Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
เงินเดือน โบนัส กลยุทธ์บริหาร Gen-X & Gen-Y
ช่วงนี้เป็นฤดูกาลที่หลายๆ สำนักกำลังทะยอยเปิดผลสำรวจเงินเดือน โบนัส และฟันธงว่าจะดีอย่างต่อเนื่องจากปีขาลปีนี้ไปจนถึงปีเถาะในปีหน้า

แต่นั่นยังเป็นคาดการณ์เท่านั้น เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอนโดยเฉพาะ..ปีหน้าที่ยังไม่มาถึงจริง 

ถ้าพูดกันด้วยภาษา  HR หลักการบริหารค่าจ้างเงินเดือนนั้น จะขึ้นอยู่กับ 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่  ผลการประกอบการ (ซึ่งปีนี้เศรษฐกิจทั่วโลก เริ่มฟื้นตัว)  ภาวะเงินเฟ้อ  สถานะค่าจ้างขององค์กรเทียบกับการจ้างในตลาดแรงงาน  และการสำรวจการปรับค่าจ้างของบริษัทอื่นๆ 

เงินเดือน โบนัสเป็นเรื่องจะมีการสำรวจทุกปี  เพราะไม่ว่าจะจ่ายน้อย  จ่ายมาก  หรือ ไม่จ่ายเลย ก็ล้วนส่งผลต่อจิตใจและการดำรงชีวิตของมนุษย์เงินเดือนทุกๆ คน

หากแต่ตัวเลขจากผลสำรวจที่ผันแปรไปตามสถานการณ์ดังกล่าว กลับสามารถสะท้อนทิศทาง ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดและเกิดขึ้นแล้วเป็นอย่างดี

บุปผาวดี โอวรารินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัททาวเวอร์ส วัตสัน (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลสำรวจ 82 บริษัทในไทยที่มีขนาดกลางไปจนถึงขนาด ใหญ่ (1 -5 พันล้านบาท)นั่นคือ Thailand 2010 Ecomomic Outlook ในเรื่องเงินเดือนค่าจ้างและงาน HR ของ  Economist Intelligence Unit (EIU) เมื่อเร็วๆ นี้ว่า  การปรับเงินเดือนขององค์กรธุรกิจไทยภายในปี 2552-2554 คงจะขยับกันไม่สูงนัก คือ จาก 5.3 ก็ไปได้แค่ 5.6 เปอร์เซนต์เท่านั้น

ถ้าจะขยับเป็นตัวเลขสองหลักหรือให้ชนิดที่ทำให้หงายหลังก็เฉพาะตำแหน่งงานที่สำคัญๆ หาตัวจับยาก  ยกตัวอย่างเช่น นักคณิตศาสตร์ประกันภัย  ที่ต่อไปจะ เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยและในวันนี้มีเพียง 6 คนเท่านั้นที่ได้ไลเซนส์

อีกหนึ่งไฮไลต์ คือ องค์กรธุรกิจจะหันไปให้ผลตอบแทนในลักษณะให้ตามผลงาน ถ้าทำได้ ก็จ่ายงาม ถ้าทำไม่ได้ก็อาจจะจ่ายน้อย หรือถ้าไม่ได้ทำเลยก็จะไม่ได้แม้แต่แดงเดียว  (Pay for performance) 

ขณะที่ภาพรวมธุรกิจที่จะมีการจ่ายเงินเดือนโบนัสก้อนโตจากวันนี้ไปถึงอนาคต   ก็คือ กลุ่มธุรกิจการเงินการธนาคาร พลังงาน ยานยนต์ ประกันภัย  ยาและ อุตสาหกรรมการผลิต

 "บ้านเรามีภาพมนุษย์เงินเดือนสูง เนื่องจากจวบถึงปัจจุบันธุรกิจไทยยังนิยมให้เงินเดือนในสัดส่วนที่สูงกว่าผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนในรูปแบบ อื่นๆ   ซึ่งธุรกิจในประเทศที่เจริญแล้วเขาจะจ่ายเงินเดือนและโบนัสเป็นแบบ  Variable มากกว่าจะเป็นแบบ Fix  ซึ่งจะช่วยกระตุ้นผลงานและ บริหารต้นทุนได้ดีกว่า"

 อย่างไรก็ดี  ผลสำรวจกลับแสดงถึงภาพรวมของอัตราการลาออกของพนักงานคนไทย ที่กลับมีตัวเลขลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 

"แสดงให้เห็นว่าคนในยุคนี้กลับต้องการความมั่นคง  แม้เศรษฐกิจหรือธุรกิจจะฟื้นตัวดีขึ้น ถ้าไม่หนักหนาหรือร้อนใจจริงๆ   คนก็ไม่คิดย้ายงานไปไหน  เนื่องจากยังวิตกกังวลจึงทำในสิ่งที่ชัวร์กว่า  ถ้าไปแล้วไม่ผ่านโปรก็มีแต่เสีย  จะมีองค์กรไหนใจดีที่จะกล่าวเวลคัมแบ็ค ซึ่งเทรนด์นี้เป็นทั้งบริษัทสัญชาติไทย และข้ามชาติ กระทั่งลามไปถึงองค์กรภาครัฐเลยทีเดียว"

จากสาเหตุที่มาจากคำว่า "ไม่เสถียร"  นี่เองทำให้องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่คิดดีไซน์ การผูกใจและรักษาพนักงานด้วยการมอบโอกาสการเติบโตในสายงาน มากยิ่งขึ้น
 

ผลสำรวจยังพบว่าโรคระบาดที่ว่านี้ได้ลุกลามไปทุกเจนเนอเรชั่นอีกด้วย  และถือว่าพลิกโผเพราะแม้แต่ Gen-Y ที่ว่าชอบเปลี่ยนงานทุกไตรมาสก็ยังติดเชื้อ

การดึงดูด รักษาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเช่นกัน  ไม่ว่ากับ  Gen-X ที่กำลังก้าวขึ้นนั่งบนแผงผู้บริหารระดับสูง และ Gen-Y ที่เริ่มไต่ระดับเป็นผู้บริหารระดับต้น

" ผลสำรวจชี้ว่าเงินจะไม่ใช่เครื่องมือที่ทรงอิทธิพลอีกต่อไป ในเรื่องของการรักษา และดึงดูด คนทั้งสองเจนเนอเรชั่นให้อยู่กับองค์กรธุรกิจ เพราะพวก เขาต้องการความปลอดภัยมั่นคง โอกาสในการเติบโต และชื่อเสียงองค์กร"
 มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปของคนสองวัยนี้ ยังจำเป็นเป็นอย่างยิ่งต่อ การบริหารจัดการคนเก่ง (Talent management) ที่กำลังประสบปัญหาหนักหนาขึ้นและอาจกลายเป็นวาระแห่งชาติไปแล้ว

บุปผาวดี ยอมรับว่า เรื่องการรักษา ดึงดูดคนเก่ง เป็นเรื่องยากและต้องอาศัยการผสมผสานหลากหลายวิธี เงินกับโนนัสต้องดี  มีโอกาสเติบโต องค์กรแข็งแกร่งอยู่ระดับแนวหน้า  โดดเด่นทั้ง Work-life balance ทำให้พนักงานเบิกบานด้วย Happy Workplace ฯลฯ

เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ จิ๊กซอว์สองคำที่ต้องเติมต่อจนครบ นั่นคือ 1. ทำให้พนักงานมีใจ และ 2. ทำให้พนักงานรู้ว่าต้องทำอะไร และทำให้สำเร็จ  

เทรนด์ Aon Hewitt

Aon Hewitt อีกหนึ่งบริษัทที่ปรึกษายักษ์ใหญ่ก็เพิ่งเปิดผลสำรวจเงินเดือน โบนัส เช่นกัน ซึ่งสอดคล้องและใกล้เคียงว่าตัวเลขในปี 2554 กำลังเป็นขาขึ้น

ทั้งผลสำรวจยังพบว่าการขึ้นเงินเดือน โบนัสมีทิศทางเดียวกันคือมุ่งวัดจากผลงานเป็นสำคัญ คนทำผลงานดีได้ตัวเลขสูงกว่าพวกต้นไม้ตายซากถึง 5 เท่า เรียกได้ว่าต้องการให้เห็น "ทำดีได้ดี"  แบบชัดๆ กันไปเลย

ขณะที่ตัวเลขของอัตราการลาออกนั้นค่อนข้างคงที่ ไม่มากไม่น้อยเกินไป   ส่วนตัวเลขที่บ่งชี้ว่าบริษัทจะใช้แผนไม่ขึ้นเงินเดือน และมีแผนตัดเงินเดือนก็ลดลงเช่นกัน

และที่ไม่แตกต่างก็คือวิธีการรักษา ดึงดูดคน ก็มุ่งเน้นผลประโยชน์ และความมั่นคง..ชัดเส้นทางการเติบโต  
 .....ทั้งหมดล้วนแสดงให้เห็นถึงการเดินไปอย่างถูกทางแล้ว

 

TMA ชี้ไทยเข้าสู่ระบบสากลเต็มตัว

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)  เผยว่าการขึ้นค่าจ้างและโบนัสปี 2553 - 2554  ว่าหากจะพิจารณาย้อนหลังไปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา  แนวโน้มการปรับค่าจ้างประจำปีของบริษัทต่างๆ มักจะกำหนดอัตราอยู่ระหว่าง 5.0% - 5.5 เปอร์เซนต์   ไม่ว่าภาวะเงินเฟ้อหรือการเติบโตทางเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร  แนวโน้มเช่นนี้คล้ายคลึงกับประเทศพัฒนาแล้วเช่นในอเมริกา แคนาดา  ยุโรป  ที่อัตราการปรับค่าจ้างมักจะคงที่อยู่ระหว่าง  3 - 3.5 เปอร์เซนต์มาตลอด 

ในขณะที่หันไปจ่ายโบนัสเพิ่มมากขึ้นโดยค่าเฉลี่ยอัตราโบนัสประจำปีนี้อยู่ในระดับ  3 เดือน  เพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อนที่อยู่ในระดับ 2.2  เดือน  

ทั้งนี้เนื่องจากผู้ประกอบการเริ่มรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายค่าจ้างที่เป็นต้นทุนคงที่เริ่มสูงเกินไป และเริ่มเสี่ยงกับธุรกิจ   ดังนั้นจึงเลี่ยงที่จะไม่ปรับค่าจ้างประจำปีสูงมากนัก แต่จะหันไปให้ผลตอบแทนในลักษณะโบนัสตามผลการประกอบการและผลงานแทน  

ผลการสำรวจแนวโน้มการปรับค่าจ้างประจำปีนี้ ถือเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนว่าแนวคิดดังกล่าวเข้ามามีอิทธิพลอย่างเต็มที่ในประเทศไทยแล้วหลังจากบริษัทขนาดใหญ่ทั้งหลายได้นำมาใช้ไปล่วงหน้าเป็นเวลาหลายปี

  

ที่มา  :  กรุงเทพธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 4368 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys