Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
ไขรหัสสู่การเป็นองค์กรที่มีศักยภาพสูง

บริษัท เฮย์กรุ๊ป ได้ศึกษาแนวโน้มของความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กร (Engagement) และการ

ส่งเสริม สนับสนุนให้พนักงานมีประสิทธิภาพในการทำงาน (Enablement) โดยศึกษาความแตกต่าง

ระหว่างองค์กรที่มีศักยภาพสูงกับองค์กรทั่วๆ ไป และวิเคราะห์ข้อมูลจากพนักงานมากกว่า 5 ล้านคนทั่ว

โลก พบว่า โดยทั่วไปพนักงานเฉลี่ยร้อยละ 66 รู้สึกผูกพันกับองค์กร ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มองค์กรที่มี

ศักยภาพสูงสุดของโลกอยู่มาก ทั้งนี้ ค่าเฉลี่ยขององค์กรที่มีศักยภาพสูงในที่นี้ ได้มาจากผลการสำรวจ

ข้อมูลจากพนักงานในองค์กรที่เป็นผู้นำด้านผลประกอบการกว่า 40 องค์กร ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า

ปัจจัยที่ทำให้องค์กรที่มีศักยภาพสูงมีความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรสูงกว่าองค์กรทั่วไป มีดังนี้

 

คนคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร

เราไม่อาจคาดหวังให้พนักงานที่ผูกพันต่อองค์กร

ทุ่มเทและให้ความสำคัญในเป้าหมายขององค์กร

องค์กรควรตระหนักในคุณค่าและปฏิบัติต่อพนักงาน

โดยไม่มองพนักงานเป็นเพียงแค่ หนึ่งในปัจจัยการผลิต

โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรในปัจจุบันถูกกดดันให้ได้

ผลลัพธ์ที่มากขึ้นโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เท่าเดิม

ความทุ่มเทที่พนักงานมีต่อองค์กรจึงกลายเป็นหนึ่ง

ในปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจ

องค์กรที่ให้ความสำคัญกับพนักงานมีแนวโน้ม

ที่จะพบว่าพนักงานมีความทุ่มเทในการทำงานอย่างเต็มที่

ยินดีที่จะทำงานมากกว่าที่ตนได้รับมอบหมาย และมีผล

การทำงานที่ยอดเยี่ยม องค์กรที่มีศักยภาพสูงแสดง

ให้เห็นถึงความสำคัญที่องค์กรให้กับพนักงาน โดยองค์กร

ที่มีศักยภาพสูงร้อยละ 65 มีการสื่อสารอย่างเปิดเผย

และตรงไปตรงมา (มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 10)

และแสดงความห่วงใยในสุขภาพและความปลอดภัย

ของพนักงานร้อยละ 80 (มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 5)

นอกจากนั้นแล้วองค์กรที่มีศักยภาพสูงร้อยละ 66

 ยังคำนึงถึงผลประโยชน์ของพนักงานอย่างมาก

เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องต่างๆ (มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 11)

รวมถึงมีการแจ้งให้พนักงานทราบถึงเหตุผลการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบต่อพวกเขาร้อยละ 61

(มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 11)

 

 

ศักยภาพในการนำพาทีม

เป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่า สภาวะผู้นำที่ดีนั้นสามารถสร้าง

ความแตกต่างอย่างเด่นชัดให้กับผลการปฏิบัติงานได้

และพนักงานจำเป็นต้องได้รับความมั่นใจว่ามีผู้นำ

ที่มีความสามารถผลักดันการดำเนินกลยุทธ์ เพื่อให้

บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ พนักงานตระหนักดีว่าความมั่นคง

ในการทำงานและการพัฒนาในสายอาชีพนั้น ขึ้นอยู่กับสถานะ ความมั่นคง และทิศทางในอนาคตขององค์กร

อีกทั้งรู้ว่าตัวเขาเองไม่อาจหวังและมอบอนาคตไว้กับนายจ้างได้ เว้นแต่ว่าพวกเขาจะมั่นใจว่าองค์กร

มีการวางแนวทางที่ดีเพื่อไปสู่ความสำเร็จ ในองค์กรศักยภาพสูงพนักงานเห็นว่าผู้นำมีประสิทธิภาพ

ถึงร้อยละ 85 (มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 13) พนักงานมีความเชื่อมั่นและไว้ใจในตัวผู้นำร้อยละ 73

(มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 11) และมีผู้นำที่ปฏิบัติตนสอดคล้องกับคุณค่าหลักขององค์กรร้อยละ 75

(มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 10)

 

พนักงานเป็นหนึ่งเดียวกับธุรกิจ

          สภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถรู้สึกว่าตนได้มีส่วนร่วมและรับผิดชอบ

ในเรื่องที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กร ไม่ใช่เพียงแค่งานตนเองเท่านั้น

เป็นสิ่งที่พนักงานต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ องค์กรที่มีศักยภาพสูงช่วยให้พนักงานมีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว

กับองค์กรโดย ร้อยละ 81 สร้างความมั่นใจว่ากลยุทธ์และเป้าหมายมีการสื่อสารถึงพนักงานอย่างชัดเจน

(มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 11) และองค์กรที่มีศักยภาพสูงร้อยละ 73

ทำให้พนักงานมั่นใจด้วยว่าพวกเขาได้รับทราบข้อมูลแผนธุรกิจ และผลประกอบการทางธุรกิจอยู่เสมอ

(มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 11)

พนักงานได้รับอิสระมากกว่า

  จากการศึกษาของเฮย์กรุ๊ปทั่วโลก พบว่า มีช่องว่างระหว่างความทุ่มเทในการทำงานของพนักงาน

กับระดับการส่งเสริมและสนับสนุนที่องค์กรมีให้กับพนักงาน สำหรับองค์กรที่ต้องการใช้บุคลาก

ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด หากศักยภาพที่มีของพนักงานไม่ได้ถูกนำออกมาใช้อย่างเต็มที่

ถือเป็นการสูญเสียโอกาสขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง องค์กรที่มีศักยภาพสูงได้สนับสนุนให้พนักงาน

นำทักษะและความสามารถออกมาใช้ โดยให้พนักงานมีอิสระในการทำงานของตนอย่างเต็มที่

เพื่อให้งานนั้นๆ ประสบความสำเร็จ พนักงานในองค์กรที่มีศักยภาพสูงร้อยละ 65 มีความมั่นใจว่า

ได้รับอำนาจในการตัดสินใจในระดับที่เหมาะสม (มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 7)

พนักงานเห็นว่าผู้นำทำหน้าที่ในการสนับสนุนให้พนักงานแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

และทรัพยากรต่างๆ ระหว่างกันได้ดีกว่าถึงร้อยละ 63 (มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 10)

ผู้นำได้กระตุ้นพนักงานให้เสนอคำแนะนำเพื่อการพัฒนาปรับปรุงร้อยละ 75

(มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 6) และผู้นำมีการสร้างบรรยากาศการทำงานที่สนับสนุ

การวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ ร้อยละ 59 (มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 5)

การทำงานร่วมกันเป็นทีม

ในองค์กรปัจจุบันที่มีความซับซ้อน เน้นการทำงานเป็นทีม

และมีการจัดองค์กรแบบเมทริกซ์ (Matrixed Organizations) เพิ่มขึ้น

ทำให้การบริหารจัดการการประสานงานทั้งในระหว่างบุคคลและหน่วยงานนั้น

มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด พนักงานในองค์กรที่มีศักยภาพสูงมีระดับความพึงพอใจ

ในเรื่องการสื่อสารระหว่างแผนกร้อยละ 49 (มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 7)

และการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดและทรัพยากรต่างๆ

ภายในองค์กรนั้นร้อยละ 64 (มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 7) และพนักงานในองค์ก

ที่มีศักยภาพสูงร้อยละ 85 มั่นใจว่าเพื่อนร่วมงานของเขาสามารถพึ่งพาได้

และจะพยายามทำงานอย่างเต็มความสามารถของเขา (มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 13)

 

สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเติบโตและการพัฒนา

   พนักงานตระหนักดีว่าตนเองเป็นผู้รับผิดชอบต่อความก้าวหน้าในการงานของตน

ดังนั้นปัจจัยด้านโอกาสการเติบโตและโอกาสในการพัฒนาของพนักงานจึงมีผลสูงอย่างยิ่

ต่อระดับความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร พนักงานในองค์กรที่มีศักยภาพสูงร้อยละ 74

เห็นว่าพวกเขามีโอกาสที่จะพัฒนาทักษะจากงานที่ทำ (มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 10)

และที่สำคัญพนักงานยังมีความมั่นใจว่าเขาจะสามารถบรรลุเป้าหมายในอาชีพการงาน

โดยการทำงานในองค์กรของเขาต่อไปอยู่ร้อยละ 61 (มากกว่าองค์กรทั่วไปอยู่ร้อยละ 8)

 

สร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน 

ตารางการทำงานของพนักงานในปัจจุบันนั้น นับวันยิ่ง

มีความไม่แน่นอนมากขึ้น ยิ่งองค์กรมีการทำงานกับ

ต่างชาติมากขึ้น พนักงานยิ่งต้องเพิ่มเวลาการทำงาน

เพื่อให้สามารถทำงานกับลูกค้าและเพื่อนร่วมงานที่อยู่

ต่างแดนและต่างเวลาได้ พนักงานในองค์กรที่มีศักยภาพสูง

เพียงร้อยละ 73 สามารถบรรลุสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานได้

ซึ่งเป็นอัตราที่น้อยกว่าองค์กรทั่วไปอยู่ร้อยละ 11  

     อย่างไรก็ตาม พวกเขาเห็นว่าองค์กรมีการ

สนับสนุนการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานร้อยละ 64 (มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 7)

การให้ความสำคัญมากกว่าเพียงแค่เวลาการทำงานที่ยืดหยุ่นและการทำงานทางไกล (telecommuting)

เพื่อช่วยพนักงานบริหารการทำงานและความรับผิดชอบส่วนตัวได้นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

ซึ่งแนวทางที่จะส่งเสริมการสร้างสมดุลมีดังต่อไปนี้       

-          กำหนดทิศทางที่ชัดเจนในเรื่องลำดับความสำคัญของงานเพื่อช่วยให้พนักงาน

           ให้ความสำคัญในงานที่มีคุณค่ามากที่สุด

-          มีการนำนโยบายและหลักปฏิบัติไปใช้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าปริมาณงาน

           มีการแจกจ่ายอย่างเหมาะสมและยุติธรรม

-          ส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีทักษะและอำนาจการตัดสินใจที่จะทำให้งานสำเร็จลุล่วง

                       ให้ทรัพยากรที่เพียงพอเพื่อสนับสนุนพนักงานให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพสูง

 

พนักงานไม่ได้รู้สึกว่าได้รับค่าตอบแทนมากเกินไป

จากการศึกษาของเฮย์กรุ๊ปได้แสดงให้เห็นว่า

องค์กรที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดของโลก

(อ้างอิงจากนิตยสารฟอร์จูน) นั้น

โดยทั่วไปแล้วมีการจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน

ระดับกลางที่มีศักยภาพสูงอยู่น้อยกว่าองค์กรอื่น

(น้อยกว่าอยู่ประมาณร้อยละ 5 ของเงินเดือน

สำหรับตำแหน่งระดับผู้บริหาร)

ทั้งนี้เพราะบริษัทเหล่านี้ศักยภาพ

ในการพัฒนาพนักงานภายในองค์กรที่ดีกว่า

การจ้างพนักงานศักยภาพสูงจากข้างนอก

ด้วยค่าตอบแทนที่สูงจึงมีความจำเป็นน้อยกว่า

ทั้งนี้ องค์กรที่ได้รับการชื่นชมเหล่านี้มีการให้ผลตอบแทน

แก่พนักงานที่สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานในพนักงานทุกระดับที่ดีกว่าองค์กรทั่วไป

พนักงานในองค์กรที่มีศักยภาพสูงร้อยละ 54 ชี้ว่าองค์กรของเขามีวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นผลงานที่มีประสิทธิภาพ

และมีความชัดเจนในการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน (มากกว่าองค์กรทั่วไปร้อยละ 9)

 

               โดยสรุปแล้วเราจะเห็นว่าองค์กรที่มีศักยภาพสูงมีการมอบอำนาจ สนับสนุน และพัฒนาพนักงานได้ดีกว่า

องค์กรทั่วไป และเหนือสิ่งอื่นใดองค์กรที่มีศักยภาพสูงพูดจริงทำจริงในการให้ความสำคัญกับ คนเป็นอันดับแรก

               ภัทรี พฤทธิธรรมกุล ที่ปรึกษาบริษัท เฮย์กรุ๊ป กล่าวว่า จากประสบการณ์ของเฮย์กรุ๊ป

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการทำงานของพนักงานที่มักพบในประเทศไทย ได้แก่ การสื่อสารที่ขาดประสิทธิภาพ

จากระดับบนสู่ระดับล่างในเรื่องเป้าหมายและผลงานของบริษัท พนักงานส่วนใหญ่มีความเห็นว่าการสื่อสาร

จากผู้บริหารสู่ทีมไม่มีประสิทธิภาพ เมื่อเป้าหมายไม่ชัดเจนทำให้พนักงานไม่แน่ใจว่าการทำงานของตนสอดคล้อ

กับทิศทางขององค์กรหรือไม่ จึงไม่เกิดผลงานที่ดีที่สุดต่อองค์กร นอกจากนั้นการขาดแคลนทรัพยากร

ก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ พนักงานเห็นว่าตไม่ได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรในการทำงานอย่างเพียงพอ

ทั้งด้านเครื่องมือ กำลังคนหรือข้อมูล ทำให้มีผลกระทบต่อผลงานและสร้างความกดดันในการทำงาน

ให้ได้คุณภาพและทันเวลา

 

               เคล็ดลับสามประการเพื่อเพิ่มความผูกพันของพนักงาน (engagement) และการส่งเสริมสนับสนุน

ให้พนักงานมีประสิทธิภาพในการทำงาน (enablement) ภายในองค์กรกำหนดทิศทางองค์กร

โดยสร้างวิสัยทัศน์สำหรับอนาคตและสร้างความเข้าใจ โดยสื่อสารทิศทางนั้นๆ และพยายามสร้างการยอมรับ

สนับสนุนการให้ความร่วมมือและการทำงานเป็นทีมที่เข้มแข็ง รวมถึงสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนทรัพยากร

และข้อมูลความรู้กันภายในองค์กรวางโครงสร้างและบริหารจัดการขั้นตอนการทำงานภายในทีม

เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้โครงสร้างและขั้นตอนต่างๆ นั้น ต้องส่งเสริมการทำงานเพื่อบรรลุจุดประสงค์

อย่างมีประสิทธิภาพ และสื่อสารให้พนักงานรับรู้ถึงความคาดหวังขององค์กรอย่างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

 

 

เกี่ยวกับ เฮย์กรุ๊ป อินไซต์

บริษัท เฮย์กรุ๊ป เป็นบริษัทด้านการให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการองค์กรระดับโลก

ที่ดำเนินงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของแต่ละองค์กรในการร่วมกันทำให้กลยุทธ์เป็นความจริง

ซึ่งเฮย์กรุ๊ป อินไซต์ เป็นผู้นำในการสำรวจความคิดเห็นพนักงานระดับโลกของบริษัท เฮย์กรุ๊ป

ด้วยโปรแกรมการสำรวจที่สามารถปรับแต่งตามความต้องการของแต่ละองค์กร

เราร่วมกับลูกค้าเพื่อจูงใจและรักษาพนักงานที่มีศักยภาพสูง พัฒนาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

บริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มความจงรักภักดีของลูกค้าและผลการปฏิบัติงานขององค์กร

 

 

ที่มา : http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000051417


ผู้เข้าชม : 2378 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys