Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
คนไทยอ่านหนังสือปีละ ๖ บรรทัด

 เป็นที่รู้กันว่า หัวเรื่องปีละ ๖ บรรทัด หมายถึง คนไทยอ่านหนังสือออก มาจากผลการวิจัยที่ผมก็ลืมไปแล้วว่าใครหรือสถาบันใดทำไว้ แต่ไม่ได้บอกว่าคนไทยเขียนหนังสือปีละกี่บรรทัด และที่ผ่าน ๖ บรรทัดนั้น อ่านหนังสืออะไร ซึ่งถ้าบอกก็จะน่าสนใจมาก และสิ่งที่อ่านนั้นอ่านอะไร ถ้ารู้ก็จะเป็นประโยชน์ด้วย

       
       ผมว่าเรามาศึกษากันอย่างจริงจังถึงรากเง่าของเรื่องนี้ดีกว่า โดยเห็นจะต้องเริ่มจากระบบการศึกษาของประเทศไทย
       
       ระบบการศึกษาไทยยุ่งเหยิงเพราะเราผสมปนเปไปหมด นำเข้าระบบอังกฤษ อเมริกันและชาติอื่นๆ มาใช้ ทั้งทดลองใช้และทดลองใช้ จนกระทั่งมีโรงเรียนต้องสอนในระบบสาธิตก็มี
       
       ครูบาอาจารย์ของเราจบการศึกษามาจากต่างประเทศหลายประเทศ เอาแนวคิดและวิธีการสอนจากประเทศเหล่านั้นมาสอนเด็ก เท่ากับว่าหาความเป็นเอกภาพไม่ได้เลย การศึกษาจึงสับสนวุนวายไปหมด การปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ผล เช่นนี้แล้วองค์ความรู้จึงไม่ตรงกับวิชาชีพที่ผู้เรียนจะออกไปทำมาหากินเมื่อเรียนจบแล้ว
       
       เรื่องต่อไปที่จะกล่าวถึงคือเรื่ององค์ความรู้ มิใช่เกิดจากการอ่านแค่ ๖ บรรทัด แต่มาจากการเรียนรู้ จากประสบการณ์ การทำจริง การทำซ้ำหรือจากการฝึกฝนด้วยการทำลองเลียนแบบด้วยตนเอง
       
       ผู้เขียนมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง อายุยังน้อย ระหว่างเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายในนิวซีแลนด์ เขาไปซื้อรถยนต์มือสองและซ่อมรถยนต์ขนาดกลางมาคันหนึ่ง โดยทำการยกเครื่องยนต์ เครื่องมือเครื่องใช้ในการซ่อมมีจำกัด อะไรไม่มีก็เข้าโรงงานแล้วทำเองจนใช้งานได้ กว่าจะเสร็จก็หลายเดือน ใช้เงินไปไม่ใช่น้อย ต่อมาเพื่อนคนนี้เดินทางไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา เขาไปสมัครงานเป็นช่างซ่อมรถยนต์ ใช้ประสบการณ์จากคนที่ไม่รู้เรื่องการซ่อมรถยนต์จากประเทศหนึ่งไปหากินอีกประเทศหนึ่ง โดยซ่อมรถยุโรปที่มีไม่มากนักในสหรัฐฯ แค่ตรวจสภาพรถใหม่เขาได้เงินชั่วโมงละพันบาท ร่ำรวยขึ้นมาจนได้ชั่วโมงละหลายพันบาท ลงท้ายได้เดือนละหลายแสนบาท
       
       นี่เรียนรู้จากการการฝึกฝนและเรียนด้วยตนเอง องค์ความรู้ของเขามาจากการปฏิบัติจริง
       
       โลกปัจจุบันมีสื่อมากมายทั้งสื่อวิทยุโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ และมัลติมีเดีย ทั้งหมดมีทั้งให้ความบันเทิงและให้ความรู้เช่นประเภทสารคดีที่บอกถึงเรื่องราวของสรรพสิ่งที่ก้าวหน้าทางวิทยาการ องค์ความรู้จึงมาจากตาดูหูฟังและจากนี้นำไปสู่การค้นคว้าเพิ่มเติมจนทำให้การอ่านแทบจะหมดความหมายหรือมีความจำเป็นรองลงไป
       
       แต่การอ่านไม่ใช่ไม่มีความสำคัญ เพราะรากฐานของการอ่านช่วยให้คิดเป็น การคิดเป็นเป็นส่วนหนึ่งของพลังสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ คนที่อ่านหนังสือมากหรือที่บ้านมีห้องสมุดส่วนตัว หรือเด็กที่รักการอ่านมักไม่เป็นเด็กที่เสียผู้เสียคน
       
       การอ่านมีหลายแบบ เช่นเดียวกับหนังสือที่มีหลายประเภท ผู้เขียนจึงเห็นว่า คนหรือเด็กที่อ่านการ์ตูน แม้จะเพื่อความบันเทิง อย่างน้อยก็อ่านเกินกว่า ๖ บรรทัดอย่างแน่นอน
       
       นี่คือหลุมพรางของการวิจัย
       
       และนี่คือข้อบกพร่องที่ไม่ได้บอกว่า ๖บรรทัดของคนอ่านนั้นอ่านอะไรกันบ้าง
       
       เช่นเดียวกับคนอ่านที่อ่านนวนิยายจนจบเรื่องอย่างน้อยก็ต้องอ่านนับร้อยนับพันบรรทัดขึ้นไป
       
       การ์ตูนพิมพ์นับหมื่นๆ เล่ม จำนวนคนอ่านก็มากมายและอาจจะมากกว่าจำนวนที่พิมพ์
       
       นิตยสารที่พิมพ์ออกมา อย่างคู่สร้างคู่สมที่ขายดีอย่างมากและลงสู่ตลาดชั้นล่างก็เป็นที่นิยมทำให้คนอ่านเกิน ๖ บรรทัดอย่างแน่นอน
       
       เมื่อบวกกับองค์ความรู้แล้วจะเห็นได้ว่า การที่วิจัยเรื่อง ๖ บรรทัดมิได้เป็นมาตรวัดว่าการเรียนรู้ของคนไทยแย่เอามากแต่อย่างไร
       
       ไหนจะอ้างเสมอว่าประชากรไทยมีคนอ่านออกเขียนได้เกือบจะหมดประเทศอยู่แล้ว แต่ไฉนจึงอ่านกันน้อยมาก
       
       แค่หนังสือพิมพ์รายวันรวมกันทุกฉบับก็เกินหนึ่งล้านฉบับเข้าไปแล้ว และมีหลายหน้าด้วย คนก็ต้องอ่านเกิน ๖ บรรทัด
       
       ผมจึงเห็นว่าผลการวิจัยเชื่อไม่ได้
       
       มีข้อผิดพลาดแน่ๆ
       
       อย่างน้อยไม่สัมพันธ์กับความรู้หรือองค์ความรู้และการรับรู้และความฉลาดของคนไทย
       
       ผู้เขียนเคยไปเรียนต่างประเทศ และเรียนแข่งแข่งกับนักเรียนต่างชาติละแวกเอเชียด้วยกัน พบว่าคนไทยเอาชนะได้ แม้แต่ภาษาอังกฤษ เราก็ชนะประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษมาก่อนด้วยซ้ำไป
       
       ดังนั้น เราจึงมีการเรียนรู้ที่ไม่แพ้ใคร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเมื่อไปเรียน เราเริ่มเท่ากันและทิ้งระบบการศึกษาและทิ้งระบบการศึกษาแบบไทย ไปเริ่มกันใหม่ภายใต้ระบบคิดและระบบการศึกษาแบบต่างประเทศ เมื่อเริ่มพร้อมกับชาติเอเชียด้วยกัน เราสามารถเหนือกว่าเขาได้
       
       ข้อเท็จจริงนี้บอกอะไร
       
       มันบอกว่าเมื่อเราทิ้งระบบการศึกษาและการเรียนรู้จากวิธีคิดแบบที่เรียนมาจากห้องเรียนที่เราเคยชินมาในประเทศไทย ไปเริ่มต้นใหม่โดยเริ่มจากวิธิคิดใหม่ เราก็ทำได้โดยใช้สติปัญญาที่มีอยู่ไปแข่งขันกับเขาได้ ไปอ่านภาษาต่างประเทศเกินกว่า ๖ บรรทัดอย่างช่ำชองจนจบการศึกษามาได้ด้วยองค์ความรู้ใหม่ได้

ที่มา ผู้จัดการ 360


ผู้เข้าชม : 2042 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys