Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
HEAD - HEART สูตรเรื่องคน อัศวิน เตชะเจริญวิกุล

สำหรับบีเจซี องค์กรแห่งนี้มีความต้องการให้พนักงานเก่งทั้ง เรื่องงาน และเก่ง เรื่องคน

หากพูดถึงปัจจัยความสำเร็จ มีหลายคนที่เชื่อว่า Know How หรือจะสู้  Know Who ขณะที่คนจำนวนไม่น้อยอาจค้านว่าไม่จริง  

 อัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี   บอกว่าสำหรับเขานั้นมองว่า Know How  มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อธุรกิจ ขณะที่  Know Who เป็นอะไรที่ช่วยทำให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายได้ง่ายยิ่งขึ้น

 ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของจังหวะและโอกาส ในการเลือกนำมาใช้

 หากแต่มีเพียง "คน" เท่านั้นที่จริงแท้และแน่นอนที่สุด

 ปัจจุบันบีเจซี  ได้การแยกเรื่องของคนมากำหนดเป็นวาระการประชุมเดือนละครั้ง  แสดงให้เห็นว่าองค์กรนี้ให้ความสำคัญอย่างจริงจัง

 "ธุรกิจนับวันยิ่งขยายตัว เราเติบโตเฉลี่ยถึงปีละ 15 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และต้องการคนเพิ่ม  เราจำเป็นต้องแยกการประชุมเรื่องของคนโดยเฉพาะ ด้วยเรื่องนี้ละเอียดอ่อนและต้องใช้เวลา"

 เทคนิคในเรื่องนี้ อัศวินเฉลยว่า เกิดจากการที่เขาได้ไปเรียนรู้ ศึกษางานในองค์กรชั้นนำของประเทศไทย  เช่น    เอสซีจี  เครือซีพี และธนาคารไทยพาณิชย์ฯลฯ รวมทั้งได้รับการแนะนำจาก ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เขาเคารพ

  อาจจะเรียกได้ว่าเกิดจากส่วนผสมของ Know How และ  Know Who

  ด้วยเป้าหมายการเป็นองค์กรชั้นนำในเวทีอาเซียน ฝันให้ไกลไปให้ถึงของบีเจซี  ย่อมหนีไม่พ้นการเตรียมพร้อมเรื่องคน

 ในความเป็นจริง บีเจซีพร้อมหรือไม่?

 "จริง ๆ ต้องบอกว่ามีความท้าทาย เพราะเป็นเรื่องของศิลปะค่อนข้างเยอะ"

 เขาบอกว่าคนไม่เหมือนกับสบู่  เพราะการผลิตสบู่นั้นก็แค่กำหนดสเป๊คไว้ตรงเครื่องจักร แล้วค่อยเทส่วนผสมลงในพิมพ์ ไม่นานนักก็จะได้สบู่ในแบบที่ต้องการ 

 แต่วิธีนี้คงใช้ไม่ได้กับ การปั้นคนขึ้นมา

 "ที่จริงผมก็อยากจะเห็นคนบีเจซีที่มีโครโมโซมเดียวกัน ที่ประกอบขึ้นจากค่านิยมของเรา นั่นคือ  B- Beyond Satisfaction ,J- Joint Success  และC- Caring for Community "

 อัศวินย้ำว่า ในวันนี้บีเจซียังทำเรื่องนี้ได้ไม่ดีนัก และต้องพยายามอย่างไม่มีวันจบสิ้น

 " วันใดที่เราบอกว่าเราทำดีแล้ว เก่งแล้ว  ในวันนั้นเราจะขาดการพัฒนา"

 กับศึกที่ใหญ่ขึ้น  บีเจซีมีคนเก่งมาร่วมรบมากน้อยเพียงไร?

 "ผมเชื่อว่าพนักงานทุกคนของเราเป็นคนเก่ง เพราะเรามีกระบวนการคัดเลือก ทดสอบ  มีการสัมภาษณ์หลายรอบ  มีการวิเคราะห์ในเรื่องจิตวิทยา วิเคราะห์ถึงแก่นแท้ เพื่อเฟ้นหาคนที่ฟิทกับองค์กรเรา ซึ่งสามารถคัดกรองได้ในระดับหนึ่ง"

 บีเจซีโฟกัสหรือไม่ว่าต้องจบจากสถาบันการศึกษาท้อบเท็น?

 "ผมมองว่ามหาวิทยาลัยเป็นเรื่องของกระบวนการ แต่บีเจซีจะมองที่ตัวโปรดักส์  เรียนจบที่ไหนก็ได้ ขอให้เขามี Competency  มี chemistry  ที่ตรงกันกับเราเป็นอันใช้ได้"

 ในยุคนี้ คนควรมีทักษะเด่นในเรื่องใด?

 เขาบอกว่าสำหรับบีเจซีแล้ว อยากให้พนักงานเก่งทั้ง "เรื่องงาน" และเก่ง "เรื่องคน" 

 "พนักงานที่เข้ามาใหม่จำเป็นต้องเก่งเรื่องงานก่อน แต่เมื่อหน้าที่เขาเติบโตขึ้น เขาจะต้องเก่งเรื่องคน"

 ประการสำคัญ ควรต้องเป็นคนที่พร้อมจะลุยไปข้างหน้า พร้อมจะไปหาประสบการณ์ที่เมืองนอกอีกด้วย

 ในทางกลับกัน ผู้นำยุคไร้พรมแดนควรมีทักษะใดที่โดดเด่น?

 "ผมว่ามี 2 เรื่องคือ  ความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ กับความสามารถในการสื่อสาร"

 โดยเฉพาะเรื่องของการสื่อสารนั้น เขาบอกว่าไม่มีคำว่า "มากไป"

 ผู้นำควรสื่อสารกับพนักงานชนิดที่ "ยิ่งเยอะยิ่งดี"  เพราะกว่าที่ข้อความจะลงไปถึงพนักงานข้างล่างก็ต้องผ่านขั้นตอน ผ่านคนหลายชั้น

 เขาบอกว่าการสื่อสารยังหมายรวมเรื่องของการจูงใจ การแนะแนว การตำหนิลูกน้องของผู้นำอีกด้วย

  ปัจจุบันบีเจซียังใช้เม็ดเงินเพื่อการพัฒนาคนจำนวนไม่สูงมาก (เบ็ดเสร็จประมาณ 100 ล้าน/พนักงานทั้งสิ้น 9 พันคน)

 สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะองค์กรแห่งนี้เน้นใช้ผู้บริหารภายในรับบทเป็นผู้สอนหรือวิทยากร Know How ของธุรกิจควรถูกถ่ายทอดจากตัวจริงที่เชี่ยวชาญในธุรกิจ

 " มันอยู่ในแผน Leadership Model ของเรา เป็นการฝึกทักษะเรื่องของการสื่อสาร เพราะการขึ้นเป็นผู้บริหารและนำคนอื่นได้นั้น ย่อมต้องมีความสามารถในการสื่อสาร"

 นอกจากนั้น บีเจซียังสามารถใช้บริการผู้บริหารมากความสามารถของ "ทีซีซี กรุ๊ป" มาเป็นวิทยากรให้อีกด้วย   หรือจะเรียกว่าสามารถใช้บริการได้ทุกบริษัทที่ผู้กำหนดวิสัยทัศน์ชื่อ   "เจริญ สิริวัฒนภักดี"

 แต่การจะดึงดูดให้คนเก่งอยู่ร่วมรบนาน ๆ อัศวินแนะว่า ผู้บริหารควรมีหูที่ "ติดดิน" ฟังเสียงความต้องการของพนักงานให้มาก ๆ

 "คนเก่งชอบการทำงานที่สนุก และท้าทาย บีเจซี จึงเป็นองค์กรที่เปิดกว้างให้พนักงานมีโอกาสแสดงฝีมือ"  คำถามคือ มากแค่ไหน?

 "ตัวอย่าง เช่นงานการตลาดที่เราจะเปิดโอกาสให้นักการตลาดทั้งหลายทำงานอย่างเต็มที่ คิดแผนมา นำเสนอแผนมา  แต่ข้อจำกัดของเราก็คือ เงินโฆษณา และทรัพยากรต่างๆ ที่ต้องใช้อย่างประหยัด  แน่นอนว่าพวกเขาต้องพยายามบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างเต็มที่และคุ้มค่า ซึ่งยอมรับว่าต้องผ่านการกลั่นกรองหลายรอบ"

  อัศวินบอกว่า อีกเสน่ห์ของบีเจซีก็คือ เป็นบริษัทที่มีส่วนผสมของความเป็นมืออาชีพกับความเป็นเถ้าแก่ หรือผู้ประกอบการ ให้คนเข้ามาเรียนรู้

  บีเจซีมีการมอบ ESOP (Employee Stock Options)  หรือสิทธิที่จะซื้อหุ้นในราคาที่กำหนด ให้กับพนักงานของบริษัทอีกด้วย

 "เราใช้จุดแข็งตรงที่เป็น 1 ใน 50 บริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ของเมืองไทย อยู่ใน SET 50 ดึงดูดใจคนของเรา"

 ในเรื่องสวัสดิการ บีเจซีก็ถือว่าดีเยี่ยมไม่แพ้ใคร ไม่ว่าเรื่องของการรักษาพยาบาล ที่มีห้องยา รวมถึงแพทย์และพยาบาลส่งตรงจากโรงพยาบาลจุฬามาคอยให้การรักษาเป็นประจำทุกวัน  รวมถึงมีห้องออกกำลังกายสำหรับพนักงานที่ห่วงใยสุขภาพจำนวนมาก

 นอกจากนั้น ยังจัดห้องเป็นสัดส่วนให้พนักงานสุภาพสตรีสามารถให้นมลูกได้อย่างไม่เขินอายใคร  รวมถึงยังมีกองทุนการศึกษา ค่าเดินทาง ฯลฯ

 แน่นอนสิ่งที่เกิดขึ้นมีทั้ง Top-down และ Bottom-up 
 เรื่องของคนนั้นเป็นเรื่องของ Head กับ  Heart  ซึ่งผู้ปรุงสูตรต้องมีฝีมือ ให้งานออกมาสวยงาม คือ ไม่แข็งกระด้างหรืออ่อนนุ่มจนเกินไป

 โดย : ชนิตา ภระมรทัต

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com 
 
 
  


ผู้เข้าชม : 1870 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys