Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
เตรียมรับคนรุ่นใหม่ Gen Z

 เราคุ้นหูแล้วกับการเรียกขานคนในวัยต่างๆกัน ตามแบบที่ฝรั่งเขาแบ่งนะ เปลี่ยนไปจากแบบไทยที่เคยกล่าวขานกัน การแบ่งกลุ่มแบบของเราตามช่วงอายุ วันเด็ก วัยฉกรรจ์ของหนุ่มสาว วัยกลางคนและวัยชรา เมื่อสุขภาพได้รับการดูแลเอาใจใส่ดีขึ้น อายุเฉลี่ยของการมีชีวิตก็ยืนยาวขึ้น ปัจจุบัน คนอายุหกสิบที่เกษียณอายุ เริ่มถูกเรียกขานว่าวัยกลางคนมากขึ้น วัยชราหรือผู้สูงอายุ อาจต้องเริ่มราวๆ 70 ปีด้วยซ้ำ
       
       กลับมาดูการแบ่งแบบฝรั่ง เขาแบ่งออกเป็นสี่กลุ่มคือ Baby Boomer (World War 2 - 1964), Generation X (1965- 1980), Generation Y (1979 – 1991), และ Generation Z (1990 – present) กลุ่มสุดท้ายนี้ ขณะนี้กำลังเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน ต้องเข้าใจว่า ฝรั่งนั้นพอจบมัธยมบริบูรณ์เขาก็ต้องทำงานแล้ว ทำไปเก็บเงินไปเรียนมหาวิทยาลัย ยกเว้นพวกที่มีฐานะหน่อยก็จะเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา แต่ก็ทำงานเลี้ยงตัวเองด้วย
       
       การเข้าสู่ตลาดแรงงานของ Gen Z มีแนวโน้มว่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อองค์การ ระบบการสรรหารวมตลอดถึงระบบหรือวิธีการทำงานด้วยซ้ำไป มีบริษัทที่ปรึกษาที่มีฐานอยู่ในอังกฤษชื่อ Chartered Institute of Personnel & Development ได้ทำการสำรวจคนทำงานกลุ่มต่างๆ เมื่อราวกลางปีนี้ ผลการสำรวจพบว่า ทัศนคติในการทำงานของกลุ่มต่างๆ สรุปได้ดังนี้
       
       Gen X เกิดมาหลังช่วงสงครามเย็นยุติ มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายและเผชิญกับช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งรุนแรงในราวปี 1980 คนกลุ่มนี้ เริ่มมีทัศนคติด้านการทำงานเปลี่ยนไปจากคนรุ่น BB ความจงรักภักดีที่เคยให้องค์การเริ่มลดลง แต่ยังไม่โจ่งแจ้งนัก มีการย้ายงานบ่อยครั้งขึ้น เพื่อการเติบโตและสร้างอนาคตใหม่ ทักษะทางเทคโนโลยีมีบ้างตามสมัย ยังมองนายจ้างอย่างมิตรและคนที่มีบุญคุณ
       
       Gen Y เป็นรุ่นคนที่เพิ่งผ่านพ้นภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจมาหยกๆจนถึงปัจจุบันนี้ (แม้กำลังพบอีกครั้งก็ตาม) ทัศนคติด้านการทำงานค่อนข้างหวือหวา มองการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกไม่พ้น เป็นเรื่องปกติ ไม่หวังงานที่มีความมั่นคงอีกต่อไป เพราะเห็นมาแล้วตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ จนมาถึงตัวเอง ผลพวงที่ตามมาคือ ความไว้วางใจในนายจ้างหดหายหรือลดทอนลงเรื่อยๆ (ตรงนี้น่าสนใจ) มีเพียง 1 ใน 10 เท่านั้นที่ยังเชื่อนายจ้างอย่างเดิม
       
       Gen Z กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน มีคำเตือนที่ไม่ควรมองข้ามว่า องค์การคงต้องปรับตัวใหม่ เพื่อให้สามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่นี้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสรรหา การผูกมัด การจูงใจรวมตลอดถึงการรักษา (Retain) คนเก่งแต่ละคน การที่อัตราความไว้วางใจให้ต่อนายจ้างยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ย่อมส่งผลถึงด้านต้นทุนค่าใช้จ่ายด้วยอย่างแน่นอน คนรุ่นนี้ คุ้นเคยและมีทักษะทางเทคโนโลยีสูง เล่นเกมกดมาตลอดชีวิต อยู่กับเครื่องมากกว่าคนด้วยซ้ำ คนสองรุ่นนี้แหละที่ HR มืออาชีพต้องหาทางทำให้ที่ทำงานมีความหมายสำหรับ Y & Z ให้ได้
       
       การปรับระบบความคิด(Mindset) ของHR ต้องเกิดก่อนใคร บทบาทที่เพิ่มขึ้นคือ การเป็น Internal Marketer นั่นคือ ประยุกต์หลักการตลาดมาใช้กับพนักงานภายใน ผู้สมัครที่คาดหวัง เสียค่าใช้จ่ายในการสรรหาคัดเลือกแล้ว (Cost per Hire) ต้องใช้ให้คุ้มค่า ต้องไม่ลืมว่า Retention Cost นั้นแพงกว่าหลายเท่า หัวคิดของคนรุ่นนี้ เปลี่ยนไป วิธีการที่เคยใช้ได้ผลกับคนรุ่นBBหรือ X อาจใช้ไม่เป็นผลอีกแล้ว ต้องเปลี่ยนองค์กรเดิมที่มีอายุยืนยาวให้เป็นองค์กรของคนรุ่นY, Z ที่มีเครื่องมือทันสมัย การสื่อสารมีอิสระรวดเร็ว ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊คหรือช่องทางของมีเดียต่างๆ มีครบเครื่อง การพูดความจริง มีความจริงใจคือทางออกของการสร้างความไว้วางใจให้คืนมา ขณะเดียวกัน เงินอาจใช้เป็นเครื่องผูกมัดไม่ได้ผลอีกแล้ว ตัวงานน่าจะเป็นทางเลือกใหม่
       
       อย่ามัวชะล่าใจว่ายังมาไม่ถึงหรอก ไม่ต้องรีบร้อนเปลี่ยน ใครคิดแบบนี้ เตรียมตัวสูญพันธ์ไปได้เลย!!!
 

ที่มา :  ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ วันที่ 7 มกราคม 2554 (www.managerweekly.com)


ผู้เข้าชม : 2922 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys