึงเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งว่า พนักงานเริ่มจะเดินออกจากองค์กรแล้ว

 

พฤติกรรมพนักงานโดยทั่วๆ ไป ที่ผู้บริหารสามารถสังเกตได้จากพนักงานมี 3 พฤติกรรม ได้แก่ พฤติกรรมที่

สังเกตอันดับแรก คือ พนักงานเริ่มมาสาย ลากิจ และขาดงาน ซึ่งเป็นสัญญาณว่า เริ่มไม่อยากทำงาน ไม่

ใส่ใจในการทำงานแล้ว ซึ่งหัวหน้าใกล้ชิดมักสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ง่าย แต่ถ้ามีหัวหน้างานที่

พฤติกรรมไม่ดี ก็จะถูกลืมไปเลย พนักงานที่เป็นแบบนี้ส่วนใหญ่จะเดินออกจากองค์กร โดยทิ้งความทรงจำไม่

ดีไว้และยังไปบอกเล่าต่อถึงพฤติกรรมไม่ดีของบริษัทอีกด้วย

 

พฤติกรรมการแสดงออกที่สอง คือ การบ่นให้คนอื่นฟัง เมื่อพึ่งหัวหน้าไม่ได้ ก็จะพยายามบอกเล่าให้คนอื่น

นอกแผนกให้รับทราบ เพื่อต้องการให้ผู้จัดการสายงานอีกระดับหนึ่งได้รับรู้และเข้าใจถึงตัวเขา ถ้าเรื่องนี้ได้รับ

การตอบรับก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะหยุดพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้

 

พฤติกรรมการแสดงออกที่สาม คือ การออกหางานบริษัทใหม่ เมื่อพนักงานแสดงออกทั้งสองอย่างแล้ว ยัง

ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้บริหาร พนักงานก็จะออกหางานใหม่

 

จากการวิจัยที่พบในองค์การใหญ่ๆ จะเห็นได้ว่า คนเลือกที่จะทำงาน เพราะองค์กรมีความมั่นคง มีระบบการ

บริหารที่ดี และเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านสินค้าและการบริการ ในทางกลับกัน คนมักจะเดินออกจากองค์กร

เพราะการบริหารงานของหัวหน้าที่ไม่มีความยุติธรรม มีการเล่นพรรคเล่นพวก และไม่ให้พนักงานเข้ามามีส่วน

ร่วม ซึ่งเรียกว่าเป็น แรงผลัก มักจะเกิดขึ้นภายในองค์กร ซึ่งสามารถบริหารจัดการได้

 

แต่ถ้าเป็น แรงดึง ที่เกิดจากภายนอกองค์กร เราไม่สามารถควบคุมหรือบริหารจัดการได้ องค์กรส่วนใหญ่จึง

ต้องบริหารแรงผลักภายในองค์กรให้ดีเท่านั้น สำหรับพนักงานส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติงานในองค์กร มักจะเกิด

ปัญหาด้านแรงผลักก่อนเสมอ และในช่วงดังกล่าวมีแรงดึงจากภายนอกเข้ามาพอดี จึงทำให้เกิดการตัดสินใจ

ที่เร็วขึ้นได้

 

ฉะนั้น หากสังเกตเห็นพฤติกรรมข้างต้นของพนักงาน และถ้าผู้บริหารจะหยุดการลาออกของพนักงานให้ได้ผล

จะต้องเข้าไปรับรู้และหาสาเหตุตั้งแต่ในพฤติกรรมที่ 1 และ 2 โดยพูดคุยกับพนักงานเพื่อรับทราบปัญหา และ

หาวิธีแก้ไข เพื่อให้พนักงานสบายใจว่า ผู้บริหารเหนืออีกระดับหนึ่งยังให้ความเป็นธรรมแก่เขา ก็จะทำให้หยุด

การลาออกของพนักงานได้  แต่ถ้าให้พนักงานมีพฤติกรรมที่ 3 แล้ว จะทำให้หยุดและดึงพนักงานกลับเข้าสู่

องค์การได้ยากมาก

 

 

ที่มา http://job.posttoday.com

 


ผู้เข้าชม : 1560 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys