Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
ลดอคติในที่ทำงาน ด้วย AHP เครื่องมือสร้างความพอใจ

การสำรวจความพึงพอใจของพนักงานด้วยแบบสอบถาม เป็นวิธีค้นหาข้อมูลที่ฝ่าย HR ของหลาย ๆ องค์กรนำมาใช้ เพื่อนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ และออกนโยบายที่จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานของพนักงาน ทั้งนี้เพราะความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานในองค์กร มีผลต่อคุณภาพของงาน, ผลประกอบการ, ความพึงพอใจของลูกค้า และความพึงพอใจของผู้ถือหุ้น หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อองค์กรนั่นเอง

 

"วชิรพงษ์ สาลีสิงห์" วิทยากรที่ปรึกษา สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษา และแนะนำเรื่องกระบวนการสำรวจทัศนคติของพนักงานมากว่า 10 ปี กล่าวว่า หลายองค์กรมักมีปัญหาเกี่ยวกับพนักงานในแบบที่คล้าย ๆ กัน เช่น พนักงานขาดความใส่ใจในการทำงาน, สถิติขาดงาน ลางาน และมาสายสูง, ประสิทธิภาพในการทำงานแย่ลง และเกิดข้อผิดพลาดในการทำงานซ้ำซาก ซึ่งเมื่อแต่ละองค์กรเผชิญปัญหาดังกล่าว ผู้บริหารหรือฝ่าย HR ขององค์กรจะคิดหามาตรการในการแก้ปัญหาเหล่านี้ในแบบต่างกันไป

"หากผู้บริหารหรือฝ่าย HR มีอคติต่อพนักงานหรือต่อปัญหาในเชิงลบ จะนำไปสู่การจัดตั้งมาตรการในการแก้ไขปัญหาที่เป็นลักษณะเชิงลบตามไปด้วย ซึ่งไม่เป็นการแก้ปัญหาแต่อย่างใด ดังนั้น ควรมีแนวความคิดในเชิงบวกต่อปัญหา ดำเนินการสำรวจเพื่อดูต้นตอของปัญหาที่แท้จริง และปรับปรุงเพื่อยกระดับความพึงพอใจหรือความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร"

ทั้งนี้ HR มีหน้าที่เชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและองค์กร ซึ่งการเป็น HR ที่ดี อันดับแรกต้องมีข้อมูลพนักงานในองค์กรก่อน ข้อมูลในที่นี้หมายถึงข้อมูลที่ได้มาจากการสำรวจความพึงพอใจของพนักงาน ที่ทุก ๆ ปีควรต้องมีการเก็บข้อมูลของพนักงานว่ามีความคิดเห็นอย่างไรต่อองค์กร เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการวางแผนนโยบายกระตุ้นพนักงานให้รู้สึกพึงพอใจต่อองค์กรต่อไป

ถึงตรงนี้ "วชิรพงษ์" กล่าวเพิ่มเติมว่า หลายองค์กรใช้รูปแบบการสำรวจที่ไม่ถูกต้อง คือไม่มีการแยกกลุ่มพนักงาน ทำให้ผลการสำรวจที่ได้ไม่อาจตีความเฉพาะเจาะจงได้, สร้างคำถามที่ไม่สอดคล้องกัน ทำให้ได้ผลการสำรวจแบบเฉพาะที่ จึงทำให้เกิดการปรับปรุงแบบวงแคบ ซึ่งไม่ทำให้เกิด Big Impact ของการปรับปรุงแต่อย่างไร และไม่มีวิธีการนำเอาผลคะแนนของการสำรวจมาคำนวณเป็นค่าความพอใจรวมขององค์กร จึงทำให้ยากต่อการทำแผนการปรับปรุง

"แต่การสำรวจ และวัดความพึงพอใจของพนักงานโดยใช้กระบวนการ AHP (Analytical Hierarchy Process) เป็น กระบวนการวิเคราะห์และประเมินผลการสำรวจ ซึ่งให้ผลที่น่าเชื่อถือกว่าวิธีอื่น ๆ เนื่องจากเป็นวิธีเปรียบเทียบเชิงคู่ รวมถึงเป็นเทคนิคที่สามารถตรวจสอบกลับได้ถึงค่าอคติของพนักงานในการตอบแบบสอบถาม"

อีกทั้งเป็นกระบวนการที่แสดงผลการสำรวจออกมาเป็นปริมาณตัวเลข ซึ่งมีประโยชน์ในการนำไปเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น ๆ ได้ รวมถึงเป็นกระบวนการที่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ให้กับองค์กร เช่น แนวโน้มการลาออกของพนักงาน, การรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรนาน ๆ และความสุขในการใช้ชีวิตในการทำงานของพนักงาน เป็นต้น

โดยขั้นตอนการสำรวจทัศนคติของพนักงานตามกระบวนการ AHP มีดังนี้

หนึ่ง พิจารณาเกี่ยวกับความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เพื่อที่จะนำมาเป็นแนวทางในการทำแบบสำรวจ

สอง กำหนดเกณฑ์ที่ใช้ในการสำรวจ เช่น วิธีการบริหารงาน, สัมพันธภาพในงาน, สวัสดิการ, ลักษณะงานที่ทำ และสภาพแวดล้อม จากนั้นจึงจัดทำชุดแบบสอบถาม 

สาม กำหนดกลุ่มพนักงานที่จะตอบแบบสอบถาม และให้พนักงานทำการตอบแบบสอบถามพร้อมกัน

สี่ คัดกรองผลแบบสอบถามที่มีค่าอคติน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และคำนวณระดับความพอใจของพนักงานโดยสรุปแยกตามกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้

"วชิรพงษ์" อธิบายว่าหลังจากคำนวณผลที่ได้จากแบบสอบถามจะพบว่า แบบสอบถามของพนักงานแต่ละคนจะมีค่าอคติในระดับต่าง ๆ กัน หากมีจำนวนแบบประเมินที่มีค่าอคติน้อยกว่า 5% ของจำนวนแบบประเมินทั้งหมด ฝ่าย HR สามารถตัดแบบประเมินที่มีค่าอคติระดับนี้ทิ้งไปได้เลย โดยไม่มีผลกระทบอะไรต่อกระบวนการสำรวจ

"ส่วนจำนวนแบบประเมินที่มีค่าอคติ 6%-15% ฝ่าย HR ต้องให้พนักงานที่มีค่าอคติระดับนี้ตอบแบบสอบถามนั้นอีกครั้ง ในกรณีมีจำนวนแบบประเมินที่มีค่าอคติ 16%-25% ให้ดำเนินการสำรวจใหม่ทั้งหมดในกลุ่มเป้าหมายที่ตอบคำถามแบบมีอคตินั้น และจำนวนแบบประเมินที่มีค่าอคติมากกว่า 25% หมายถึงว่าการสำรวจครั้งนี้ใช้ไม่ได้ ให้ดำเนินการใหม่ทั้งหมด"

ทั้งนี้ การเกิดอคติในการสำรวจมักเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิ การที่พนักงานไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะตอบคำถาม, สถานที่ในการตอบแบบสอบถามไม่เหมาะสม, พนักงานไม่เข้าใจคำถาม เพราะวกไปวนมา, พนักงานมีทัศนคติที่แย่ต่อองค์กรอยู่แล้วเป็นทุนเดิม และการได้รับอิทธิพลจากเพื่อนรอบข้างระหว่างการตอบแบบสอบถาม

นอกจากนั้น "วชิรพงษ์" ยังบอกว่า ขั้นตอนของการเสริมสร้างความพอใจที่ดีต้องมาจากการสำรวจทัศนคติที่มีการวิเคราะห์ และประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากนั้นจึงวางรูปแบบสร้างความจูงใจที่เหมาะสมกับระดับของพนักงาน และวัดผลหลังจากดำเนินงานสร้างความจูงใจว่าพนักงานมีระดับความพอใจที่ดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ 

"ถ้าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีแล้ว ต้องรักษามาตรฐานการจูงใจ หากอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องปรับปรุงต้องกลับไปสำรวจทัศนคติและความต้องการของพนักงานอีกครั้ง"

ดังนั้น ควรจะต้องมีการสำรวจและวัดความพึงพอใจของพนักงานที่มีต่อองค์กรเป็นอันดับแรก แล้วจึงค่อยวางนโยบายยกระดับความพึงพอใจของพนักงานให้ดีขึ้น ซึ่งหากกระตุ้นจูงใจพนักงานแบบไม่ได้มีการศึกษาดูข้อมูลทัศนคติของพนักงานก่อน ย่อมนำไปสู่ความล้มเหลว เสียทั้งงบประมาณและเวลาในการดำเนินการ

 

 

ที่มา : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1392342209


ผู้เข้าชม : 2398 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys