Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
อะไรจะเกิดขึ้นในปี 2555
น้ำเริ่มลดแล้ว เดือนก่อนผมก็ได้เรียนท่านว่าอะไรจะผุดบ้าง เดือนนี้ตอนแรกตั้งใจจะเขียนจดหมายเปิดผนึกถึง "ท่านอาจารย์" ด้วยความเป็นห่วงท่านที่ท่านได้รับเชิญมาเป็นหัวเรือใหญ่ในการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศให้กลับคืนมา ห่วงนั้นก็คือห่วงว่าท่านจะ "เสียคน" ตอนเป็น ส.ว. (สูงวัย) แต่มาคิดดูอีกทีก็คิดว่าด้วยศักยภาพระดับท่าน ท่านคงจะต่อสู้และฝ่าฟันไปได้ด้วยดี เหลือบดูปฏิทินเวลาก็ผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี ก็เลยพิจารณาว่าควรจะขออนุญาตเรียนท่านผู้อ่านของผมให้ทราบเกี่ยวกับมุมมองของผมในปี 2555 ดีกว่า บางขณะในบทความนี้อาจมีการใช้ปี ค.ศ.บ้าง ปี พ.ศ. สลับกันไปบ้างก็ต้องขอประทานโทษด้วยนะครับ และเหมือนเคยมุมมองต่างๆ ที่แสดงในที่นี้เป็นของผมส่วนตัว ขอได้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและเชื่อด้วยนะครับ ขออนุญาตเริ่มเลยนะครับ

    อนาคตของยูโร เงินยูโรเริ่มขึ้นเมื่อปี 1999 สำหรับเงินตราทางบัญชี (accounting currency) และเริ่มมีเหรียญกษาปณ์และธนบัตรในปี 2002 หากย้อนหลังไปก่อนหน้านั้น การรวมตัวของประเทศต่างๆ ในยุโรปตั้งแต่ยังเรียก EEC (European Economic Community) มาเป็น EC (European Community) จนถึงปัจจุบันที่เป็น EU (European Union) จะเห็นว่าวิวัฒนาการซึ่งรวมหมายถึงการเตรียมตัว (และอาจเตรียมใจด้วย) ได้ทำด้วยความเป็นระเบียบรอบคอบและค่อยเป็นค่อยไปด้วยความมั่นใจ พูดก็พูดเถอะมันยังเป็น Model  ให้ระบบเศรษฐกิจอื่นนำมาเป็นแบบอย่าง เช่น ASEAN ของเรานี่แหละ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและมารุนแรงในปี 2011 นี้เองที่ทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า EU จะแตกไหม? และจะยังมีเงินสกุลยูโรอยู่หรือเปล่า? สำหรับผมแล้วผมเชื่อว่า EU มาได้ไกลเกินกว่าจะล้มเหลว การปรับตัวอย่างรุนแรงในบางประเทศสมาชิกจนถึงขั้น “ไล่ออก” อาจจะเกิดขึ้น (ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสไม่สูงนักก็ตาม) แต่ผมเชื่อว่า EU ยังคงอยู่ และเงินยูโรก็ยังคงอยู่เช่นกัน
     เรื่องต่อไปสภาวะเศรษฐกิจไทย ผมยังมีความเชื่ออยู่ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้นได้  อย่างที่ได้เรียนไว้ในเดือนที่แล้วว่าน้ำท่วมจะทำให้เศรษฐกิจไทย "เซ" ไป หลายๆ ท่านในขณะนี้ก็ได้ให้ความเห็นไปในแนวทางนั้น เชื่อว่าในไตรมาสที่ 2 ก็จะดีขึ้น ในเดือนนี้ผมก็เลยอยากจะทำนายต่อไปว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะลดลงได้ก็เพียงอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ทางการจะยืนอัตราดอกเบี้ยหลังจากนั้นเพื่อเฝ้าดูอัตราเงินเฟ้อ หากเริ่มกลับมาก็จะกลับมาสู่ tightening  Cycle อีกครั้ง ส่วนตัวผมคิดว่า Cycle ที่ว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นเร็วกว่าเริ่มต้นครึ่งหลังของปี 2555 สิ่งที่ผมค่อนข้างห่วง ก็คือ ฐานะการคลังและหมายรวมถึงวินัยการคลังของประเทศ การต้องใช้เงินมากในการฟื้นฟูประเทศจากเหตุการณ์ในปีนี้ และหากรวมถึงคำมั่นสัญญาในนโยบายที่เคยให้ไว้ตอนเลือกตั้งต้องใช้เงินจำนวน มหาศาล และอาจจะทำให้วินัยทางการคลังย่อหย่อนลงไป จริงอยู่การยืดหยุ่นบ้างสามารถทำได้แต่คงไม่ถึงหย่อนยานนะครับ ข้อเท็จจริงคือนโยบายการคลังดูแลและรับผิดชอบโดยนักการเมือง 100% หากเรามีนักการเมืองที่ดี วิสัยทัศน์กว้างไกล ยืดหยุ่นแต่ไม่หย่อนยาน คิดผลกระทบในระยะยาว และสัญญาว่าจะไม่หนีไปไหน ก็จะน่าเบาใจได้ แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะก่อให้เกิดความเสียหายมากในอนาคต ดูเอาตัวอย่างที่ยุโรปตอนนี้ก็คงเข้าใจดี
     การเคลื่อนย้ายเงินทุน (Capital Flow) เรื่องยากที่จะเข้าใจแต่มีอิทธิพลต่อตลาดเงินเหลือเกินในยุคนี้ ทุกๆ คนต่างก็ฟันธงว่ายุโรปแย่  อเมริกาก็แย่ (กว่า) แล้วเงินจะไปไหนนอกจากเอเชีย  ซึ่งคงยากที่จะปฏิเสธเมื่อพิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ แต่อย่างที่เรียนไว้ คือ  เรื่อง Capital Flow เป็นเรื่องยากที่จะทำนายต้องอาศัยอารมณ์ศิลปินพอสมควร หากท่านเป็นนักลงทุนประเภทระยะยาวและเงินของท่านเป็นเงินเย็น (ที่ไม่ใช่เยนญี่ปุ่น) แล้วผมก็คิดว่า Asia is a good bet  แต่หากท่านเป็นนักลงทุนประเภทเข้าเร็ว  ออกเร็ว คงต้องใช้วิจารณญาณเพิ่มเติม เพราะไม่งั้นท่านอาจจะติด (จะติดหุ้น,currency ,ทอง ,น้ำมัน ,ข้าว ได้ทั้งสิ้น) ด้วยความเร็วของข้อมูลข่าวสารยุคปัจจุบันที่ไหนของถูกที่สุด มีโอกาสทำเงินมากที่สุด ถึงแม้ว่าระบบเศรษฐกิจจะยอดแย่ เงินก็จะไปที่นั่นครับ ผมยังมีความเชื่อว่าหุ้นในอเมริกา รวมถึง asset อื่นๆ ในประเทศนั้นมีราคาถูกลงมามาก ดังนั้นผมเชื่อว่าจะมีการลากยาวๆ ในราคา asset ที่อเมริกา ผมเชื่อว่ามีการเก็บหุ้นดีๆ (ซึ่งหมายรวมถึงบ้านและที่ดินทำเลดี ๆ) มาโดยตลอดกอปรกับค่าดอลลาร์ที่อ่อนตัวลงมามากในปีที่กำลังจะผ่านไป ขอได้โปรดติดตาม
    ส่วนตลาดในเอเชีย ผมก็ยังเชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนตลาดเล่น  ตลาดอย่าง TIP (Thailand , Indonesia ,Philippines) น่าจะถึงจุดเริ่มอิ่มตัวถึงอิ่มตัว หลังจากวิ่งมา 2-3 ปีที่ผ่านมาตลาดที่เคลื่อนไหวบวกน้อยกว่า เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น น่าจะเป็นโอกาสของเขาในปี 2012
   


ขอให้ทุกท่านโชคดีในปี 2012 ที่กำลังจะมาถึงครับ

 

เขียนโดย: เสถียร  ตันธนะสฤษดิ์

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์



ผู้เข้าชม : 1583 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys