Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
ข้าวเวียดนาม : ความท้าทายที่ต้องเผชิญในปี 2555


  เมื่อวันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม 2554 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนักวิชาการด้านข้าวได้ร่วมกันประชุมทบทวนเกี่ยวกับการผลิตและการส่งออกข้าวในปี 2554  และหารือแผนสำหรับการเพาะปลูกฤดูการผลิต winter -spring ซึ่งเป็นการผลิตฤดูแรกของปี 2555   โดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้น ณ จังหวัดเหายาง ( Hau Giang ) ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งในเขตแม่โขงเดลต้าที่เพิ่งแยกตัวออกมาจากนครเกิ่นเทอ

                ปี 2554 : การเพาะปลูกได้ผลดี การส่งออกมากเป็นประวัติการณ์

                นายฟาม วัน ยือ  (Pham Van Du) ผู้ช่วยผู้อำนวยการกรมการเพาะปลูก รายงานผลการเพาะปลูกข้าวในปี 2554 นี้ว่า แม้จะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและน้ำท่วม  แต่ผลผลิตข้าวที่ได้รับเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั่วประเทศเป็น  4.5 ล้านเฮกตาร์  เพิ่มขึ้นจากปี 2553  ประมาณ 135,000 เฮกตาร์ ได้รับผลผลิตข้าว 24.933 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 1.3 ล้านตัน  เฉพาะในเขตแม่โขงเดลต้าสามารถผลิตข้าวได้ถึง 23 ล้านตัน  ซึ่งเพิ่มขึ้นจากผลผลิตปีที่ผ่านมาถึง 1.165  ล้านตัน ทั้งนี้ เนื่องจากได้มีการนำข้าวพันธุ์ใหม่ที่มีคุณภาพดีมาใช้

                นายเหงียน วัน ด่ง (Nguyen Van Dong) ผู้อำนวยการกรมการเกษตรและพัฒนาชนบทของจังหวัด เหายางกล่าวว่าเขตแม่โขงเดลต้าเป็นแหล่งผลิตข้าวเพื่อการส่งออกที่สำคัญ ดังนั้นเมื่อชาวนาในเขตแม่โขงเดลต้าสามารถผลิตข้าวได้เพิ่มขึ้น  จึงสามารถทำให้การส่งออกเพิ่มมากขึ้นด้วย

                นาย ฟาม วัน บ๋าย ( Pham Van Bay) รองประธานสมาคมอาหารเวียดนาม( VFA )กล่าวว่าตั้งแต่ต้นปีจนบัดนี้ เวียดนามส่งออกข้าวได้ 6.2  ล้านตัน  คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 3.06 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งปริมาณและมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น 7.9% และ 23% (เทียบปีต่อปี) โดยมีราคาส่งออกเฉลี่ยตันละ 482 เหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา 8%(เทียบปีต่อปี) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้เวียดนามได้ส่งออกข้าวหอมแล้วจำนวน 400,000 ตัน ในราคาเฉลี่ยตันละ 700 เหรียญสหรัฐ  ด้วยราคาที่ได้เปรียบและคุณภาพข้าวไม่ได้ด้อยกว่าข้าวหอมไทย ทำให้ข้าวหอมเวียดนามเริ่มครองตลาดข้าวหอมในฮ่องกงซึ่งครั้งหนึ่งเป็นตลาด ของผู้ส่งออกไทย เวียดนามหวังว่าในปี 2555 จะสามารถส่งออกข้าวหอมได้ 500,000 - 600,000 ตัน ส่วนอินเดียจะเป็นคู่แข่งสำคัญของเวียดนามใน segment ของข้าวราคาถูก  โดยราคาส่งออกข้าวของอินเดียจะต่ำกว่าข้าวเวียดนามประมาณตันละ 100 เหรียญสหรัฐ

                ปี 2555 : ความท้าทายรออยู่ข้างหน้า

                นาย บุ๋ย บ๊า บง (Bui Ba Bong) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนามเรียกร้องให้แต่ละ จังหวัดคงพื้นที่เพาะปลูกและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในฤดูการผลิต 2554 / 2555 นี้ แต่ผู้เข้าร่วมประชุมหลายรายต่างกังวลว่าผลผลิตข้าวของเวียดนามในปีหน้าอาจ จะต้องเผชิญกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ แมลงและโรคพืช

                นาย เตริ่น ยา ขาม (Tran Gra Kham) หัวหน้าสำนักงานตัวแทนภาคใต้ของกรมชลประทาน กล่าวว่าระดับน้ำท่วมในปีนี้สูงเท่ากับที่เคยท่วมสูงสุดเมื่อปี 2543  แต่มีปัญหาที่ระยะเวลาการท่วมนานกว่า  แม้ภาวะน้ำท่วมจะนำมาซึ่งตะกอนที่ทับถมและเป็นประโยชน์ต่อการเพาะปลูกข้าว แต่ความเสียหายของคันกั้นน้ำอาจทำให้

                การเพาะปลูกข้าวฤดูการผลิต winter - spring ต้องล่าช้าออกไป และส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกข้าวในฤดูการผลิตถัดไป   ทั้งนี้ ได้มีข้อเสนอในที่ประชุมให้มีการปลูกข้าวฤดู winter - spring ในเขตแม่โขงเดลต้าเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก ควรเริ่มปลูกวันที่  5-30 พฤศจิกายน 2554 เป็นจำนวนพื้นที่ 700,000 เฮคตาร์ ส่วนช่วงที่สอง เริ่มปลูกวันที่ 5 -30 ธันวาคม 2554 เป็นจำนวนพื้นที่ 600,000 เฮคตาร์ แต่เกษตรกรเห็นแย้งว่าการเพาะปลูกในเดือนพฤศจิกายนได้ผลผลิตดีกว่าและได้ผล กำไรมากกว่าการปลูกเดือนธันวาคมซึ่งจะเผชิญความแห้งแล้ง

                ในฤดูการผลิต 2554 / 2555 จะมีการเพาะปลูกข้าว 4 ครั้ง คือ winter -spring (1.65 ล้านเฮคตาร์ )

                summer-autumn (1.8 ล้านเฮคตาร์ ) autumn-winter (600,000 เฮคตาร์ ) และฤดูการเพาะปลูกตามท้องถิ่น (380,000 เฮคตาร์ )  ทั้งนี้  เขตใดที่การเพาะปลูกในฤดู summer - autumn ไม่ได้ผล ควรปรับเปลี่ยนมาเพาะปลูกในฤดู autumn — winter

                นาย เหงียน หิว ฮวน (Nguyen Huu Huan) ผู้ช่วยผู้อำนวยการกรมคุ้มครองพืช กล่าวเตือนว่าเขตแม่โขงเดลต้าต้องเผชิญปัญหาใหญ่  2  ประการที่มีผลต่อการผลิต คือ แมลงและโรคพืช และการใช้ยาฆ่าแมลงมากเกินไปจนมีผลต่อความสมดุลทางนิเวศวิทยาและฤดูการผลิต ข้าวในปีหน้า

                นาย เหงียน วัน บ๋าย ( Nguyen Van Bay ) รองประธานสมาคมอาหารเวียดนาม ( VFA )  กล่าวว่า เวียดนามมีโอกาสชนะการส่งออกข้าวของไทยในปี 2555 แต่สิ่งสำคัญมากกว่าคือวิธีที่จะทำให้การส่งออกมีความยั่งยืน นั่นคือข้าวเวียดนามควรต้องมีการพัฒนา trademark ให้เป็นที่รู้จักของตลาดโลก และควรต้องได้รับมาตรฐาน GAP ของโลก คาดว่าการส่งออกข้าวของเวียดนามในปี 2555 อยู่ระหว่าง 6.5 - 7 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม VFA แสดงความกังวลว่า  การที่กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ( MoIT ) ออกใบอนุญาตการส่งออกให้บริษัทผู้ส่งออกมากเกินไป  อาจมีผลทำให้ตลาดข้าวในประเทศเกิดความโกลาหล  ควรต้องมีการทบทวนรายชื่อบริษัทผู้ส่งออกที่ได้รับใบอนุญาตการส่งออกให้ รอบคอบและคัดกรองให้เหลือเฉพาะรายที่มีศักยภาพทางการค้าและการส่งออกเท่า นั้น

                นายเหวียน วัน ด่ง ผู้อำนวยการกรมการเกษตรและพัฒนาชนบทจังหวัดเหายาง  แสดงความเห็นว่า  ความท้าทายที่ต้องเร่งแก้ไขภายในปีหน้าคือ การเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยวที่ยังล้าหลัง และการขาดความใกล้ชิดในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐบาล นักวิทยาศาสตร์ นักธุรกิจและเกษตรกร

                สคต.นครโฮจิมินห์

                ที่มา: http://www.depthai.go.th

 

 


ผู้เข้าชม : 837 ครั้ง