Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
ทำงานอย่างไรให้สนุก (2)

           เมื่อครั้งก่อน ผมได้กล่าวไปแล้วถึงสาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่ทำงานไม่สนุก ครั้งนี้ จึงจะขอกล่าวถึงว่าแล้วจะทำงานกันอย่างไรให้มันสนุก ขอย้ำอีกทีนะครับว่า เวลาที่เหลือของชีวิตคนเรา ราวเจ็ดสิบกว่าเปอร์เซ็นต์นั้น เป็นเวลาของการทำงาน ถ้าต้องทนทุกข์ทรมาน ทำงานอย่างไม่สนุกแล้วละก็ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการตกนรกทั้งเป็นเลยทีเดียว 

      เคล็ดลับทำงานให้สนุก มีดังนี้ :- 

     1.ต้องรักในงานที่ทำ ผมค่อนข้างเห็นต่างจากคนส่วนใหญ่ที่บอกว่าจงทำงานที่ตนเองรัก เพราะผมเชื่อว่า มีคนไม่กี่คนหรอกที่โชคดีได้ทำงานที่ตนเองรัก แล้วสามารถทำมันได้ และทำจนประสบความสำเร็จ เท่าที่ผมเห็นก็คือ หลายคนได้ทำงานที่ตนเองรักก็จริง แต่ก็ต้องพบว่ามันเป็นงานที่ตนเองก็ไม่ค่อยถนัด หรือถึงแม้จะเป็นงานที่ถนัด แต่ก็ไม่มีมูลค่ามากพอที่เลี้ยงชีพได้ หรือทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้ ไม่ต้องถึงขั้นเป็นเศรษฐี หรือมหาเศรษฐีหรอก แค่ให้เป็นอาชีพที่สามารถทำให้เป็นอิสระทางการเงินได้ ทำให้ชีวิตมีความสมดุลย์ ก็ยังไม่สามารถทำได้เลย
     นอกจากนี้ยังมีกับดักและหลุมพรางอีกบางประการที่ทำให้ผู้คนนั่งฝันนอนฝันถึงอาชีพในอุดมคติ เสียจนไม่เป็นอันทำอะไรกับอาชีพที่กำลังทำอยู่ ความที่คิดว่างานที่กำลังทำอยู่ ไม่ใช่งานที่ตนเองรัก ก็เลยสักแต่ทำไปวันๆ ไร้ความสนุก ไร้ความกระตือรือร้น ก็เลยส่งผลให้ไร้ความก้าวหน้า ไร้การพัฒนาใดๆ
     หลายคนตอบตัวเองและผู้อื่นไม่ได้ด้วยซ้ำว่าแล้วงานแบบไหนที่ตนเองรักและอยากจะทำจริงๆ พวกเขาตอบได้แค่เพียงว่ายังไม่รู้ว่าอยากทำอะไร แต่ที่กำลังทำอยู่เนี่ย ไม่อยากจะทำเลยจริงๆ!
     บางคนถึงกับเอาเป็นข้ออ้างว่าที่ไม่สามารถทำงานให้ดีได้นั้น เป็นเพราะมันเป็นงานที่เขาไม่ได้รักและไม่ได้อยากทำสักเท่าไหร่
     อยู่กับโลกแห่งความเป็นจริงเถิดครับ ไม่มีใครได้ทำอะไรตามที่ใจอยากไปเสียทุกสิ่งทุกอย่างได้หรอก คำกล่าวเก่าๆยังคงถูกต้องเสมอ ที่ว่า “ถ้าเราไม่สามารถทำงานที่เรารัก ก็จงรักในงานที่เราทำ”

      2.กำหนดเป้าหมายไว้ อย่าทำงานไปแบบเรื่อยเปื่อย หรือทำไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็นอน (ซึ่งดูเหมือนจะเหนื่อยทั้งวัน และทุกวัน เลยนอนแม่มทั้งวัน!) ต้องรู้จักตั้งเป้าหมายชีวิต ตั้งเป้าหมายการทำงาน ต้องรู้จักวางแผนชีวิต วางแผนงาน ทั้งระยาว ระยะกลาง ระยะสั้น และแผนงานประจำวัน
     มีผู้รู้กล่าวว่า “ความสำเร็จก็คือการที่เราตั้งเป้าหมายอะไรสักอย่างหนึ่งไว้ และสามารถทำการให้บรรลุเป้าหมายนั้นได้” ถ้าเราไม่มีเป้าหมาย แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราบรรลุความสำเร็จอะไรบ้าง คนที่ไม่มีเป้าหมาย คือคนที่ดำเนินชีวิตไปอย่างไม่มีทิศทาง ชีวิตและการทำงานจึงไม่มีเรื่องของความหวัง ความฝันอะไรเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีการลุ้น ไม่มีการรอคอย ไม่มีความตื่นเต้น ไม่มีสมหวัง ไม่มีผิดหวัง ไม่มีรสชาติใดๆเลย คนเราเกิดมาทั้งทีควรรู้จักใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่ทำมาหาเลี้ยงชีวิตเท่านั้น
     อย่างที่บอกไว้ในครั้งที่แล้วว่า ผมคงจะต้องหาโอกาสที่เหมาะสม พูดถึงเรื่องการตั้งเป้าหมายให้เป็นการเฉพาะอีกครั้งหนึ่ง 

     3.ใส่ใจบริหารเวลา หลายคนทำงานไม่สนุก เพราะรู้สึกเหมือนจมอยู่ในกองภูเขาเลากาของงานสารพัด ยิ่งทำมากก็ดูเหมือนงานก็จะเพิ่มมากขึ้น หลายคนอยากจะมีมือสักยี่สิบมือ อยากจะหายใจทางผิวหนังได้อยากจะอิ่มทิพย์ จะได้ไม่ต้องเสียเวลากินข้าว อยากจะสามารถอดนอนได้ติดต่อกันเป็นเดือนๆ
     เท่าที่ผมสังเกตเห็น ผมคิดว่าการที่ดูเหมือนว่างานจะมากและเวลาไม่พอนี่ มักเป็นเรื่องของการบริหารเวลามากกว่า หลายคนไม่เคยมานั่งวางแผนเพื่อการบริหารเวลา ไม่รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อะไรควรทำก่อน อะไรควรทำหลัง อะไรควรทำเอง อะไรควรปล่อยให้คนอื่นทำฯลฯ ซึ่งถ้าได้มีการวางแผนการบริหารเวลาเสียหน่อย การทำงานก็คงจะสนุกกว่าที่เป็นอยู่
     มีคำกล่าวว่า “ผู้ชนะทำงานหนัก ได้งาน และมีเวลาเหลือ..ผู้แพ้เอาแต่หมกมุ่นอยู่ตลอดเวลาในสิ่งที่อ้างว่าจำเป็น แต่ไม่ได้งาน ไม่ได้การอะไร!”

     4.อย่าผัดวันประกันพรุ่ง ข้อนี้นี่เกี่ยวเนื่องมาจากการบริหารเวลา และมักมีสาเหตุมาจากความขี้เกียจ หลายคนทำงานไม่สนุกเพราะไม่ชอบทำอะไรในทันที แต่ชอบผัดวันประกันพรุ่ง ชอบดองเค็มงานไว้จนดินพอกหางหมู กว่าจะลงมือทำอะไรได้นี่ ต้องรอจนถึงกำหนดเส้นตาย แล้วก็ลุกลี้ลุกลน รีบๆทำอย่างลวกๆพอสุกเอาเผากิน งานที่ออกมาก็จะสุกๆดิบๆ ดีครึ่งหนึ่ง เสียซะครึ่งหนึ่งเป็นอย่างน้อย ทำอะไรก็เลยมักไม่ค่อยได้ดี ไม่ใช่เป็นเพราะทำไม่ได้ แต่เป็นเพราะไม่ได้ทำ! จงจำไว้ว่าอย่าเอางานที่สามารถทำเสร็จได้ในวันนี้ ไปทำในวันพรุ่งนี้เป็นอันขาด

     5.มุ่งมั่นทำงานเกินเงินเดือน ลองหัดทำอะไรที่ไม่หวังผลตอบแทน หัดทำอะไรเพื่อผู้อื่นอย่างจริงใจ หัดทำงานเกินเงินเดือน หัดทำอะไรที่ไม่สนใจเรื่องเงินเรื่องทองดูบ้าง แล้วชีวิตจะมีความสุขขึ้นอีกมาก สนุกขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว

     6.ย้ำเตือนวินัยเคร่งครัด ฝึกเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ (Accountability) มีวินัยในตนเอง ฝึกเป็นคนที่ลงมือทำในสิ่งที่ควรทำโดยไม่ต้องมีใครมาบอกให้ทำ (Pro-active) เป็นคนที่รู้จัก    ริเริ่มด้วยตนเอง (Initiative) คนที่รอให้ผู้อื่นมาคอยสั่งซ้ายหัน ขวาหัน ถอยหลัง เดินหน้า ยืนขึ้น นั่งลง กระดิกหาง ไปคาบไม้มา! มีแต่พวกหุ่นยนต์กับสัตว์เลี้ยงเท่านั้นแหละครับ

     7.พัฒนา ปรับปรุงตนเอง ฝึกฝนเรียนรู้ตลอดเวลา เรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นนักอ่าน เป็นนักฟัง เป็นนักสังเกตจดจำ ไปเข้าชั้นเรียนเพื่อศึกษาต่อ ถ้าจำเป็น หรือไม่ก็ไปหาหลักสูตรฝึกอบรมดีๆเข้าบ้าง อยู่กับคนเก่ง คุยกับคนเก่ง อยู่ในหมู่คนที่ประสบความสำเร็จ

     8.ครื้นเครงกับชีวิตให้สุดๆ หมายถึง “ทำงานให้หนัก พักผ่อนให้สุดๆ” (Work hard,play hard) อย่าเป็นประเภทเห็นงานแล้วมืออ่อน เห็นไพ่เห็นเหล้าแล้วมือสั่น ทำงานอย่างเดียวโดยไม่พักนั้นไม่ถูกต้อง ไม่สนุกเลย แต่เอาแต่พักโดยไม่ค่อยได้ทำงานยิ่งเลวกว่าอีก

     9.มีมนุษยสัมพันธ์ อย่าเป็นคนเก็บตัวจนเกินไป เข้ากลุ่ม เข้าสังคมเพื่อนฝูงบ้าง มีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนฝูงบ้าง เป็นเจ้ามือบ้าง อย่าเอาแต่กินฟรี ฝึกเป็นผู้ให้มากกว่ารับ อย่าไปเชื่อคำโบราณที่ว่า “คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ” เป็นไปไม่ได้ที่จะให้คนเกลียดมากกว่าคนรัก แต่จงฟังภาษิตจีนที่ว่า “มีเพื่อนห้าร้อยคนยังนับว่าน้อยเกินไป มีศัตรูแค่หนึ่งคนก็มากเกินไปแล้ว”
     ภาษิตจีนยังสอนไว้อีกว่า “นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน ขึ้นสู่ที่สูงไม่ได้!” 

     10.สิ่งสำคัญ ต้องซื่อตรง ทำสิ่งถูกต้องเสมอ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่เขาทำกัน จงยอมเป็นคนโง่ อย่ายอมเป็นคนเลว ทำตัวให้เป็นคนน่าเชื่อถือทั้งในที่ลับและที่แจ้ง (Credibility) อย่าเป็นคนต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก

     ทั้งหมดที่ว่ามานั้น อาจมีคนเห็นว่ายากที่จะมีใครทำได้ ก็จริงอยู่ครับ นี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมคนที่มีความสุข สนุกกับการทำงาน และประสบความสำเร็จในที่สุด นั้น มันถึงมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย

 

credit : http://www.ajarnvason.com


ผู้เข้าชม : 2257 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys