Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
10 แนวโน้มที่ HR ต้องรู้ มองผ่านเลนส์ 'ศิริยุพา รุ่งเริงสุข'

เมื่อคนเป็นทรัพยากรที่ขาดแคลน ทำให้นายจ้างจำเป็นต้องง้องอน

รวมถึงต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้คน

 

การสร้างอนาคตให้ประสบความสำเร็จ ว่ากันว่าขึ้นอยู่กับการมองเห็นแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และว่า

กันว่า หนึ่งในความท้าทายของธุรกิจปัจจุบันนั้นเป็น "คน" จึงหนีไม่พ้นที่ต้องเหลียวหลังแลหน้าหาทาง

พัฒนาและปรับปรุงประเด็นปัญหาในเรื่องนี้ ทั้งหมดทั้งสิ้นก็เพื่อธุรกิจจะไม่เกิด

อาการกระตุกหรือสะดุดล้มในภายหลัง

 

"รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข"กรรมการบริหารและหัวหน้าหลักสูตรการบริหารงานบุคคล สถาบันบัณฑิต

บริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นกูรูในแวดวง อีกทั้งยังมีบทบาทเป็น

ผู้เจียรนัย HR มือดีให้กับวงการธุรกิจจำนวนไม่น้อย จับสัญญาณได้ว่าแนวโน้มสำคัญของงาน HR จะ

มีอยู่ด้วยกัน 10 ประเด็น ประกอบด้วย

 

เรื่องแรก การขาดแคลนของบุคลากรในทุกระดับตั้งแต่ผู้บริหารไปถึงพนักงานธรรมดา รวมไปถึงคนเก่ง

หรือ Talent ตลอดจนแรงงานที่มีฝีมือและไม่มีฝีมือ ฯลฯ

ซึ่งยืนยันได้จากตัวเลขด้านประชากรศาสตร์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ชี้ว่า จากการเกิดที่น้อยลงจะ

ทำให้ในอีก 3 ปีข้างหน้ากลุ่มคนในวัยทำงานของประเทศไทยหรือผู้มีอายุระหว่าง 15-60 ปีจะหดตัวลง

อย่างรวดเร็ว สังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ข้อสอง อายุการทำงานของคนจะยืดยาวขึ้น และมีการใช้แรงงานเด็กภาวะขาดแคลนแรงงานจะกลายเป็น

เรื่องดีของคนทำงานสูงวัย เพราะในไม่ช้าองค์กรต้องวางแผนชะลอการเกษียณงาน ถ้าเปรียบเป็นสินค้าก็

จะถูกวางขายอยู่บนชั้นวางยาวนานมากขึ้น ในขณะเดียวกัน องค์กรก็คงอดไม่ได้ต้องหันไปแสวงหา

แรงงานเด็ก หรือเกิดการตกเขียวมากขึ้น

 

ข้อสาม แผนการสรรหาคนไม่ว่าทั้งองค์กรเอกชนและภาครัฐ จะแข่งขันกันแบบดุเด็ดเผ็ดมัน เพราะเน้นทำ

ในเชิงรุก และจะเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) ไปพบเจอใครที่ดูเข้าท่าต้องรีบชักชวน

ให้มาทำงานกับองค์กร

 

ข้อสี่ ระบบเทรนนิ่งต้องพัฒนาจากรูปแบบ On the Job Training (OJT) ไปเป็น Turnkey Training

คนยุคใหม่นั้น รักง่ายหน่ายเร็ว จึงไม่ควรแปลกใจที่อัตราการลาออกของทุกๆ องค์กรในปัจจุบันจึงเป็น

ตัวเลขที่สูง บางธุรกิจว่ากันว่าเกินกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป อ.ศิริยุพา มองว่า ระบบเทรนนิ่งจึงควรมี

ความรวดเร็ว ประมาณว่าเทรนแล้วต้อง "ลงสวมหัวได้ทันที"

 

"เมื่อก่อนอาจต้องใช้เวลาในการเทรนนานถึง 6 เดือน เพื่อให้คนทำงานได้ แต่เวลานี้คงไม่ทันกิน HR ต้อง

คิดหาระบบเทรนนิ่งใหม่ ต้องพัฒนาเทคโนโลยี ต้องจัดทำคู่มือเพื่อช่วยทำให้คนทำงานได้เร็วขึ้น ทำได้

ทันที นอกจากนั้นในสมัยนี้ตัวหัวหน้างานจำเป็นต้องลงไปสอนงานเอง"

 

ข้อห้า ค่าแรงจะขึ้นอยู่กับดีมานด์และซัพพลาย เมื่อคนขาดแคลน ค่าแรง ค่าตอบแทนต่างๆ ก็ยิ่งจะสูงขึ้น

เป็นเงาตามตัว แรงงานและพนักงานจะสามารถต่อรององค์กรนายจ้างแม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่ค่อยมีฝีมือ

ก็ตาม ส่วนคนเก่งยิ่งไม่ต้องพูดถึงยิ่งต่อรองได้มากตามความสามารถ

 

ข้อหก การรักษาพนักงานยิ่งทวีความสำคัญ ความขาดแคลนคนจะทำให้องค์กรนายจ้างต้องง้อแรงงาน

หรือพนักงาน ซึ่งจะทำให้เกิดทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คือ พนักงานจะได้รับเงินเดือนและสวัสดิการที่สม

น้ำสมเนื้อและเป็นไปตามความสามารถ เพราะองค์กรต้องปรับโครงสร้างผลตอบแทนให้แข็งขันได้เพื่อ

ป้องกันการสูญเสียคน แต่ในเวลาเดียวกันลูกจ้างหรือพนักงานอาจไม่มีแรงจูงใจในการพัฒนาทักษะและ

ความสามารถของตัวเอง

 

" ในวิกฤติที่องค์กรขาดแคลนคนและต้องง้อคน ก็อาจทำให้ลูกจ้างไม่ได้พัฒนาตัวเองให้มีความ

สามารถมีทักษะสมกับเงินเดือน นอกจากนั้นเขายังได้รับการโปรโมทเร็วด้วย เพราะถ้าองค์กรไม่.

โปรโมทเขาก็ลาออก หรือถ้าองค์กรไม่โปรโมทเขาก็ไม่รู้จะโปรโมทใคร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระวัง

เพราะมันดีต่อลูกจ้างแต่ไม่ดีต่อการแข่งขันขององค์กรและประเทศชาติ"

 

ซึ่งอ.ศิริยุพา แนะว่า แม้โลกจะก้าวสู่ยุคที่นายจ้างจะง้องอนทำให้ลูกจ้างเล่นตัวได้ แต่การพัฒนาตัวเอง

เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ " จะทำอะไรก็ตามให้ทำให้ดีที่สุด และหากจะเรียนอะไร รู้อะไรต้องรู้จริงๆ ต้อง

เป็นคนรู้ดี รู้จริง"

 

ข้อเจ็ด องค์กรธุรกิจจะนำเอาเทคโนโลยีมาแทนที่คนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้า

เพียงไร หากคนไม่มีทักษะหรือความรู้ในการใช้งาน เทคโนโลยีก็คงไร้ประโยชน์เช่นกัน

 

ข้อแปด องค์กรจะเผชิญหน้ากับความหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าสู่เออีซีอย่างเป็นทางการใน

ปีหน้า

 

"ที่จริงไทยเองเป็นประเทศที่มีคนต่างชาติและใช้คนต่างชาติทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว แต่การเปิดเออีซีจะมี

คนทั้งเข้าและออก ซึ่งมองว่าแรงงานต่างชาติที่สุดอาจกลับประเทศเพราะมองโอกาสว่ามีนักลงทุนไป

ลงทุนประเทศเขาเช่นกัน ประเทศเราก็ยิ่งจะขาดแรงงาน ซึ่งบริษัทใหญ่ๆ เขาเตรียมความพร้อมมานาน

แล้ว ที่น่าเป็นห่วงคือเอสเอ็มอี อีกทั้งปัจจุบันบริษัทยักษ์ใหญ่มักจะลงทุนทำธุรกิจครบวงจร และผูกขาด

คือผลิตและขายสินค้าเองตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า ของที่แม่ค้าขายในตลาดสดขายก็มาแย่งขาย เขาแย่ง

ตลาดทุกอย่างตั้งแต่ระดับบนถึงล่างเลย ถ้ารัฐบาลไม่ระวังเรื่องนี้เอสเอ็มอีคงไม่รอด"

 

อย่างไรก็ดี การเปิดเออีซีที่ใกล้จะมาถึง กลับยังไม่มีกฏหมายแรงงานที่ตกลงกันเป็นการเฉพาะในกลุ่ม

ประเทศเออีซี ซึ่งต่างจากอียู ที่มีการกำหนดให้ทุกประเทศอยู่ภายใต้ข้อกฏหมายเดียวกัน

 

"ตอนนี้กฏหมายแรงงานยังคงเป็นประเทศใครประเทศมันอยู่ แต่ไม่นานจะต้องมี เพื่อไม่ให้คนไทยโดน

นายจ้างต่างชาติทารุณ หรือคนงานพม่าโดนนายจ้างไทยทารุณ เพราะสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานไม่ควรมี

เรื่องแบบนี้ ต่อไปแรงงานต้องได้รับการปฏิบัติด้วยมาตรฐานที่เป็นสากลมากขึ้น ถามว่าดีไหม ดีสิคะ เพราะ

มนุษย์แต่ละคนต้องได้รับการปฏิบัติ ได้รับความเคารพอย่างเท่าเทียม"

 

ข้อเก้า กระโจนเข้าสู่กระแส Big Data เมื่อคนกลายเป็นทรัพยากรที่ขาดแคลนและองค์กรต้องมีการแย่ง

ชิงกัน ดังนั้น การใช้คนจึงจะมีการคำนึงถึงความ "คุ้มค่า" โดยการนำเอาข้อมูล Big Data for HR

Analytics มาใช้บริหารทรัพยากรมนุษย์ในทุกๆ กระบวนการไม่ว่าจะเป็นการจัดจ้าง พัฒนา หรือสรรหา

ซึ่งล้วนมีต้นทุนทั้งหมด

 

" พนักงาน ก็คือต้นทุนอย่างหนึ่ง ขึ้นอยู่ว่าองค์กรจะบริหารให้เป็นทรัพย์สินไม่ใช่หนี้สินได้

อย่างไร การดูแลพัฒนา รักษาคน ต้องมีเก็บข้อมูล ระบุเป็นตัวเลขว่าได้มีการลงทุนตรงนี้ไปแล้วเท่าไหร่

และต้องมีการวัดผลด้วย เพราะในเมื่อคนมีอยู่น้อย จำเป็นต้องบริหารให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ต่อทั้ง

องค์กรและตัวของพนักงานเอง ในแง่ของพนักงาน องค์กรจะปฏิบัติต่อเขาเหมือนเครื่องจักรกลไม่ได้ แต่

ต้องหยิบยื่นอนาคตที่ดีในการทำงานให้เขา ส่วนองค์กรเองก็ต้องคิดว่าพนักงานแต่ละคนทำงานคุ้มค่ากับ

สิ่งที่ลงทุนไปหรือเปล่า โดยเอาข้อมูลตัวเลขมาบริหาร เพื่อดูความเสี่ยงในการจัดจ้าง ความเสี่ยงในการ

รักษาพนักงาน"

 

ข้อสิบ ปัญหาดังที่กล่าวมาทั้งหมด จะทำให้บทบาทของผู้บริหารในทุกระดับทุกแผนกเปลี่ยนแปลงไป คือ

ต้องรับหน้าที่เป็น HR หรือผู้บริหารงานบุคคลด้วย

 

" จากที่เคยทำงานแค่รอคนมาให้คัด หรือพัฒนาตามเมื่อถูกเรียกขอ ให้รางวัลตามที่อยากจะให้ จากนี้ไป

HR จะต้องพยายามคอยืดคอยาว พยายามมองหาว่า คนเก่งคนดีจะได้มาจากที่ไหน เมื่อเอาเขามาแล้วจะ

รักษาเขาไว้ได้อย่างไร พัฒนาอย่างไรให้เขาพอใจ ให้อยู่กับองค์กรนานๆ และสร้างผลงานให้อย่างน่าพึง

พอใจ ซึ่ง HR คงทำคนเดียวไม่ได้ แต่หน้าที่นี้เป็นของผู้บริหารทุกคน"

 

 

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/

 


ผู้เข้าชม : 4434 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys