Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
องค์กรแห่งความเป็นเลิศที่ยั่งยืน

หลากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่ทำให้สาธารณชนเริ่มจับตามองพฤติกรรม การกระทำขององค์กรธุรกิจมากขึ้น

อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องจากสารพันปัญหาที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม มลภาวะ การละเมิดสิทธิมนุษยชน การเอารัดเอาเปรียบลูกค้าจากกิจการ การปนเปื้อนสารเคมีและสารพิษต่างๆ ในผลิตภัณฑ์ และความไม่สัตย์ซื่อของผู้ประกอบการที่นำสู่วิกฤตการณ์ทั้งทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดกระแสการต่อต้านกิจการที่ดำเนินงานอย่างไม่มีจริยธรรมในวงกว้าง ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบอย่างรุนแรงถึงชื่อเสียง ภาพลักษณ์และความไว้วางใจได้จากมวลชน อันจะนำไปสู่ความอยู่รอดของกิจการในระยะยาว
 

วิกฤติน้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโกของบริษัท BP ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ทำให้ทุกกิจการหันมาตระหนักถึงความสูญเสียอันใหญ่หลวงที่เกิดขึ้น ซึ่งในที่สุดก็จะส่งผลย้อนกลับมายังกิจการเองในที่สุด อันถือเป็นสิ่งที่ไม่น่าปรารถนาทีเดียว ดังนั้น กิจการสมัยใหม่จึงต้องเริ่มตรวจสอบตนเอง ถึงความเหมาะสมในการดำเนินงานอย่างสอดคล้องและเป็นมิตรต่อสังคมสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง 
 

เริ่มจากการตรวจเช็คในประเด็นต่างๆ อาทิเช่น กระบวนการดำเนินงานและการผลิตของกิจการส่งผลกระทบทางลบใดต่อสภาพแวดล้อมรายรอบบ้าง กิจการได้มีการดูแลพนักงานอย่างเหมาะสมและยุติธรรมหรือไม่ กิจการได้มีการใส่ใจในความคิดเห็นความต้องการและส่งเสริมการพัฒนาของชุมชนใกล้ชิดรอบๆ กิจการหรือไม่ รวมถึง สินค้าและบริการของกิจการต้องมีคุณภาพเพียงพอเหมาะสมต่อความต้องการของลูกค้าเป้าหมายอีกด้วย
 

แต่ถึงแม้ว่า กิจการจะสามารถดูแลในทุกประเด็นคำถามที่กล่าวข้างต้นแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่อาจทำให้กิจการอยู่รอดปลอดภัยจากปัญหาและชื่อเสียงที่อาจสูญเสียไปได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จนตามไม่ทัน นำมาสู่ปัญหาใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ กิจการจึงต้องเตรียมความพร้อมที่จะรับถือกับทุกประเด็นอันอาจจะเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ จึงจะถือว่านำสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืนแท้จริง
 

ดังกรณีที่น่าสนใจของ วอลล์มาร์ท ผู้นำธุรกิจค้าปลีกที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก ยอดขายรวมของวอลล์มาร์ททุกประเทศนั้น มีมากกว่ามูลค่าผลผลิตมวลรวมประชาชาติของหลายๆ ประเทศเสียด้วยซ้ำไป เรียกว่าอิทธิพลของวอลล์มาร์ทที่มีต่อระบบเศรษฐกิจโลกนั้นมหาศาล ครอบคลุมเครือข่ายกว้างขวางไปเกือบทุกประเทศทั่วโลก
 

ครั้งหนึ่งวอลล์มาร์ทก็โดนโจมตีว่า ทำลายระบบเศรษฐกิจรากหญ้า ทำให้โชห่วยดั้งเดิมสูญสลายหายไป รวบความมั่งคั่งและตลาดไว้คนเดียว และในที่สุดผู้ที่จะเดือดร้อนที่สุดคือ ประชาชนที่ต้องซื้อสินค้าราคาแพงมาบริโภค 
 

แต่เมื่อเวลาผ่านไป วอลล์มาร์ทได้พิสูจน์แล้วว่า ผู้บริโภคจะสามารถซื้อหาสินค้าบริการในราคาที่ถูกลงกว่าเดิม ตามสโลแกน ราคาถูกทุกวันของกิจการ ผ่านทางการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทุกด้าน อันส่งผลให้ค่าครองชีพพื้นฐานโดยเฉลี่ยลดต่ำลงได้ ทั้งยังได้รับบริการที่มีมาตรฐานเป็นมิตรอีกด้วย จึงสามารถผูกใจคนส่วนใหญ่ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
 

อย่างไรก็ตาม วอลล์มาร์ทก็ยังหนีไม่พ้นปัญหาใหม่ๆ ที่ว่า กิจการขนาดมหึมานี้ ย่อมกัดกินทรัพยากรของโลกไปอย่างมหาศาล ทั้งยังปล่อยมลภาวะออกมาทำลายสภาพแวดล้อมและบรรยากาศของโลก กิจการจึงต้องริเริ่มโครงการและกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้ทรัพยากร พลังงานและหยุดยั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันนำมาสู่ภาวะโลกร้อนให้จงได้ 
 

โดยลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่งโดยรถบรรทุกของตนในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ซึ่งเทียบเท่ากับรถยนต์ถึง 3.8 ล้านคันทีเดียว นอกจากนี้ยังตรวจสอบและคัดเลือกซัพพลายเออร์ของตนอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับมาตรฐานในการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การติดแท็กเกี่ยวกับผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมในผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในวอลล์มาร์ททุกชนิด เพื่อให้ลูกค้าทราบ รวมถึงการพัฒนาร้านของตนให้กลายเป็น อีโคสโตร์มากขึ้นเรื่อยๆ 
 

ซึ่งการกระทำดังกล่าว มิได้หมายความว่าวอลล์มาร์ทจะไม่ใส่ใจกำไรแล้ว แต่เน้นย้ำแนวคิดใหม่ว่าต้องเป็นกำไรที่สมดุลกับสังคมสิ่งแวดล้อม และนำสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน
 

หรือกรณีของผู้ผลิตน้ำอัดลมชื่อก้องโลก ที่มีปัญหาถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าแย่งน้ำสะอาดเข้าไปใช้ในกระบวนการผลิตของตนซึ่งอยู่ในโรงงานที่อินเดีย จนกระทั่งทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำในการบริโภคในหลายๆ หมู่บ้าน หรือแม้แต่ล่าสุดที่กิจการถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ควรใช้สายสัมพันธ์ที่ตนมีอย่างแนบแน่นกับรัฐบาลจีน ให้จีนช่วยผลักดันให้ซูดานหยุดทำสงครามที่เมืองดาร์ฟูร์ เป็นต้น
 

ซึ่งกิจการน้ำอัดลม ที่ได้รับผลกระทบจากประเด็นดังกล่าวอย่างไม่คาดฝัน จึงต้องพยายามที่จะลดแรงกดดัน โดยการออกมาพูดว่าสงครามที่เกิดขึ้นนั้น สาเหตุหลักมาจากการแย่งชิงน้ำสะอาด กิจการจึงได้ให้เงินทุนถึง 5 ล้านดอลลาร์กับซูดาน เพื่อพัฒนาระบบการพัฒนาคุณภาพแหล่งน้ำ รวมถึง ประกาศชัดเจนว่า จะเป็นบริษัทที่ “Water-Neutral” ภายในปี 2020 นั่นคือ กิจการจะต้องมีระบบผลิตน้ำสะอาดขึ้นมาทดแทนน้ำที่ตนเองใช้ไปในการผลิตอย่างเท่าเทียมกัน เรียกว่าจะไม่แย่งน้ำไปจากการบริโภคของประชาชนภายในทศวรรษหน้านั่นเอง
 

ซึ่งแน่นอนว่า ภารกิจนี้ กิจการต้องลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจะต้องนำมาทดแทนการผลิตแบบดั้งเดิมอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะต้องใช้ทรัพยากรมากแค่ไหนก็ตาม ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงก็เพื่อการสร้างความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน อันเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของทุกองค์กรในอนาคตนับต่อไปจากนี้ครับ

 

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 1875 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys