Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
Thailand Top 100 HR นักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่นแห่งประเทศไทย

 เพราะความตระหนักในเรื่องของการบริหารทรัพยากรบุคคลของประเทศชาติ ทางสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้คัดเลือก และคัดสรรนักบริหารทรัพยากรมนุษย์แถวหน้าจากองค์กรของประเทศไทย โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2550 วัตถุประสงค์ คือ เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับบุคคลตัวอย่างทางด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ทั้งยังต้องสร้างสรรค์สังคม และเผยแพร่ความรู้ด้านทรัพยากรมนุษย์เพื่อจัดตั้งสังคมความรู้ด้านทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยหรือ Thailand HR Society

 

โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยมีนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่น 100 ท่าน หรือในชื่อรางวัลคือ Thailand Top 100 HR ในปี 2550 มีนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่นแห่งประเทศไทยถูกพิจารณาเข้ารับรางวัลรวมทั้งสิ้น 45 ท่าน และในปี 2552 มีนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่นแห่งประเทศไทยถูกพิจารณารับรางวัล 30 ท่าน

สำหรับในปี 2555 มีนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่นแห่งประเทศไทยถูกพิจารณาเข้ารับรางวัลทั้งสิ้น 25 ท่าน และไม่นานผ่านมาทางสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิธีมอบรางวัลเป็นที่เรียบร้อย อันประกอบด้วย ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร (ปตท.), สันติ ภิรมย์ภักดี (บุญรอดบริวเวอรี่), ศ.ดร.น.พ.กระแส ชนะวงศ์ (สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์), ศุภชัย เจียรวนนท์ (ทรูคอร์ปอเรชั่น), นาวาอากาศตรี พ.ญ.นลินี ไพบูลย์(กิฟฟารีน), พรรณสิริ อมาตยกุล (ไอบีเอ็ม), วิเศษ วิศิษฎ์วิญญู (ซี.พี.ค้าปลีก และการตลาด)นนทิกร กาญจนะจิตรา (ก.พ.), ฉัตรพงษ์ วงษ์สุข (ปตท.เคมีคอล), ทัศไนย  เปียระบุตร (ทีโอที), ณรงค์ชัย ศิริรัตน์ (มานะวงศ์โตโยต้ามอเตอร์), ดารณี ธีรธนากร (เนสท์เล่), กิติ มาดิลกโกวิท(เอสซีจี), ทัสพร จันทรี (ปูนซีเมนต์นครหลวง), สุภาพร จันจำเริญ (เอสซีจีเคมีคอล), สุเมธ วงศ์บุณย์ยง (ซี.พี.), ดร.ภัทรพงษ์ พรรณศิริ(ทรูวิชั่นส์), ดิลก ถือกล้า (ปตท.โกลบอล), ดร.สุทธิพงษ์ สุวรรณสุข (โตโยต้าลีสซิ่ง), ดร.ธีระชัย เชมนะสิริ (กริดบิสซิเนส), ศ.ดร.ธีระ ศรีธรรมรักษ์ (ธุรกิจบัณฑิตย์), ปรีชา วัชราภัย (สปร.), ศ.ดร.เมธี ครองแก้ว (ป.ป.ช.), ดร.นิธินาถ สินธุเดชะ(เอ็นเอเบิล) และ ดร.วีรชัย กู้ประเสริฐ(เอซีไอ) รวมทั้งหมด 100 ท่าน

โดยมี "พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์" อดีตนายกรัฐมนตรี และองคมนตรีเป็นผู้มอบรางวัลเบื้องต้น "พล.อ.สุรยุทธ์" กล่าวความตอนหนึ่งถึงผู้รับรางวัลครั้งนี้ว่า...งานบริหารจัดการคน ถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดทั้งขององค์กร และประเทศชาติ 

"ดังที่ตระหนักดีว่าการเปลี่ยนแปลง และการแข่งขันบนเวทีโลกมีความรวดเร็ว และรุนแรงอย่างมาก การจะสร้างแต้มต่อให้องค์กร และประเทศได้ ย่อมอยู่ที่ความสามารถทำให้ทรัพยากรมนุษย์ของเรามีคุณค่าทัศนคติที่ดี มีความรอบรู้ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสามารถปรับตัวให้เข้ากับโลกแห่งความหลากหลาย และความแตกต่างเป็นอย่างดี"

"โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อประเทศของเรากำลังก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 จึงนับเป็นโจทย์ที่ท้าทายความสามารถของท่านทั้งหลายในที่นี้เป็นอย่างยิ่ง"

นอกจากนั้น ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ "Human Vision : 2013 and Beyond" ซึ่งมี "รศ.ดร.พิภพ อุดร" ผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้บรรยาย

"รศ.ดร.พิภพ" กล่าวว่า ในปี 2013 มีความเปลี่ยนแปลงแนวทางการบริหารงาน HR อย่างน้อย 3 ประการ

หนึ่ง Diversity (ความหลากหลาย)
สอง Flexibility (ความยืดหยุ่น)
สาม Connectivity (การเชื่อมต่อ) 

สำหรับเรื่อง Diversity "รศ.ดร.พิภพ" อธิบายว่าเนื่องจากสังคมอาเซียนมีความหลากหลาย และมีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมค่อนข้างมาก 

"จึงทำให้แนวทางในการบริหารทรัพยากรบุคคลมีความหลากหลายไปด้วย ดังนั้น เราจึงต้องสร้างคนของเราให้พร้อม เพื่อรับกับวัฒนธรรมที่แตกต่าง มิเช่นนั้น เราจะตามหลายประเทศไม่ทัน"

"สิ่งสำคัญอีกอย่าง เราต้องผลักดันให้คนของเรามีความสามารถที่หลากหลาย และเป็นไปในระดับสากล และไม่เฉพาะแต่พัฒนาในเรื่องภาษาอังกฤษเท่านั้น หากจะต้องมองภาษาที่ 3 ด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาษาบาฮาซาล, ภาษาเวียดนาม หรือแม้แต่ภาษาพม่า หรือภาษาเขมร"

"เพราะในอนาคตเราจะต้องเจอกับความท้าทายเหล่านี้ ยิ่งถ้าใครมีความรู้ทางด้านภาษาหลากหลายกว่าก็จะได้เปรียบ แต่ถ้ามองในเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ จะพบว่าในปี 2013 และปีต่อ ๆ ไป คนที่ทำงานในส่วน HR หรือผู้บริหารองค์กรจะพบกับความท้าทายแปลกใหม่"

"ยิ่งเฉพาะกับพนักงาน Gen M หรือ New Bies ที่มีอายุตั้งแต่ 18-24 ปี เพราะคนเหล่านี้การศึกษาดี มีความสามารถค่อนข้างหลากหลาย และเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี คนกลุ่มนี้รักอิสระ ชอบการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น คนรุ่นนี้จะไม่ทำงานเพื่อเงิน แต่จะให้เงินทำงานให้ ที่สำคัญ จะต้องให้ผลตอบแทนเร็วด้วย"

"ฉะนั้น ใครที่อยู่ฝ่าย HR จะปวดหัวหน่อย เพราะถ้าองค์กรไม่ตอบสนองเขาอย่างที่ต้องการ และรวดเร็ว เขาก็พร้อมเดินจากไปทันที ผมถึงบอกว่าในปี 2013 จะเกิดความท้าทายสำหรับงาน HR และเชื่อแน่ว่าจะเกิด War Talent"

ส่วนเรื่อง Flexibility อาจมีอยู่ในวัฒนธรรมองค์กรของประเทศไทย หรือบางประเทศในอาเซียน แต่กระนั้น "รศ.ดร.พิภพ" ก็เชื่อแน่ว่าความยืดหยุ่นเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดลงไปในวัฒนธรรมองค์กร เพื่อสร้างองค์กรให้เกิดความหลากหลายทางความคิด 

ขณะที่ Connectivity "รศ.ดร.สมภพ" มองว่าในปี 2013 จะเป็นปีแห่งความเชื่อมต่อ และในปี 2020 เชื่อแน่ว่าพนักงานรุ่นใหม่แต่ละคนจะมีอุปกรณ์เชื่อมต่อกับเทคโนโลยีไม่ต่ำกว่าคนละ 10 ชิ้น

"ดังนั้น หากองค์กรใด No facebook Policy ถือว่าเชยมาก ๆ เพราะ 1 ใน 3 ของ Gen M จะใช้เครื่องมือสื่อสารอย่างสมาร์ทโฟนเต็มรูปแบบ และต่อไปก็เชื่อแน่ว่าองค์กรหลายองค์กรจะใช้วิธีการทำงานที่เรียกว่า Mobile Worker โดนไม่ยึดติดว่าจะต้องทำงานภายในองค์กรอย่างเดียว"

"ที่สำคัญ พวก Knowledge Worker เขาต้องการสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ดังนั้น หน้าตาของออฟฟิศจึงมีความหมายสำหรับพวกเขาอย่างมาก เพราะจะทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน"

ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะเกิดเป็นภาพจริงตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นไป ฉะนั้น ก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหารระดับสูงแล้วว่าจะต้องปรับตัวเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรอย่างไร เพราะอย่างที่ทราบตอนนี้ความเปลี่ยนแปลงภายนอกเกิดขึ้นแล้วเหลือแต่ว่าเราจะปรับตัว และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างไร ซึ่งเป็นความท้าทายที่ไม่ธรรมดาเลย ?

 

ที่มา :  ประชาชาติธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 2055 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys