Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
เงินเดือนเยอะ ตำแหน่งสูง... แล้วความสามารถล่ะ ?

 เดี๋ยวนี้ผมมักได้ยิน ได้ฟังเรื่องคำถามทำนองนี้ค่อนข้างบ่อยครับ...

"เพิ่งจบปริญญาตรี การตลาด ตอนนี้ได้เงินเดือนหมื่นห้า อีกกี่ปีถึงได้จะห้าหมื่น"

"จบวิศวะไฟฟ้า จาก ม.ของรัฐไม่ดังนัก เกรดเฉลี่ย 2.3 จะได้เงินเดือนถึงแสนบาทอีกกี่ปี"

"เพิ่งจบ เข้าทำงานที่บริษัท...อีกกี่ปีถึงจะได้เป็นผู้จัดการ"

 

ผมเชื่อว่าท่านที่จะต้องสัมภาษณ์ผู้สมัครงานทั้ง Line Manager หรือ HR เอง

อาจเคยได้ยินคำถามทำนองนี้จากผู้สมัครงาน หรือแม้แต่เมื่อรับเข้าทำงานแล้ว

น้อง ๆ เหล่านี้อาจจะตั้งคำถามทำนองนี้กับพี่ ๆ ที่ทำงานมาก่อน แล้วท่านคิดยังไงกับคำถามทำนองนี้ล่ะครับ ?

หลายคนที่เป็นสายฮาร์ดคอร์ พูดจาขวานผ่าซากซะหน่อย คงจะตอบสวนไปทันที

"โอ๊ย...ฝันไปเถอะน้อง พี่จบมาก่อนตั้งนาน ตอนนี้ยังได้สองหมื่นกว่าเอง

ถ้าอยากได้มากกว่านี้ต้องไปเป็นเดอะสตาร์ดีกว่ามั้ง..."

หรือถ้าเป็นสายพิราบเสียหน่อย คงจะถามกลับมาว่า...

"แล้วน้องคิดว่าน้องมีความสามารถอะไรที่จะแสดงให้บริษัทเขาเห็นล่ะว่า

น้องควรจะได้ห้าหมื่น..."

ต้องยอมรับนะครับว่า ยุคนี้เป็นยุคของคนเจเนอเรชั่น วาย เป็นยุคของคน

ที่ต้องการความรวดเร็วฉับไว มีความมั่นใจในตัวเองสูง วัตถุนิยม กล้าคิด

กล้าเสี่ยง กล้าตัดสินใจ แถมเป็นยุคของโซเชียลเน็ตเวิร์กที่

ข้อมูลข่าวสารรวดเร็ว มีสื่อออนไลน์ที่ติดต่อกันได้แบบข้ามโลก

ในเวลาเป็นวินาที เช่น Line, Whatsapp, Instagram ฯลฯ 

 

ดังนั้นเมื่อเพื่อนคนไหนได้ Up เงินเดือนขึ้น หรือประสบความสำเร็จอะไร จะส่งผ่าน Social Network กันทันที

ก็จะทำให้เกิดการเปรียบเทียบกันในเชิงวัตถุนิยมได้ง่ายและรวดเร็ว เข้าทำนอง 

"เงินเดือนของเราได้เท่าไหร่...ไม่สำคัญเท่ากับเพื่อนได้เท่าไหร่" ถ้าได้น้อยกว่าเพื่อนจะรู้สึกเสียเซลฟ์

เป็นเรื่องจริงที่ทุกคนที่ทำงานต่างต้องการอยากได้เงินเดือนเยอะ ๆ อยากที่จะก้าวหน้า ได้เลื่อนชั้น เลื่อนตำแหน่ง

ในระยะเวลาที่รวดเร็วกว่าคนอื่น (ถ้าเป็นไปได้) ซึ่งจะหมายถึงการปรับเงินเดือนที่สูงขึ้นตามงาน

และความรับผิดชอบในตำแหน่งที่เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าคนที่จะพิจารณาเลื่อนชั้น เลื่อนตำแหน่ง

หรือปรับเงินเดือนให้กับพนักงานระดับใดก็ตาม ก็คือผู้บริหารขององค์กรนั้น ๆ 

แล้วเขาเอาอะไรมาเป็นข้อพิจารณาในการปรับเลื่อนตำแหน่ง หรือเงินเดือนล่ะ ?

ก็หนีไม่พ้นเรื่องหลัก ๆ ก็คือ 
"ผลงาน" และ "ความสามารถ" จริงไหมครับ ?


ผมถึงอยากให้ข้อคิดสำหรับน้อง ๆ Gen Y รุ่นใหม่ไฟแรงไว้อย่างนี้

1.มีคำพูดหนึ่งจากผู้บริหารหลายคนที่คุยกับผมว่า 
"ไม่เก่งงาน ไม่รู้งานไม่เป็นไร สอนได้ สำคัญว่าเด็กอดทน

ที่จะเรียนรู้งานหรือเปล่า" ซึ่งผมเห็นด้วยกับเรื่องนี้นะครับ เพราะคนใน Generation ก่อนหน้านี้

มักจะมีความอดทน และขวนขวายที่จะเรียนรู้หรือแสวงหาความรู้ในงาน สะสมความรู้ความ

     สามารถให้รู้ลึกรู้จริงในงาน จนหลายครั้งก็ยอมที่จะได้รับ

     ค่าจ้างเงินเดือนที่ไม่มากนัก แต่ขอเพียงเพื่อให้ได้เรียนรู้งาน

     ให้มากที่สุด เพื่อจะได้นำงานที่เรียนรู้กลับมาเป็นประโยชน์

     ต่อความเจริญก้าวหน้าของตัวเองในวันข้างหน้า หรือเรียกว่า

     "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน"  ซึ่งคน Generation Y

     คงต้องถามตัวเองด้วยว่ามีคุณสมบัติในเรื่องความอดท

     เพื่อเรียนรู้ลึกรู้จริงในงานอยู่มากน้อยแค่ไหน หรือยังทำงาน

     จับจด หนักไม่เอาเบาไม่สู้ ชอบงานสบาย แต่ได้ตังค์เยอะ ๆ

ไม่รู้จริง แต่คิดว่าตัวเองรู้หมดทุกเรื่อง ถ้าท่านเป็นเจ้าของกิจการ ท่านอยากจะจ้างคนแบบนี้ไหมล่ะครับ

2.เมื่ออดเปรี้ยวไว้กินหวานเพื่อสะสมความรู้ความสามารถในงานแล้ว แน่นอนว่าความสามารถจะเพิ่มขึ้น

ตามระยะเวลาที่ผ่านไป ซึ่งความสามารถนี้ในปัจจุบันก็เรียกกันว่า "Competency" ประกอบด้วย

ความรู้ (Knowledge) ในงานที่รับผิดชอบ, ทักษะ (Skills) คือความชำนาญในการลงมือปฏิบัติ

งานได้เป็นอย่างดี และคุณลักษณะภายใน (Attributes) ที่ดีที่จะมีส่วนสำคัญให้งานประสบความสำเร็จ

เช่น ความขยัน, ความอดทน, ความรับผิดชอบ ฯลฯ โดย Competency นี่แหละครับจะมีผลต่อพฤติกรรมของคน

ทำให้คนคนนั้นทำงานประสบความสำเร็จตามที่ได้รับมอบหมายได้เป็นอย่างดี และมีผลงานออกมาที่น่าพอใจ

3.เมื่อมี Competency แล้ว ท่านจะสามารถรับผิดชอบงานที่อยู่ตรงหน้าตามที่ได้รับมอบหมาย

ให้บรรลุเป้าหมายได้เป็นอย่างดี แล้วลองกลับมาทบทวนดูสิครับว่าท่านมีผลงานอะไร

ที่เป็นผลงานที่คนรอบข้าง (ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้า) ยอมรับว่านี่คือผลงานของเรา พอพูดถึงงานชิ้นนี้

ทุกคนจะต้องยอมรับ และบอกว่านี่แหละผลงานของเรา 

และตอนนี้ผลงานของท่านมีมาก-น้อยแค่ไหนแล้ว 

หรือจะพูดง่าย ๆ ว่าเคยสะสม Portfolio ผลงานที่ประสบ

ความสำเร็ของตัวเองเอาไว้บ้างหรือเปล่าว่ามีอะไรบ้าง 


4.เมื่อมีความพร้อมทั้งความสามารถ (Competency)

ผลงาน (Performance) แล้ว ท่านจะมีพื้นฐานที่แน่น

ในเรื่องของงานและการเติบโตแบบยั่งยืน

ท่านก็ย่อมจะเป็นดาวเด่น (Talent หรือ Star)

ในองค์กร ที่ไม่ว่าจะผู้บริหารภายในจะเห็นแวว

หรือศักยภาพในตัวท่าน หรือแม้แต่องค์กรภายนอกที่อยากจะส่งเทียบเชิญไปร่วมงานด้วยในที่สุด

ดังนั้นแทนที่จะถามคนอื่นว่า "อีกกี่ปีจะได้เงินเดือนแสน" ผมว่าลองกลับมาทบทวน "ผลงาน"

และ "ความสามารถ" ในตัวเอง ว่ามีมากเพียงพอแล้วหรือยัง ก่อนที่จะไปคิดให้ใคร

เขาปรับขึ้นเงินเดือนให้จะดีไหมเพราะทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวของท่าน ไม่ใช่คนอื่น จริงไหมครับ ?

 

ที่มา : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1375947690




ผู้เข้าชม : 1989 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys