Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
อี-คูปองผ่าน SMS บนมือถือ เชื่อมค้าปลีกสู่โลกออนไลน์

ในยุคที่โลกพัฒนาด้วยระบบดิจิตอลแบบทุกวันนี้ หากกิจการใดไม่มีช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มาเสริมด้วย ก็อาจจะทำให้ความได้เปรียบด้านการแข่งขันลดลง
       
       แม้แต่การส่งเสริมการจำหน่ายเพื่อกระตุ้นยอดขายด้วยการออกคูปองส่วนลด ในทุกวันนี้ก็เริ่มมีความนิยมและการพูดถึงคำว่า อี-คูปองกันมากขึ้นตามลำดับแล้ว
       
       แนวโน้มของการพัฒนาอี-คอมเมิร์ซ เริ่มมีความชัดเจนขึ้นตามลำดับโดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ร้านค้าปลีกออนไลน์จึงเริ่มคึกคักขึ้น พร้อมกับการโฆษณาบนร้านออนไลน์ในรูปแบบที่เรียก
       ว่า clickthrough banner ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และอินเทอร์เน็ตกลายเป็นช่องทางสื่อกลางสำหรับการออก อี-คูปอง 
       
       วิธีการแบบเดิมคือ การพรินต์คูปองออกมาจากอินเทอร์เน็ต และนำไปใช้เป็นส่วนลดเหมือนกับคูปองทั่วๆ ไป และพัฒนามาเป็นอี-คูปอง ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมการจำหน่ายบนอินเทอร์เน็ตทางหนึ่ง
       
       ปัจจุบัน ผู้ซื้อไม่ต้องทำการพิมพ์ อี-คูปอง เพราะปัจจุบันมีการใช้อี-คูปองผ่าน SMS บนมือถือแทนแล้ว ซึ่งถือเป็นการนำไปใช้ผ่านกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยกัน เพื่อจุดประสงค์หลักคือ
       ประการแรก ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในการใช้คูปองได้เมื่อใดก็ได้ ไม่ต้องห่วงว่าจะลืมพิมพ์ออกมาก่อน
       
       ประการที่สอง สามารถนำระบบงานมาช่วยทำให้สามารถจัดเก็บบันทึกข้อมูลได้ว่าลูกค้าแต่ละรายมีพฤติกรรมการนำอี-คูปองไปใช้อย่างไร เมื่อใด
       
       การแจกอี-คูปองในทุกวันนี้ อาจจะเป็นการให้เมื่อลูกค้าเริ่มเข้ามาใช้บริการผ่านร้านค้าปลีกออนไลน์ หรือตอนที่ลูกค้าเริ่มเข้าไปขอดูรูปภาพของสินค้านั้น หรือเมื่อตัดสินใจว่าจะซื้อสินค้านั้นหรือรอให้มั่นใจว่าซื้อแน่นอนก่อนก็ได้
       
       นอกจากนั้น อี-คูปอง ยังอาจจะกำหนดกลุ่มลูกค้าเฉพาะผู้ที่เคยซื้อเป็นประจำและซื้อซ้ำ หรือสนใจจะซื้อครั้งแรก หรือไม่เคยเข้ามาเป็นนักชอปมาก่อนก็ได้ 
       
       จะเห็นว่าการออกอี-คูปอง อาจจะใช้การตรวจจับพฤติกรรมของลูกค้า ณ เวลาที่เหมาะสมที่สุด หรือมาจากกลยุทธ์หรือความต้องการของร้านค้าปลีกออนไลน์เองก็ได้
       
       การศึกษาในแคนาดาพบว่าลูกค้าผู้หญิงทำงานมีเวลาจำกัดเหมือนกับในหลายประเทศ และผู้หญิงจำนวนเพิ่มขึ้นที่เริ่มหันมานิยมการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลเข้าไปช่วยในการตัดสินใจซื้อมากขึ้น
       
       ทำให้กลยุทธ์ทางการตลาดของร้านค้าปลีกในแคนาดาปรับตัว และหนึ่งในการปรับตัวนั้นก็คือการให้ส่วนลดในรูปแบบของอี-คูปอง แทนคูปองที่เป็นกระดาษแล้ว เพราะช่วยให้ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าบนชอปปิ้งออนไลน์ได้ทั่วทวีปอเมริกาเหนือ
       
       ปัจจุบัน อินเทอร์เน็ต หรือ SMS บนมือถือล้วนแต่มีส่วนในการช่วยเพิ่มช่องทางให้แก่ร้านค้าปลีกติดต่อและตอบโต้โดยตรงกับลูกค้าเป้าหมาย ว่ามีสินค้าใหม่ๆ น่าสนใจอะไรอยู่บ้าง ซึ่งชาวแคนาดามีความคุ้นเคยกับการรู้จักสินค้าผ่านการโฆษณาทางทีวีและบิลบอร์ดอยู่แล้ว
       หรืออาจจะแถมด้วยข้อมูลจากเพื่อนและครอบครัวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อย่าง facebook หรือ twitter เพราะปัจจุบันลูกค้านิยมโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ตนซื้อมาทางออนไลน์
       
       นอกจากนั้น นักชอปนับพันๆ คน ได้สร้างวิดีโอบน YouTube.com เพียงเพื่ออยากโชว์ว่าได้ซื้อสินค้าใหม่มาราคาเท่าใด ซื้อมาจากที่ไหน และใช้งานอย่างไร
       
       นักการตลาดปัจจุบันจึงต้องหาทางเรียนรู้และสำรวจความคาดหวังของลูกค้าว่า ต้องการสินค้าเมื่อใด และต้องการได้ส่วนลดที่เป็นอี-คูปอง อย่างไร
       
       สิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ด้านการซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของลูกค้าในอเมริกาเหนือได้แก่
       
       ประการแรก ร้านค้าบางแห่งของร้านค้าปลีกวอล-มาร์ท เปิดให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าทางตลาดออนไลน์ เมื่อสั่งซื้อเรียบร้อยก็สามารถขับรถยนต์ของตนเข้าไปในช่องทาง drive-through เพื่อรับสินค้าที่สั่งซื้อไว้ โดยไม่ต้องเสียเวลาลงจากรถ และเป็นร้านของวอล-มาร์ทที่เป็นทางผ่านกลับบ้าน
       
       ประการที่สอง นักโฆษณากำหนดช่องทางผ่านรายการทางโทรทัศน์ ที่มีไว้ให้ลูกค้าเห็นข้อมูลสินค้า หากสนใจก็จะส่งคูปองของร้านค้าตามที่ปรากฏในรายการนั้นๆ ไปให้ถึงมือของลูกค้าแบบสายฟ้าแลบ
       
       ในอนาคต นักการตลาดค้าปลีกเชื่อกันว่าคูปองที่ส่งผ่านทาง SMS บนมือถือ จะเป็นช่องทางที่ลูกค้าของร้านค้าปลีกได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับลูกค้าของตนมากขึ้น ด้วยการหาทางจัดเก็บเพื่อให้ได้รับข้อมูลว่าลูกค้าเห็นคูปองที่ส่งให้ที่ใด ในแผ่นโฆษณา บนรถไฟฟ้า หรือรถโดยสาร หรือบนหน้า facebook
       
       และมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่นำคูปองไปใช้ขึ้นเงินเมื่อซื้อสินค้า และใช้เวลาในการรอจนถึงวันที่ตัดสินใจนานแค่ไหน
       
       ยิ่งกว่านั้น ปัจจุบันร้านค้าปลีกก้าวหน้าไปถึงขั้นที่สามารถสอบถามลูกค้าให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ลูกค้ามีแผนจะซื้อสินค้าใดเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยผ่านทางกลไกการค้าแบบดิจิตอล เทคโนโลยี และนำมาใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการตลาดในอนาคตให้สอดคล้องกัน
 

ที่มา : ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 


ผู้เข้าชม : 1705 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys