Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
เพราะไม่มีคุณภาพจึงต่อรองเรื่องคุณภาพทุกครั้งที่เปลี่ยนผู้บริหาร
คุณภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการให้เกิดขึ้นในการทำงานของตน ไม่มีผู้บริหารคนไหนในยุคปัจจุบันที่จะปฏิเสธการทำงานอย่างมีคุณภาพ

 เรื่องของคุณภาพจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงตามตัวผู้บริหาร สินค้าที่ดีไม่ว่าใครจะมาเป็นซีอีโอ สินค้านั้นก็ยังต้องมีคุณภาพดีคงเส้นคงวา มีคุณภาพดีเหมือนเดิมไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้บริหาร จะเปลี่ยนแปลงไปก็น่าจะไปในทางที่มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งถ้าคุณภาพในการทำงานไม่เสื่อมถอยลงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร ก็จะยอมรับกันได้ว่าการทำงานนั้นเป็นการทำงานที่มีคุณภาพ คุณภาพเกิดขึ้นจากวัฒนธรรมในการทำงาน ไม่ใช่เกิดจากการบริหารจัดการ เมื่อความเชื่อเรื่องการทำงานโดยคำนึงถึงคุณภาพกลายเป็นวัฒนธรรมในการทำงานแล้ว การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารจะไม่เชื่อมโยงไปสู่การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ใช้ในการทำงานนั้น เว้นเสียแต่ว่าคุณภาพในการทำงานนั้น มาจากการบังคับบัญชาของผู้บริหารที่สั่งให้ทุกคนใส่ใจ ทำงานโดยคำนึงถึงคุณภาพเฉพาะเมื่อมีคำสั่ง ในกรณีนี้ เมื่อใดก็ตาม ที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร คุณภาพก็เปลี่ยนตามไปด้วย ซึ่งในกรณีเช่นนี้คงไม่อาจกล่าวได้ว่าวงการนั้นเป็นวงการที่มีคุณภาพ

 

เราจะทราบได้อย่างไรว่าวงการใดที่คุณภาพเป็นวัฒนธรรม วงการใดที่คุณภาพเป็นเรื่องของคำสั่งที่เปลี่ยนไปมาตามตัวผู้บริหาร สิ่งที่บอกความแตกต่างในเรื่องนี้ได้อย่างหนึ่งคือจะพบเห็นการต่อรองเรื่องคุณภาพระหว่างคนทำงานกับคนบริหารในแทบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนผู้บริหาร เพราะผู้คนในวงการที่ทำงานกันโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพมักคิดไปว่าขั้นตอนการทำงานที่ช่วยกำกับดูแลคุณภาพเป็นภาระ ทำเพราะถูกสั่งให้ทำหรือถูกกฎระเบียบทั้งภายในและภายนอกบังคับให้ทำ ดังนั้น จึงมี ความพยายามที่จะลดภาระงานที่เกี่ยวกับคุณภาพลงในทุกครั้งที่มีโอกาส ซึ่งโอกาสหนึ่งก็คือเมื่อมีผู้บริหารคนใหม่ ถ้าได้ผู้บริหารคนใหม่ที่ใส่ใจในคุณภาพน้อยกว่าคนเดิม ก็จะเป็นโอกาสให้สามารถลดละขั้นตอนบางอย่างที่เกี่ยวกับคุณภาพลงไปได้ คนที่มีทัศนคติว่าคุณภาพเป็นภาระจะวนเวียนหาหนทางลดภาระนี้อยู่เสมอ ถ้าไม่มีนิสัยการทำงานที่ผูกพันอยู่กับคุณภาพ วันใดมีโอกาสวันนั้นคุณภาพจะถูกละเลยได้เสมอ  
 

วงการใดจะมีวัฒนธรรมคุณภาพหรือไม่มีนั้นไม่ได้ขึ้นกับความรู้ความสามารถของวงการนั้น จะทำงานเก่งหรือไม่เก่งไม่ได้เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับคุณภาพ ทำงานเก่งอย่างไร้คุณภาพยังมีให้เห็นอยู่เสมอ เล่ากันว่า วงการปัญญาชนของบ้านเมืองหนึ่ง แต่เดิมทำงานกันอย่างมีวัฒนธรรมคุณภาพ ไม่ต้องเขียนกฎกติกาอะไรมากำกับเรื่องคุณภาพในการทำงาน แต่อยู่มาวันหนึ่งเกิดการขยายตัวของวงการปัญญาชนนั้นอย่างไร้ขอบเขต กลายเป็นอุปทานเกินกว่าอุปสรรคอย่างมหาศาล คุณภาพเลยจางหายไปอย่างเฉียบพลัน จนต้องมีการกำหนดกฎ กติกา มาช่วยพยุงการตกต่ำของคุณภาพของวงการปัญญาชนในบ้านเมืองนั้นไว้ไม่ให้จมดิ่งจนกลายเป็นวงการไร้คุณภาพ ซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่งแต่ก็ปรากฏให้เห็นเป็นประจำว่าจะมีการรวมตัวเรียกร้องให้ลดหย่อนกฎกติกาที่เกี่ยวกับคุณภาพในทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร เล่ากันต่อไปด้วยว่าวงการนั้นแต่ดั้งเดิมเคยเป็นหลักทางปัญญาของบ้านเมืองนั้น จนกระทั่งมาถึงวันที่คุณภาพกลายเป็นเรื่องของกฎกติกามากกว่าที่เคยเป็นวัฒนธรรม วงการปัญญาชนของบ้านเมืองนั้นกลับมีสภาพไม่ต่างจากวงการการเมืองในประเทศด้อยพัฒนา ปัญญาชนในบ้านเมืองนั้นวิ่งเข้าหานักการเมืองเพียงเพื่อให้ภาระในเรื่องคุณภาพของตนลดลง จากเดิมที่นักการเมืองเคยต้องเข้าหาปัญญาชน เพื่อขอคำแนะนำในเรื่องการพัฒนาบ้านเมืองให้ก้าวไกลไปในอนาคต วัฒนธรรมคุณภาพเกิดขึ้นได้ไม่ง่าย แต่สูญสลายได้ง่ายและเร็วกว่าที่คิด 
 

วัฒนธรรมคุณภาพจะไม่มีวันคงอยู่ได้ ถ้าวงการนั้นทุกคนทำงานเพียงเพื่อตนเอง ทุกอย่างที่ทำต้องเกิดประโยชน์กับตนเอง ถ้างานใดไม่มีประโยชน์กับตนเอง งานนั้นก็ไม่มีใครทำ ผู้คนจะเลือกทำงานง่ายๆ ให้แค่เสร็จงาน แต่งานที่ทำเสร็จนั้นจะมีประสิทธิภาพประสิทธิผลแค่ไหนไม่ต้องใส่ใจ งานเสร็จเร็วคือได้ประโยชน์กับตนเอง งานดีแต่เสร็จช้ากลายเป็นทำให้ตนเองเสียประโยชน์คือเสียเวลาไปทำงานอื่นคนที่ทำเฉพาะงานที่ตนเองได้ประโยชน์จึงไม่มีทางที่จะเลือกทำงานยากๆ เพื่อให้ผลที่เกิดขึ้นดีมีคุณภาพ แต่จะเลือกวิธีที่ทำเสร็จได้ง่ายๆ เสร็จแล้วจะดีไม่ดีไม่ใส่ใจ อยากให้มีวัฒนธรรมคุณภาพขึ้นในวงการใด วงการนั้นต้องเชื่อก่อนว่างานที่ตนได้ประโยชน์นั้นสามารถทำให้คนอื่นได้ประโยชน์พร้อมกันด้วย งานจึงยากขึ้นอีกนิดหน่อย แต่ผลตอบแทนความยากนั้น คือ คุณภาพที่ได้มาอย่างจีรังยั่งยืน
 

ถ้าผู้บริหารผูกขาดความคิด และปิดบังข้อมูลและสารพัดสารสนเทศไม่ให้ผู้คนในหน่วยงานนั้นได้ทราบ ผู้บริหารรู้อยู่คนเดียว คนอื่นให้ทำตามที่บอกอย่างเดียว ผู้คนในหน่วยงานนี้จะไม่มีความคิดเรื่องคุณภาพเพราะรู้แต่ว่าต้องทำงานไปเรื่อยๆ ทำแล้วได้ผลเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ ที่ไม่รู้เพราะผู้บริหารไม่บอก กลายเป็นพายเรือไปในทะเลกว้าง แต่พายอยู่ใต้ท้องเรือ ไม่เห็นว่าที่ตนเองพายอยู่นั้นจะนำเรือไปทางไหน เรือแล่นไปเร็วแค่ไหนเมื่อเทียบกับเรือลำอื่น การพายเรือเร็วหรือช้าจึงขึ้นกับการสั่งการของผู้บริหารแต่เพียงฝ่ายเดียว วงการนี้มีแต่เฉพาะผู้บริหารเท่านั้นที่รู้ดีไปหมดทุกอย่าง คุณภาพของงานจึงเปลี่ยนแปลงไปตามคนที่มาเป็นผู้บริหาร
 

ถ้าวงการใดต่างคนต่างสนใจเฉพาะงานของตนเอง ไม่สนใจว่างานของตนนั้นจะส่งผลอย่างไรกับงานอื่นที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงต่อกันไป วงการนั้นไม่อาจกล่าวได้ว่ามีวัฒนธรรมคุณภาพ เพราะการทำงานทุกวันนี้เป็นงานที่เกี่ยวโยงกันเป็นระบบ แต่ละส่วนของงานล้วนแต่ส่งผลทางใดทางหนึ่งไปยังส่วนอื่นๆ ดังนั้น ถ้าสนใจแต่เฉพาะงานที่ตนเองดูแลอยู่ งานส่วนนั้นอาจจะส่งผลกระทบในทางที่ไม่ดีไปยังงานส่วนอื่นๆ งานของตัวเองเดินหน้าได้แต่กลายเป็นการกีดขวางงานของคนอื่นอีกหลายคน ในวงการที่มีวัฒนธรรมคุณภาพ ผู้คนไม่จำเป็นที่ต้องพยายามทำงานประสานกันอย่างกลมเกลียว แต่ต้องทำงานโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มาจากการทำงานของตนว่าจะไม่ทำให้งานของคนอื่นเสียหายอย่างใดอย่างหนึ่ง
 

การทำงานอย่างมีคุณภาพนั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้โดยการกำหนดกฎระเบียบให้ผู้คนได้ปฏิบัติ การทำงานอย่างมีคุณภาพเกิดขึ้นจากการที่ผู้คนยอมรับวัฒนธรรมการทำงานที่มุ่งเน้นไปสู่คุณภาพ วงการใดยกเรื่องคุณภาพมาเป็นประเด็นถกเถียงกันระหว่างผู้บริหารกับผู้ปฏิบัติอยู่เป็นประจำ ถกเถียงกันซ้ำแล้วซ้ำอีก วงการนั้นเป็นวงการที่ไร้คุณภาพ แม้ว่าจะพร่ำพูดถ้อยคำที่เกี่ยวกับคุณภาพมากแค่ไหนก็ตาม

โดย ดร.บวร ปภัสราทร

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 1216 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys