Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
สรรหา-พัฒนา-รักษา กุญแจความสำเร็จสร้างคนรับ AEC

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ยิ่งใกล้ถึงวันเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปลายปี 2558 หลายองค์กรต่างมีการปรับตัวค่อนข้างมาก และไม่เฉพาะแต่องค์กรไทยเท่านั้น หากองค์กรข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยหรือแม้แต่บริษัทที่ปรึกษาต่าง ๆ ก็ต่างนำเสนอผลสำรวจ ผลวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวเพื่อเตรียมรับมือกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเช่นกัน
          ยิ่งเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ในการบริหารงานบุคคลเพราะดังที่ทราบ ประชากรใน 10 ประเทศจะเกิดการหลั่งไหลเข้าออกมาทำงานกันแบบข้ามไปข้ามมา ดังนั้นงานทางด้านพัฒนาบุคลากรจึงเป็นงานที่มีความท้าทายอย่างยิ่ง เพราะหากองค์กรไหนไม่มีกลยุทธ์ดีพอ โอกาสที่จะพลาดพลั้งเสียทีคู่แข่งย่อมมีสูง ผลเช่นนี้จึงทำให้สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท Aon Hewitt จึงได้จัดสัมมนาเพื่อพูดคุยในเรื่องดังกล่าว

เบื้องต้น "รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข" กรรมการบริหาร และหัวหน้าหลักสูตรการบริหารงานบุคคล

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดประเด็นว่า หลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน บุคลากรสาขาต่าง ๆ จะมีทางเลือกในการทำงานมากขึ้น พร้อมกันนั้นก็โยนความคิดนี้ไปให้ "คูลชาน ซิงห์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท Aon Hewitt ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีผลสำรวจอยู่ในมือ บอกว่า ในขณะที่นายจ้างร้อยละ 94 เป็นธุรกิจขนาดย่อม (SMEs) และมีจำนวนผู้ใช้แรงงานถึงร้อยละ 60 ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญกับการสรรหาและการพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน "เมื่อแรงงานมีทางเลือกมากขึ้นย่อมส่งผลกระทบถึงการสรรหาบุคลากรซึ่งจะมีความยากขึ้น จึงทำให้การบริหารทรัพยากรบุคลากรของธุรกิจต่าง ๆ ในอนาคต หากจะใช้เงินดึงดูดเพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป"
          "รศ.ดร.ศิริยุพา" จึงเสริมว่า นายจ้างจะต้องเร่งสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับเพื่อให้เกิดความต้องการ
อยากร่วมงานด้วย ขณะเดียวกันจะต้องมีข้อเสนอที่น่าสนใจ ที่สำคัญผู้บริหารหรือบุคลากรในระดับผู้นำจะต้องมีความสามารถรอบด้าน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ร่วมงาน
          "นอกจากนี้การสรรหาคนจะต้องสอดคล้องกับนโยบายในการบริหาร และจัดการบุคลากรของธุรกิจ
นั้น ๆ คือต้องให้ความสำคัญกับคุณสมบัติที่เหมาะสมกับงาน และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสิ่งที่บ่งบอกถึงการประสบความสำเร็จของคนจะอยู่ที่ความสำเร็จของงานที่ทำ และธุรกิจต่าง ๆ ต้องตระหนักว่าบุคลากรเหล่านั้นจะอยู่กับองค์กรได้อย่างไร"
          ถึงตรงนี้ "รศ.ดร.ศิริยุพา" จึงมองปัจจัยสำคัญที่ทำให้การบริหารทรัพยากรบุคคลประสบความสำเร็จว่า
นอกจากเรื่องสวัสดิการและความมั่นคงแล้ว จะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาและฝึกอบรมให้เกิดทักษะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังต้องสร้างวัฒนธรรมในองค์กรเพื่อให้คนทำงานมีความสุข 
          โดยนายจ้างจะต้องเข้าใจลูกจ้างแต่ละคน และแต่ละวัย ซึ่งมีพฤติกรรมแตกต่างกันซึ่งไปสอดรับกับ
ความคิดของ "คูลชาน ซิงห์" ที่มองว่า องค์กรไม่ควรเห็นความสำคัญของลูกค้ามากกว่าลูกจ้าง และต้องเน้นเรื่องของความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะองค์กรที่จะประสบความสำเร็จในการบริหารงานบุคคล จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยหลัก คือ การสรรหา, การพัฒนา และการรักษา  ที่จะต้องนำกลยุทธ์ต่าง ๆ เข้ามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสร้างความสุขและความพึงพอใจในการทำงาน เพราะหลังจากเปิด AEC จะทำให้บุคลากร

มีความหลากหลายด้านภาษาและเชื้อชาติ องค์กรจะต้องอุดรอยรั่วเพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างด้านวัฒนธรรมจนเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน
          นอกจากนั้น "คูลชาน ซิงห์" ยังมองเพิ่มเติมว่า ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จในอนาคตจะต้องเข้าใจ
ธรรมชาติและความต้องการของมนุษย์ ซึ่งนอกจากเรื่องรายได้ที่มั่นคงแล้ว คนส่วนใหญ่ยังต้องการเพื่อน และมีสังคม "ดังนั้นการทำงานจึงต้องเป็นทีม มีทั้งเพื่อน, ลูกน้อง, เจ้านาย และต้องให้อิสระในการทำงาน เพื่อให้ทุกคนแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่จะต้องไม่ปิดกั้น ขณะเดียวกันก็ต้องสนับสนุนให้คนเหล่านี้โชว์ฝีมือ เพราะทุกคนต้องการเติบโตในการทำงาน"
          "จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้โอกาสทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ และเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาไปสู่ความก้าวหน้าในอาชีพ อีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นความต้องการของคนทำงานคือความต้องการมีความสำคัญ และได้รับการยอมรับ การให้เกียรติซึ่งกันและกันในองค์กร"

"แม้แต่เสียงปรบมือและคำชมเชยจากนายจ้างก็จะช่วยเรื่องนี้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนเรื่องบรรยากาศและรูปแบบการทำงานก็มีความสำคัญเช่นกัน ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลจะต้องสร้างความหลากหลายให้เกิดขึ้นในการทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซากจำเจ และต้องคิดเสมอว่าต้องใช้กลยุทธ์อะไร เพื่อให้พนักงานเกิดความรู้สึกสนุก และตื่นเต้นกับการทำงาน รวมทั้งจำเป็นต้องรักษาคนที่มีความสามารถให้อยู่ในองค์กรได้ยาวนานที่สุด"

"ขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจว่าคนเรามีข้อดีและข้อด้อยแตกต่างกัน ดังนั้นผู้ที่ด้อยจะต้องได้รับการพัฒนาและให้ความสำคัญ ส่วนข้อเด่นของพนักงานควรได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อสามารถใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนในองค์กรอยู่ได้อย่างมีความสุข และการทำงานของทีมจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพประสบความสำเร็จ"

ถึงตรงนี้ "รศ.ดร.ศิริยุพา" และ "คูลชาน ซิงห์" จึงสรุปออกมาในความเห็นเดียวกันว่า การบริหารงานบุคคลในยุคที่มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรมจะต้องให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคน สิ่งที่ไม่ควรทำก็คือการดูถูกประเทศที่ด้อยกว่าเรา แต่จะต้องเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน และต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมหลังจากเปิด AEC 

"อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในอนาคต วิชาชีพบริหารงานบุคคลจะเป็นที่ต้องการของตลาด หากเป็นมืออาชีพที่มีประสิทธิภาพ และมีความสามารถที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้ ก็จะมีโอกาสร่วมงานกับองค์กรข้ามชาติที่ได้รับค่าตอบแทนสูง ซึ่งเห็นได้จากสถิติค่าจ้างของอาชีพต่าง ๆ พบว่าประเทศที่จ่ายแพงที่สุดคือสิงคโปร์ รองมาคือไทย และมาเลเซีย" 

"จึงคาดว่าหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญจะเข้ามาสู่อาชีพที่ปรึกษาในสาขาต่าง ๆ ทั้งด้านการบริหารงานบุคคล และที่ปรึกษาด้านการลงทุนในต่างประเทศ"

ที่มา : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1361533469&grpid=no&catid=17&subcatid=1701

 


ผู้เข้าชม : 1568 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys