Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
โค้ชผู้จัดการเด็กให้เป็นมืออาชีพ

 

องค์กรชั้นนำในปัจจุบันล้วนตระหนักถึงความสำคัญของการโค้ช (Coach) ผู้บริหารให้มีความพร้อมรอบด้านก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงยิ่งๆ ขึ้นไป การโค้ชก็คือการทำหน้าที่เสมือนกับเป็นพี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษาที่จะคอยให้คำแนะนำการปรับพฤติกรรม ทัศนคติ และทักษะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงาน แล้วยังแผ่ไปเรื่องส่วนตัวด้วยในหลายกรณี เป็นเพราะหลายครั้งที่เรื่องส่วนตัวมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน ในแง่ของการบริหารการจัดการ ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นโค้ชจำเป็นต้องมีความรู้และประสบการณ์จริงในงานบริหาร จึงจะสามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมและเข้าใจลึกถึงสถานการณ์จริงในที่ทำงานด้วย ถ้าหากโค้ชขาดประสบการณ์ มีเพียงแต่ความรู้ในตำรา หรือไม่เคยทำานในตำแหน่งบริหารและคลุกคลีกับนักบริหารมาก่อน ย่อมยากที่จะรู้ทันชั้นเชิงและเล่ห์กลการเมืองของบุคคลต่างๆ ที่ลูกค้าของตนต้องเจอะเจอเป็นประจำทุกวัน การโค้ชก็ย่อมกร่อยและไม่ทันเกม ด้วยเหตุนี้เองโค้ชเก่งๆ จึงมีค่าตัวแพงเพราะพวกเขาอ่านเกมการจัดการทะลุทะลวงไปถึงไหนๆ

เพราะค่าตัวของโค้ชแพง จึงทำให้องค์กรต้องคิดทบทวนหลายตลบกว่าจะจัดจ้างโค้ชมาดูแลผู้บริหาร ซึ่งโดยมากมักจะเป็นผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นที่จะได้รับโอกาสนี้ ส่วนผู้บริหารที่เป็นผู้จัดการระดับต้น อายุน้อยที่เข้าข่าย ผจก.เด็กก็เข้าระบบโค้ชเหมารวม (Mass Coaching) ไปก่อน รอให้เติบใหญ่แล้วค่อยเข้าโครงการโค้ชหนึ่งต่อหนึ่ง (One–on–one coaching) ก็แล้วกัน

ถามว่า แล้วผิดหรือที่ใช้ระบบโค้ชเหมารวม หรือโค้ชกันเป็นกลุ่มสำหรับ ผจก.เด็ก?” ขอตอบว่าไม่ผิดหรอกค่ะ เพราะมันขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระที่โค้ชและขึ้นอยู่กับความสามารถของโค้ชว่าอ่านบุคลิกภาพ จุดเด่น จุดด้อยของ ผจก.วัยใสแต่ละคนออกหรือไม่? จะได้เลือกโค้ชในหัวข้อที่เหมาะสม ทั้งนี้เพราะโดยส่วนใหญ่โค้ชที่ทำงานโค้ชกลุ่มก็จะไม่ค่อยมีเวลาลงรายละเอียดของสมาชิกแต่ละคนมากนัก ลงท้ายก็มักจะโค้ชในเรื่องทั่วๆ ไป แต่ความจริงก็คือว่า ผจก. เด็กเหล่านี้อาจเติบโตก้าวหน้าเป็น CEO ที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตก็ได้ ดังนั้นการปูพื้นฐานการเป็นผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพก็ต้องเริ่มกันที่ตรงนี้แหละ บางทีรอจนพวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ใหญ่โตขึ้น สูงวัยขึ้น อาจกลายเป็น ไม้แก่ดัดยากไปเสียแล้ว

หากถามต่อไปว่า การโค้ช ผจก.เด็กให้เป็นมืออาชีพ ต้องโค้ชเรื่องอะไรบ้าง?” คำตอบจากผู้เขียนก็คือ ก่อนอื่นทั้งโค้ชและผู้ถูกโค้ชต้องเข้าใจคำว่า ความเป็น มืออาชีพ” (Professional) เสียก่อน ทั้งนี้มีสำนักตักศิลาหลายแห่งได้ให้คำจำกัดความไว้โดยสามารถสรุปหลักใหญ่ใจความได้ว่า การเป็นมืออาชีพไม่จำเป็นต้องมีปริญญา หรือตำแหน่งงานระดับสูง แต่สาระอยู่ที่ว่าคุณประพฤติปฏิบัติตัวในช่วงเวลาที่คุณประกอบอาชีพอย่างไร

โดยมีปัจจัย 4 ประการที่เป็นตัวชี้วัดความเป็นมือชีพ คือ

1. มีการแต่งกายและบุคลิกภาพที่ดูประณีตเรียบร้อย (Polish) ไม่จำเป็นต้องใช้ของแบรนด์เนมราคาแพง หรือทำผมทันสมัยแบบเจ ป๊อป หรือเคป๊อป แต่แต่งกายสะอาด สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะและอาชีพของคุณ คำว่า กาลเทศะนี้น่าจะเป็นตัวชี้วัดวิจารณญาณความเป็นมืออาชีพมากที่สำคัญที่สุด

2. มีจริยธรรม (Ethics) คือมีสำนึกผิดชอบชั่วดี ตามค่านิยมและวัฒนธรรมขององค์กรและสังคมที่ตนสังกัดทำงานอยู่ มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ไม่หุนหันพลันแล่น เจ้าอารมณ์ ไม่เย่อหยิ่งจองหอง

และไม่จ๋องหงอจนไร้ราศี สามารถควบคุมอารมณ์และรักษาความสุภาพไว้ได้ในทุกสถานการณ์

3. เป็นที่พึ่งพาอาศัยไว้ใจได้ (Reliability) บางคนมีตำแหน่งงานใหญ่โต แต่เป็นคนที่ลูกค้าและเพื่อนร่วมงานไม่สามารถไว้วางใจได้ว่าหากมอบหมายงานให้ทำ งานนั้นจะสำเร็จเรียบร้อยงดงามได้รับการดูแลเต็มกำลังความรู้ความสามารถของผู้ทำงานชิ้นนั้นๆ ไม่ใช่ทำงานแค่พอผ่าน ทำแบบขอไปที แต่ทำงานอย่างตั้งใจ มีการติดตามผลและรายงานการติดตามผลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบเป็นระยะๆ และหากมีปัญหาหรืออุปสรรคเกิดขึ้น เราก็สามารถมั่นใจว่า เขาหรือเธอคนนั้นจะพยายามหาหนทางแก้ไขปัญหาอย่างดีที่สุด

4. มีความรับผิดชอบ (Accountability) ข้อนี้สำคัญที่สุดในการตัดสินในความเป็นมืออาชีพ เมื่อทำงานชิ้นใดๆ ไปก็ต้องรับทั้งผิดและชอบ ผลดีและผลเสียที่เกิดจากการปฏิบัติงานของตน ไม่ปัดความรับผิดชอบ ไม่เลี่ยงและไม่โยนความผิดให้ผู้อื่น และไม่รับความชอบในสิ่งที่ไม่ใช่ผลงานของตนด้วย

4 ประการนี้จะเป็นตัวตัดสินว่าใครคือมืออาชีพ ใครคือมือสมัครเล่น ใครคือ ผู้ใหญ่และใครคือ เด็กที่ไม่รู้เรื่องผิดชอบชั่วดี และไม่รับผิดชอบ มีแค่ 4 ข้อ แต่เป็น 4 ข้อที่ผู้บริหารอาวุโส หรือนักการเมืองระดับสูงหลายท่านสอบไม่ผ่าน และเป็นคุณสมบัติที่รอสอนตอนโตหรือแก่แล้วก็ไม่ได้ เพราะถ้ารอถึงเวลานี้อาจสายเกินแก้ คราบไคลความชั่วมันจับทั้งตัวขูดไม่ออกแล้ว ฉะนั้นหากคิดจะโค้ชผู้บริหารก็โค้ชเรื่องนี้ตั้งแต่พวกเขายังเป็น ผจก.เด็กจะดีกว่า

ที่มา : http://www.m2fjob.com/


ผู้เข้าชม : 1412 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys