Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
ทำไมต้อง “กร่าง”

 การแสดงความไม่สุภาพหรือหยาบคายในที่สาธารณะนั้น อาจทำให้หลายคนที่พบเห็นรู้สึกว่าน่ารังเกียจ แต่ในขณะเดียวกัน การกระทำเหล่านั้นก็เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของอำนาจในสายตาของผู้พบเห็นเช่นกัน งานศึกษาชิ้นหนึ่งช่วยยืนยันเรื่องนี้ และทำให้เราเข้าใจว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องของแค่คนบางคนเท่านั้น

 

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ผู้เขียนได้อ่านเจอโพสต์เรื่อง

เหตุเกิดที่สุวรรณภูมิ-ทำไมต้องตบ? ในบลอกของคุณภรต ยมจินดา ที่นำเอาบทความทางวิชาการมาวิเคราะห์เหตุการณ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งนอกเหนือไปจากข้อสรุปของตัวบทความเองแล้ว วิธีวิเคราะห์ของบทความวิชาการชิ้นนี้ก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย จึงขออนุญาตนำมาเล่าให้ฟังกันครับ

Kleef, Homan, Finkenauer, Gündemir and Stamkou (2011) ได้ทำการศึกษาว่าการกระทำที่ไม่เหมาะสมหรือดูไม่สุภาพในที่สาธารณะมีผลต่อความรู้สึกของผู้ที่พบเห็นอย่างไร

การศึกษาเป็นการอธิบายความ เพื่อจำลองสถานการณ์ โดยแบ่งเป็น การทดลอง ได้แก่

[1]

§  กรณีศึกษาที่ เทกาแฟ

สถานการณ์: ผู้เข้าร่วมการทดลอง (ชาย 15 คน หญิง 25 คน; อายุเฉลี่ย = 19.53, SD = 1.91) ที่กำลังเข้าแถวเพื่อรอทำพาสปอร์ต มองเห็น คนหนึ่งลุกจากการนั่ง เดินตรงไปเทกาแฟใส่แก้วของตนเองจากโต๊ะบริการกาแฟที่ไม่มีคนอยู่ เปรียบเทียบกับ คนหนึ่งลุกจากการนั่ง เดินตรงไปเข้าห้องน้ำแล้วก็เดินออกมา [ที่ต้องมีส่วนนี้ เพื่อให้เป็นการเปรียบเทียบการกระทำที่มีระยะเวลาของกิจกรรมเท่าๆ กัน]

ผลการศึกษา: ผู้เข้าร่วมการทดลองให้คะแนน คนที่เดินไปเทกาแฟใส่แก้วตนเอง (M = 4.89, SD = 0.70) ว่ามีอำนาจมากกว่า คนที่เดินไปเข้าห้องน้ำ (M = 4.03, SD = 0.82) t(38) = 3.56 | p = .001

§  กรณีศึกษาที่ คนทำบัญชีไม่ทำตามระเบียบ

สถานการณ์: ผู้เข้าร่วมการทดลอง (169 คน ไม่ได้ทำการบันทึกอายุและเพศ) ได้ยินคนทำบัญชีสองคนคุยกัน พนักงานฝึกหัดถามพนักงานประจำถึงความผิดปกติที่ตรวจพบในรายงานทางการเงิน และพนักงานประจำตอบว่า มันเป็นเรื่องที่เกิดเป็นประจำแหล่ะ และผู้ตรวจบัญชีก็ไม่เคยตรวจเจอด้วย ปล่อยๆ ไป เดี๋ยวก็จะชินไปเองเปรียบเทียบกับ มันเป็นเรื่องที่เกิดเป็นประจำแหล่ะ แต่เราต้องให้ความสำคัญกับมัน แม้ว่าผู้ตรวจบัญชีก็ไม่เคยตรวจเจอ แต่เราก็ควรทำตามระเบียบ

ผลการศึกษา: ผู้เข้าร่วมการทดลองให้คะแนน คนที่ไม่ทำตามระเบียบ (M = 4.85, SD = 1.10) ว่ามีอำนาจมากกว่า คนที่ทำตามระเบียบ (M = 4.36, SD = 1.15) t(167) = 2.86 | p = .005

§  กรณีศึกษาที่ วางเท้าบนเก้าอี้ และทิ้งขี้บุหรี่ลงพื้น

สถานการณ์: ผู้เข้าร่วมการทดลอง (ชาย 45 คน หญิง 81 คน; อายุเฉลี่ย = 21.93, SD = 4.49) ได้ดูวิดีโอของชายคนหนึ่ง ทำการวางเท้าบนเก้าอี้ ทิ้งขี้บุหรี่ลงพื้นซ้ำแล้วซ้ำอีก หยิบเมนูมาอ่านแล้วไม่เก็บเข้าที่ สั่งอาหารด้วยถ้อยคำห้วนๆ และไม่กล่าวขอบคุณเมื่อบริกรมาเสิร์ฟอาหาร  เปรียบเทียบกับ ชายคนเดิม นั่งไขว้ขาอย่างสุภาพ ทิ้งขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ หยิบเมนูมาอ่านแล้วเก็บเข้าที่ สั่งอาหารด้วยถ้อยคำสุภาพ และกล่าวขอบคุณเมื่อบริกรมาเสิร์ฟอาหาร

§  ผลการศึกษา: ผู้เข้าร่วมการทดลองให้คะแนน ชายที่มีพฤติกรรมไม่สุภาพ (M = 5.53, SD = 0.81) ว่ามีอำนาจมากกว่า คนที่ทำตามระเบียบ (M = 4.27, SD = 1.04) t(124) = 7.54 | p = .001

§  กรณีศึกษาที่ วางเท้าบนโต๊ะ

สถานการณ์: ผู้เข้าร่วมการทดลอง (เป็นนักศึกษา ชาย 14 คน หญิง 38 คน; อายุเฉลี่ย = 20.63, SD = 2.09) ได้เดินทางไปร่วมการทดลอง กับคนที่มาร่วมการทดลองสายเล็กน้อย โยนกระเป๋าไปที่เก้าอี้ที่มีคนนั่งอยู่ และนั่งวางเท้าขึ้นมาบนโต๊ะ เปรียบเทียบกับ การเดินทางไปร่วมการทดลอง กับคนที่มารออยู่แล้ว และมีพฤติกรรมสุภาพ

ผลการศึกษา: ผู้เข้าร่วมการทดลองให้คะแนน ชายที่มีพฤติกรรมไม่สุภาพ (M = 4.89, SD = 0.98) ว่ามีอำนาจมากกว่า คนที่ทำตามระเบียบ (M = 4.49, SD = 0.98) t(51) = 2.27 | p = .028

แม้ว่าสุภาษิตจะบอกเราว่า อำนาจมักทำให้เสียคน” (‘‘power corrupts.’’) แต่คำอธิบายสำคัญของการศึกษาครั้งนี้ก็คือ แท้จริงแล้ว คนส่วนใหญ่รู้สึกว่า ความหยาบคายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของอำนาจ ดังนั้น การแสดงความไม่สุภาพของคนบางกลุ่มจึงเป็นไปเพื่อตอบสนองต่อสิ่งที่สังคมคาดหวัง นั่นคือเป็นการแสดงอำนาจ

ทั้งนี้ไม่ได้พยายามจะบอกว่า การแสดงความหยาบคายเป็นเรื่องชอบธรรมที่สามารถทำได้ แต่เพื่อจะชี้ให้เห็นว่า มันอาจไม่ใช่แค่เรื่องของบางบุคคล แต่เป็นเพราะความรู้สึกของคนในสังคมเป็นเช่นนั้น และบางบุคคลที่ว่าก็เพียงแค่ต้องการตอบสนองการแสดงอำนาจตามความรู้สึกของคนในสังคม ทางออกนอกเหนือจากการบังคับใช้กฎหมายลงโทษผู้ที่แสดงความไม่สุภาพให้มีประสิทธิภาพแล้ว ยังต้องค่อยๆ ปรับความรู้สึกของคนรุ่นต่อๆ ไปในสังคมให้เกิดบรรทัดฐานที่ยอมรับไม่ได้กับการแสดงอำนาจด้วยความหยาบคายหรือความรุนแรงเช่นนี้ด้วย 

นอกจากนี้ หากเอาผลการทดลองมามองพฤติกรรมการตีกันของเด็กช่างกล จะพบว่า โดยลึกๆ แล้ว เด็กช่างกลอาจไม่ได้ต้องการตีกันกับคนที่ไม่เคยรู้จักเลยจากโรงเรียนคู่อริ เพียงเพราะเรียนอยู่คนละโรงเรียนกัน [ไม่นับกรณีของความแค้นส่วนตัว] แต่เป็นเพราะการกร่างเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของอำนาจ และพวกเขาต้องการแสดงอำนาจต่อหน้าเพื่อนๆ ของพวกเขาเอง [ไม่ใช่เด็กจากโรงเรียนคู่อริ] ดังนั้น พวกเขาจึงกร่างมากขึ้น เมื่อเวลามีจำนวนเพื่อนของตัวเองเยอะขึ้น [ถ้ากร่างตอนไม่มีเพื่อน จะไม่คุ้ม เพราะไม่มีคนเห็น ขณะที่ถ้ากร่างตอนมีเพื่อนมากๆ ถึงแม้จะตีกันแพ้ ก็อาจจะยังคุ้มกับการเอ่ยถึงในอนาคต] การแก้ปัญหาของนักเรียนตีกัน จึงไม่ใช่แค่ทำให้สองโรงเรียนเป็นมิตรต่อกันเท่านั้น แต่ยังต้องแก้ไขเรื่องความรู้สึกถึงความมีอำนาจอันมาจากการกร่างของนักเรียนในโรงเรียนนั้นๆ ด้วย

สุดท้ายนี้ก็อย่าลืมมาร่วมสร้างสังคมที่ยอมรับไม่ได้กับการใช้ความหยาบคายหรือความรุนแรงกันนะครับ ^^

 

ที่มา

http://setthasat.com

 

 

 

 

 

 


ผู้เข้าชม : 1484 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys