Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
5 ผู้นำพร้อมสร้าง "คน" ก่อนเข้าสู่มหาสมุทรอาเซียน

            ส่วนสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน คงหนีไม่พ้นเรื่องของการพัฒนาเป็นปัจจัยพื้นฐาน ก่อนจะส่งต่อไปยังการริเริ่มแผนยุทธศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถให้มีประสิทธิภาพก่อนเออีซีจะเริ่มต้นขึ้น


ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ของสถาบันที่มีส่วนช่วยในการเติมเต็มสู่การพัฒนาให้กับองค์กรอย่างสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ที่ได้ร่วมมือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดโครงการเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ภายใต้กิจกรรมที่มีชื่อว่า "Thailand Competitiveness Enhancement Program 2012"

ที่เริ่มต้นด้วยประเด็นสำคัญของการขับเคลื่อนความสามารถทางการแข่งขันกับ "Developing Human Resource" ซึ่งประเด็นนี้ "สมประสงค์ บุญยะชัย" ประธานกรรมการบริหารกลุ่มอินทัช ได้เปิดมุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า...เราอย่ามองมนุษย์เป็นเพียงเครื่องจักรในการขับเคลื่อนองค์กร จงมองให้เป็นทรัพยากรหนึ่งที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบตั้งแต่ในวัยเด็ก วัยศึกษาจนกระทั่งเข้าสู่วัยทำงาน "เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดในการทำงานของโลกยุคปัจจุบัน ที่สำคัญ ผมถือว่าการพัฒนายังเป็นเรื่องสำคัญขององค์กรที่จะต้องส่งเสริม เพื่อให้เกิดคุณภาพของบุคลากรก่อนเป็นอันดับแรก"

"ผมขอจำกัดความหมายของคำว่าคุณภาพออกเป็น 2 ด้าน คือหนึ่ง คุณภาพด้านวิธีคิด ที่จะเป็นตัวกำหนดวิธีคิดในการสร้างคนให้เกิดศักยภาพ ขณะเดียวกันจะต้องสร้างให้ศักยภาพของบุคลากรเกิดความยั่งยืนได้ในอนาคตด้วย และสอง คุณภาพด้านความสามารถของการบริหารจัดการ  วิธีนี้จะต้องให้เกิดความต่อเนื่องระยะยาว เพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่าองค์กรนั้น ๆ สามารถดำรงคงอยู่ได้ เพราะการบริหารจัดการที่ดีและเป็นระบบนั่นเอง" เช่นเดียวกับมุมมองของ "ศ.น.พ.รัชตะ รัชตะนาวิน" อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล มองว่า การพัฒนาบุคลากรถือเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นความท้าทายหลักของทุกองค์กร

"สิ่งแรกที่จะแนะนำให้องค์กรทำ คือต้องประเมินความสามารถและศักยภาพของบุคลากรไทยโดยรวมและในแต่ละองค์กร ตลอดจนสายงานก่อน ว่ามีขีดความสามารถอยู่ในระดับใด เพื่อจะได้เตรียมพร้อม หาแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมของบุคลากรแต่ละระดับก่อนการเปิดเสรีอาเซียน เพื่อให้เกิดความสามารถที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพที่มากขึ้น"

"การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางการศึกษา ผมอยากให้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นก่อนการเปิดเสรีอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้า"

โดยเรื่องนี้ "ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์" เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) บอกว่า ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้โอกาสของการเปิดเสรีอาเซียนในการเข้าสู่การปฏิรูปให้ดีขึ้นในหลาย ๆ ด้าน  "โดยเฉพาะทางด้านการศึกษา ซึ่งปัญหาที่น่าเป็นห่วงของเด็กไทย คือจะทำอย่างไรให้ 98% ของเด็กในประเทศไทยสามารถเข้าถึงการศึกษาที่สามารถสร้างคนให้พร้อมเข้าสู่ระบบอาเซียนได้ นั่นหมายความว่ามีเพียง 2% เท่านั้นที่เด็กไทยมีความพร้อมของการเปิดเออีซี"

"ฉะนั้น เราอาจจะต้องหันมาซื้อบริการจากโรงเรียนทางเลือก หรือโรงเรียนนานาชาติให้มากขึ้น โดยอาจจะต้องเริ่มจากการสนับสนุนด้านงบประมาณให้แก่โรงเรียนทางเลือก เพื่อเปิดกว้างทางการศึกษาให้กับเด็กไทยในอนาคตมากขึ้น"

"ที่สำคัญ ผมว่าการเปิดอาเซียนน่าจะเป็นจุดดีที่จะใช้โอกาสนี้ปฏิรูปการบริหารงานในทางราชการของเราในหลาย ๆ เรื่องด้วย ทั้งระบบงานและระบบคน เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนให้เกิดแรงงานที่มีทักษะอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพไปพร้อม ๆ กัน"

ขณะที่ "ชาญวิทย์ ไกรฤกษ์" รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เห็นด้วยกับ "ดร.ทศพร" ในประเด็นที่ว่า ข้าราชการปัจจุบันยังมีปัญหาในหลาย ๆ ด้าน  "พบจากข้อเท็จจริงที่ว่า ส่วนใหญ่กลุ่มของคนที่กำลังเข้าสู่ระบบราชการ โดยเฉลี่ยคนที่สอบผ่านเข้าสู่หน่วยงานในระบบราชการที่มีประมาณ 3,000-4,000 คนต่อปี พบว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือคุณภาพของคนที่กำลังเข้าสู่หน่วยงานราชการ ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากทีเดียว"

"เมื่อเข้ามาแล้ว ผมว่าน่าเป็นห่วงไม่น้อย เพราะนอกจากจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพของบุคลากร การพัฒนาคนที่อยู่ในระบบค่อนข้างจะมีปัญหาด้วย เนื่องจากในส่วนของราชการและผู้บังคับบัญชายังไม่ให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมว่าหากเราอยากจะขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า เราจะต้องร่วมกันพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพทั้งหน่วยงานเอกชนและรัฐไปพร้อมกัน"

อีกประเด็นหนึ่งที่ "ชาญวิทย์" เน้นย้ำ คือปัญหาของคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการไทย สิ่งที่จะเป็นเครื่องวัดเรื่องนี้ได้จะต้องจัดบททดสอบความมีจิตวิญญาณของการเป็นข้าราชการด้วย เพื่อการทำงานของข้าราชการไทยในอนาคตจะได้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ "ผมเชื่อว่าการทำงานที่ดีให้สมกับการเป็นข้าราชการไทย นอกจากจะต้องมีการพัฒนาเรื่องความโปร่งใสและตรวจสอบได้ หรือเพื่อให้ประชาชนไว้ใจ เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน"

ส่วนมุมมองของการพัฒนาบุคลากรเพื่อเตรียมรับมือกับเออีซีของสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมอย่างเอสเอ็มอีนั้น "อรรถการ ตฤษณารังสี" รองประธานพัฒนาแรงงานและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หอการค้าไทย บอกว่า อาจจะเกิดผลกระทบมากกว่าเป็นโอกาสก็ได้ "ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับ 3 หลักด้วยกัน คือหนึ่ง หลักคิด จะต้องสร้างความเข้าใจของคนในองค์กรด้วยวิธีคิดเชิงบวก เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพทางการทำงานให้ดีขึ้นว่า ในลักษณะงานอย่างเอสเอ็มอีจะต้องใช้หลักคิดอย่างไร เพื่อให้เกิดผลเติบโตข้างหน้า"

"สอง หลักวิชา คือจะต้องพัฒนาให้บุคลากรเอสเอ็มอีได้รู้จักวิธีการเข้าถึงแหล่งข้อมูล โดยเฉพาะด้านไอที ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนให้เกิดข้อมูลที่ทันสมัย และเป็นประโยชน์อย่างสูงสุด สำหรับการทำธุรกิจของโลกยุคปัจจุบัน"

"สาม หลักปฏิบัติ ต้องรู้จักที่จะนำข้อมูลที่ได้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดการพัฒนาบุคลากรให้ได้ผลสัมฤทธิ์มากที่สุด หากเรามีทั้งสามหลักนี้ ผมว่าจะเป็นการเตรียมรับมือความพร้อมของเอสเอ็มอีที่ดีอีกทางหนึ่งได้"

เหมือนกับคำคำหนึ่งที่ "สมประสงค์" บอกว่า ภายใต้โอกาสของอาเซียนย่อมมีภัยคุกคามเป็นครั้งคราว เปรียบเสมือนการจับปลา ที่เมื่อก่อนเคยจับปลาในอ่าวไทย 

"แต่วันนี้เรากำลังจะขยายไปสู่การจับปลาในมหาสมุทร ที่อาจจะมีลมพายุบ้าง แต่ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่า เราจะพัฒนาเรือของเราให้แข็งแรงพอที่จะสามารถต่อสู้กับลมพายุได้ไหวหรือเปล่า"

คงอยู่ที่ความพร้อมของคุณและลูกเรือแล้วล่ะ !!

 

 

 

ที่มา :  ประชาชาติธุรกิจ 


ผู้เข้าชม : 1780 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys