Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
คนแบบใด...โค้ชไปก็เสียเวลา

 ปีที่ผ่านมาและปีนี้ การพัฒนาแบบ“โค้ชตัวต่อตัว”ยังมาแรงเช่นเดิม การพัฒนาผู้บริหารหรือผู้นำด้วยการโค้ชตัวต่อตัวช่วยให้เกิดการพัฒนาได้เร็วขึ้น เพราะโค้ชและผู้ได้รับการโค้ชสามารถมุ่งเน้นไปด้านที่จำเป็น และใช้เวลาในเรื่องนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด 
       
       อย่างไรก็ตาม การโค้ชมีวัตถุประสงค์หลายอย่าง เช่น โค้ชเพื่อพัฒนายุทธวิธี เพื่อวางแผนชีวิต หรือเพื่อพัฒนาและเปลี่ยนแปลงองค์กร เป็นต้น ต่างวัตถุประสงค์ก็ต่างกระบวนการ
       
       ส่วนการโค้ชด้านพฤติกรรม (Behavioral Coaching) เป็นด้านหนึ่งที่มีกระบวนการละเอียดอ่อน ใช้เวลาในการติดตามผล และโค้ชเองควรมีทักษะด้าน EQ (Emotional Quotient วุฒิภาวะด้านบริหารอารมณ์ตนเอง การแสดงออก และการปฏิบัติต่อผู้อื่น) ถ้านึกถึงผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ดร.มาแชล โกลด์สมิท คือหนึ่งในปรมาจารย์ผู้ที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการการโค้ชเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ได้รับการยอมรับจากทุกมุมโลกมากที่สุดคนหนึ่ง
       
       เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.โกลด์สมิท ได้รับการยกย่องให้เป็น “Thought Leader” อันดับหนึ่ง ในการพัฒนาภาวะผู้นำ ที่จัดขึ้นโดยการสนับสนุนจาก Harvard Business Review ที่จัดขึ้นปีละสองครั้ง ดิฉันเคยนั่งถกกันกับ Thought Leader ท่านนี้ และสงสัยว่าวิธีการของท่านสำเร็จทุกรายไหม ซึ่งท่านก็บอกว่าส่วนใหญ่สำเร็จ และถามว่า “ถ้าเช่นนั้นคนแบบใดที่โค้ชไปก็เสียเวลา คือไม่ได้ผล?” ท่านบอกว่า ผู้นำที่โค้ชไปก็เสียเวลาคือ
       
       1. ผู้ที่ยึดมั่น ถือมั่นในตนเอง เคยเป็นแบบไหน ฉันก็จะเป็นแบบนั้น ไม่อยากเปลี่ยนแปลง ไม่มีแรงจูงใจ ดร.โกลด์สมิทกล่าวว่าผู้บริหารที่จะได้รับการโค้ชด้านนี้และประสบความสำเร็จได้ คือคนที่พร้อมจะพัฒนาตนเอง พร้อมที่จะปฏิบัติตนเองตามค่านิยมและแนวทางที่สอดคล้องกับทิศทางขององค์กรที่อาจเหมือนเดิมหรือมีการเปลี่ยนแปลงได้
       
       2. คนที่องค์กรไม่อยากได้อยู่แล้ว และใช้กระบวนการโค้ชบังหน้า เพื่อเป็นข้ออ้างว่า พัฒนาแล้วไม่ได้ผล แบบนี้ถือเป็นการไม่ยุติธรรมกับผู้ได้รับการโค้ช ไม่อยากให้เขาอยู่ด้วยเหตุผลอะไร ถ้าสมเหตุสมผลก็ควรบอกกันไปเลย
       
       3. คนที่ได้รับการโค้ชไม่ได้มีปัญหาด้านพฤติกรรม แต่เป็นด้านขาดความรู้ ความสามารถด้านอื่น ซึ่งควรหาโค้ชที่เหมาะสมกับความต้องการในการพัฒนา
       
       4. คนที่ไม่มีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่และองค์กร ขาดคุณธรรม ดร. โกลด์สมิทเชื่อว่า คนแบบนี้ควรให้ออกจากองค์กร มากกว่าลงทุนเพื่อพัฒนา
       
       เมื่อมานั่งถกเรื่องนี้กับดร.โกลด์สมิทอย่างจริงจังแล้ว เรายังเชื่ออีกว่า ไม่เพียงผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นหรอกนะคะที่เป็นเช่น 4 ข้อนี้แล้วโค้ชไม่ได้ บุคลากรทั่วไปก็เช่นกัน เมื่อขาดทั้งแรงจูงใจคือนั่งรอให้ผู้อื่นมาจุดไฟให้ตลอดเวลา มากกว่าที่จะเรียนรู้สร้างแรงจูงใจให้ตนเองบ้าง ตำหนิติเตียนสิ่งแวดล้อมภายนอกอยู่ตลอดเวลา นายคนนั้นก็แย่ เพื่อนร่วมงานคนไหนก็ไม่ดี องค์กรก็ไม่โดน อาหารไม่อร่อย กาแฟขม สารพัด และยิ่งตนเองยังขาดคุณธรรมความซื่อสัตย์ต่อองค์กรและหน้าที่ของตน กลุ่มนี้ควรปล่อยให้เขาไปเรียนรู้ด้วยตนเองดีกว่า เราน่าจะเอาเวลาและทรัพยากรไปลงทุนกับผู้ที่มีความพร้อมจะพัฒนามากกว่า... จริงไหม
คะ

ที่มา http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9550000030625 


ผู้เข้าชม : 1636 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys