Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
Myofacial Pain Syndrome

ปัจจุบันผู้คนหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิต มักเผชิญกับการปวดกล้ามเนื้อ เช่น ปวดคอ บ่า ไหล่ สะบัก หลัง ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถหายได้ภายใน 1-2 วัน หากทานยาลดปวด คลายกล้าเนื้อ หรือพักผ่อนอย่างเพียงพอ แต่ถ้าอาการปวดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และรุนแรงเพิ่มขึ้นนั่นแสดงว่า คุณอาจมีอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ซึ่งถ้าปล่อยไว้โดยไม่รักษาให้ถูกวิธี อาจทำให้เกิดอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะเรื้อรัง ปวดไมเกรน นอนไม่หลับ โครงสร้างร่างกายผิดปกติ

ทางการแพทย์จะเรียกอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังนี้ว่า “ Myofacial Pain Syndrome”

 

ซึ่งสาเหตุเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อเป็นก้อนเล็กๆขนาด 0.5 – 1cm. จำนวนมากหรือเรียกว่า “Trigger Point” หรือจุดกดเจ็บซึ่งก้อนเหล่านี้จะซ่อนตัวอยู่ในกล้ามเนื้อ ซึ่งการเกิดจุดกดเจ็บจะทำให้กล้ามเนื้อขาดเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยง จนเกิดการอักเสบและเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ อาการที่เด่นชัดของกลุ่มโรคนี้คือจะมีอาการปวดร้าวของกล้ามเนื้อที่มีการหด เกร็งมากๆ ไปยังบริเวณที่มีส่วนเกี่ยวพันกันกับกล้ามเนื้อที่มีการหดเกร็ง เช่น ถ้ามีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ บ่า จะมีอาการปวดร้าวไปยังศีรษะ และเบ้าตาได้ โดยอาการปวดอาจจะปวดตลอดเวลาหรือเฉพาะเวลาทำงานก็ได้ขึ้นอยู่กับความรุนแรง ของโรค ซึ่งในบางรายอาการอาจจะรุนแรงจนกระทั่งมีอาการชา หรือ ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่มีอาการหดเกร็งไม่ได้

การรักษาอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อทำได้หลายวิธี ทั้งทานยา การนวด ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งบางส่วนมีการคลายตัว แต่ไม่สามารถทำให้จุดกดเจ็บ (Trigger Point) สลายตัวได้ ทำให้ผลการรักษาที่ได้คืออาการปวดจะลดลงชั่วคราวแล้วก็กลับมาปวดอีก

สำหรับการรักษาที่ถูกวิธีนั้นควรจะทำการลดจุดกดเจ็บที่ฝังตัวอยู่ในกล้าม เนื้อชั้นลึก หลังจากนั้นจึงคลายกล้ามเนื้อส่วนบนที่มีการเกร็งตัวเพื่อลดปวด ซึ่งวิธีที่ได้ผลคือ การทำกายภาพบำบัดด้วยเครื่องอัลตร้าซาวนด์ ที่มีผลในการกระตุ้นเลือดและออกซิเจนให้มายังบริเวณที่มีปัญหาเพื่อลดการ อักเสบของกล้ามเนื้อบริเวณที่มีจุดกดเจ็บ หลังจากนั้นนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อซ้ำอีกครั้งก็จะช่วยให้อาการหดเกร็ง ของกล้ามเนื้อคลายตัวลง แล้วอาการปวดก็จะลดลง และเพื่อไม่ให้โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังกลับมาอีก เราจึงควรหมั่นยืดกล้ามเนื้อ ร่วมกับการบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ

 

ที่มา: ปภาวี นาคเกษม นักกายภาพบำบัด ไคโรเมด สหคลินิก, ไคโรเมด สหคลินิก (CHIROMED CLINIC)


ผู้เข้าชม : 1785 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys