Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
จารุนันท์ อิทธิอาวัชกุล 'ถ้าเราเลือกนายไม่ได้ ก็ให้นายเลือกเรา'

การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์แม้จะมีทฤษฎีให้เรียนรู้มากมาย แต่เมื่อเจอกับ สถานการณ์จริงหลายคนถึงกับมืดแปดด้าน เพราะการแก้ไขปัญหาเรื่องคนต้องอิง ทั้งศาสตร์และศิลป์ 

ประสบการณ์ตรงจากนักบริหารงานทรัพยากรมนุษย์หัวทันสมัยอย่าง "จารุนันท์ อิทธิอาวัชกุล" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จึงเป็นอะไรที่น่าสนใจ 

ในงานเปิดตัวหนังสือบริหารคนเหนือตำรา ที่รวบรวมเคล็ดไม่ (ลับ) ในการบริหารจัดการคนในแบบฉบับของจารุนันท์ ดีเจ.อ้อย (นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล) ได้หยิบบางมุมในหนังสือเล่มนี้มาพูดคุยอย่างออกรสชาติ จนผู้ฟังรู้สึกว่างาน HR (human resource) เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ เกิดขึ้นทุกวันจริง ๆ 

แนวปฏิบัติที่ถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองของ "จารุนันท์" ทุกเรื่องจึงสามารถปรับใช้ได้ทั้งชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัว 

- เมื่อมีปัญหาการทำงาน คนที่เราควรคุยด้วยที่สุดคือเจ้านาย แต่เราเลือกที่จะบ่นให้คนอื่นฟัง บ่นให้เพื่อน ๆ ฟัง ซึ่งจริง ๆ แล้วการที่คนทำงานไม่พึงพอใจที่ทำงานของตัวเอง เป็นปัญหาใหญ่ของคนในระดับบริหาร ในฐานะ HR จัดการเรื่องนี้อย่างไร

ถ้าพูดถึงเรื่องคนกับองค์กร เราจะอยู่กันได้อย่างไร ต้องมาจากจุดเริ่มต้นเลยว่า เราเลือกใครเข้ามาทำงาน แล้วคิดว่าใครคนนั้นจะเติบโตไปกับองค์กร ดังนั้นก็ต้องเริ่มจากเลือกสิ่งที่ถูกต้อง เลือกคนให้ถูก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ยากที่จะเลือกให้แม่นและเหมาะสม บางครั้งอาจจะตกหลุมพรางของตัวเอง เพราะเราก็ชอบคนที่เหมือน ๆ เรา ก็ต้องชั่งน้ำหนักว่าเราจะเลือกคนที่เราชอบ หรือว่าคนที่ตรงกับคุณลักษณะงานที่เราต้องการ 

- มีคำหนึ่งที่ใช้ในการเขียนหนังสือ คือ "พยายามเลือกคนที่ใช่ อย่าเลือกแต่คนที่เราชอบ" อะไรคือคำว่า "ใช่" แล้วอะไรคือคำว่า "ชอบ"

คือการหาระยะระหว่างการใช้เหตุผล และความรู้สึก บางครั้งเราใช้ความรู้สึกว่าคนนี้ถูกชะตา เหมือนคุณบอย (ถกลเกียรติ) บอกว่า เวลาจะเลือกนักแสดง จริง ๆ เหมาะหมดเลย บุคลิกหน้าตา ท่าทาง ภูมิหลังมีประสบการณ์อะไรมา แต่เขาก็ใช้ความรู้สึกด้วยส่วนหนึ่งว่า คนนี้มีแววไปได้ มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เกิดความมั่นใจ

HR ก็เหมือนกัน ไม่ได้มีศาสตร์ หรือสูตรที่บอกว่า ต้องตามสเป็กแบบนี้ แต่ใช้อะไรบางอย่างเป็นความรู้สึกบ้าง เป็นภาพรวมบ้าง ดูแววตา ดูสีหน้า ท่าทาง ต้องอ่านให้เป็น ถ้าเหนือตำราคืออ่านขาดจริง ๆ แล้วเจอคนที่ใช่ แล้วตัดใจจากตัวเองว่าชอบอีกคน หาระยะตรงนี้ให้แม่นให้เหมาะ

- เคยมองแล้วพลาดบ้างไหม เช่น คนนี้โดนแน่นอน แต่พอไปทำงานกลายเป็นอีกแบบหนึ่ง

พลาดบ่อยมาก ๆ เพราะระยะไม่ดี จะเลือกคนที่เราชอบ ตรงนี้ทำให้ตกหลุมพรางตัวเองได้ง่าย เพราะว่าเราจะชอบคนที่แลดูคล้าย ๆ ตัวเรา บางช่วงพลาดจนกระทั่งขาดความมั่นใจไปเลยก็มี ต้องให้น้องมาช่วยดูหลาย ๆ ตา เพราะว่าพี่แพ้อารมณ์ของตัวเอง แพ้ความชื่นชอบโดยส่วนตัว

- คนทำงานทุกคนมีปัญหาในการทำงานทั้งนั้น ทั้งคนที่มั่นใจว่าตัวเองตั้งใจทำงานเหลือเกิน แต่กลับกลายเป็นคนไร้ตัวตนในที่ทำงาน เวลาเจ้านายมองมากลับไปเจออีกคนหนึ่งเสมอ ตรงนี้มันเกิดอะไรขึ้น ทำให้คนทำงานถูกมองข้าม

จากประสบการณ์มีหลาย ๆ คนที่เราเรียกว่า เพชรในตม คือเหมือนกับมีความสามารถ ศักยภาพใกล้จะเปล่งประกาย แต่ว่าไม่เต็มที่ หรือทำให้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเป็นคนที่เหมาะสมที่ได้รับการดูแล พัฒนา หรือก้าวหน้า ตรงนี้เลยเขียนเป็นสูตรเอาไว้เลยว่า สำหรับพนักงานหน้าใหม่ที่ต้องการประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ต้องแปลงตัวเองจากความเป็นถ่านให้กลายเป็นเพชรอย่างรวดเร็ว เพราะองค์กรเวลาคนใหม่เข้ามาก็จะมีความคาดหวังสูง เพื่อให้มั่นใจว่า ตัวเองเลือกคนที่ถูก เข้ามาแล้วเป็นมืออาชีพสามารถสร้างงานได้ไหม 

เราก็เขียนเป็นเคล็ดไว้ว่า คนที่อยากจะให้เขามองเห็นว่าเป็นคนที่ใช่ ก็คงต้องพยายามมาร์เก็ตติ้งตัวเองอย่างแยบคาย พยายามอ่านสถานการณ์ อ่านคนที่จะสนับสนุนเราให้ออก แล้วทำงานให้มีผล อย่างเป็นรูปธรรม รวดเร็ว

- เทคนิคที่จะให้เจ้านายมองเห็น 

มีองค์ประกอบ 2 ทาง ถ้าโชคดีได้เจ้านายที่เปิดใจรับฟัง แล้วหมั่นมอนิเตอร์ สังเกตเห็นก็รู้แล้วว่างานนี้เป็นความโดดเด่นของใคร แต่ถ้าไม่มีโชคอย่างนั้น เราก็ต้องสร้างโชคให้เกิดกับตัวเราเอง ยกตัวอย่าง หาจังหวะที่อาจไม่เป็นทางการ เช่น ช่วงทานข้าว รอลิฟต์ หน้าห้องน้ำ เดินเข้าไปพูดคุยกับเจ้านายแล้วบอกว่าเรื่องนี้เราคิดมาได้อย่างไร หรือถามหัวหน้าว่าเรื่องที่เราทำอยู่นี้มีความคิดเห็นอย่างไร เป็นการบอกเจ้านายแบบเนียน ๆ ว่าเราทำงานอะไรอยู่ 

อีกข้อหนึ่งคือ การขันอาสา เรารู้ตัวว่าเราสามารถทำอะไรให้กับองค์กร ให้กับหน่วยงานของเราได้บ้าง ก็ขันอาสา อย่ารอให้ใครมาสั่งงาน แล้วทำงานให้เป็นที่ประจักษ์ เพราะผู้บังคับบัญชาส่วนใหญ่ชอบคนที่มีความกระตือรือร้น อยากเห็นผลงานแม้จะเป็นการทำงานในลักษณะประจบเจ้านาย แต่ก็เป็นบวกกับคนทำงาน 

- บ้านเรามีความไม่มั่นคงแน่นอนสูงมากขึ้น ดังนั้นข่าวลือในออฟฟิศมีแน่นอน ตรงนี้จะจัดการกับข่าวร้ายในบริษัทอย่างไร แล้วถ้าบังเอิญว่าข่าวร้ายนั้นเป็นข่าวร้ายที่เกิดขึ้นจริง คนที่จะนำข่าวสารนี้ไปบอกเพื่อให้เกิดความโกลาหลน้อยที่สุดจะทำอย่างไร 

ในบริษัทมีโอกาสที่จะเจอะเจอข่าวร้ายบ่อย ๆ เมื่อเจอจำเป็นต้องแจ้งให้พนักงานรู้ ยกตัวอย่าง กรณีล่าสุด 3จี มีอันต้องเลื่อน หรือบริษัทจำเป็นที่ต้องเข้มงวดในการดูแลต้นทุนบางอย่าง เป็นเรื่องที่ต้องบอกข่าวโดยใช้ข้อเท็จจริง ก็จะทำให้ข้อมูลเป็นที่ยอมรับและเข้าใจได้โดยง่าย เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ต้องเก็บงำ แต่เป็นเรื่องธรรมชาติ ทำงานเราก็เจอความท้าทาย เจออุปสรรค แต่อยู่ที่เราจะเอาข้อเท็จจริงแล้วใส่กลิ่นอาย ใส่โคลน ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เป็นธรรมชาติที่ต้องเจอ แต่ไม่ใช่ธรรมดา แล้วสอดแทรกคำพูดที่เป็นกำลังใจให้พนักงานสามารถที่จะผันข้อมูลที่เป็น ข้อเท็จจริง อันร้ายไปเป็นแรงบันดาลใจ นั่นเป็นความท้าทาย 

- ทำไม "คนเก่ง" ลาออก ในฐานะ HR เป็นเรื่องน่ากลัวหรือเปล่า

คนเก่งเป็นบุคคลเฝ้าระวังของเราอยู่แล้ว เราต้องมีพอร์ตบัญชีว่าเราจะดูแลเขาอย่างไร มีการมอนิเตอร์เป็นประจำสม่ำเสมอ โดยการเข้าไปพูดคุย เช็กอุณหภูมิความคิดความรู้สึกต่าง ๆ ถามพนักงานกลุ่มนี้เสมอว่าเขาทำงานเป็นอย่างไร 

เพราะส่วนใหญ่คนเก่งที่ลาออก ตัวที่เป็นแรงผลักสำคัญคือเนื้องาน ถ้าเขาได้ทำงานที่ไม่รู้สึกเร้าใจ ไม่มีความหมายเต็มที่ ไม่รู้สึกว่าได้สะท้อนศักยภาพของเขาออกมาได้เต็มที่เท่าไหร่ ตรงนี้จะเป็นตัวบั่นทอนแรงจูงใจที่เขาอยากจะอยู่ต่อกับองค์กรนั้น ๆ ดังนั้นจึงต้องมั่นพูดคุยแล้วก็ตรวจเช็กความรู้สึกผ่านทางหัวหน้างานบ้าง เจอะเจอเขาก็ถาม งานสนุกไหม เป็นอย่างไรบ้าง ก็เป็นวิธีป้องกันอันหนึ่ง

แต่สิ่งที่ป้องกันยากคือแรงดึงดูดข้างนอก เพราะบางทีก็นอกเหตุ เหนือผล ตรงนี้ต้องใช้วิธีพูดคุย ใช้แพ็กเกจที่เป็นรูปธรรมแล้วใช้จิตวิทยา ให้เขารู้สึกว่ามีอะไรที่เขาอาจจะคิดไม่ถ้วนหรือเปล่า

- เวลาเราเลือกงานเราเลือกได้ แต่เวลาเลือกเจ้านายกับเพื่อนร่วมงานเลือกยากมาก หลายคนยอมลาออกจากที่ทำงานบางที่ เพียงเพราะไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน ไม่ชอบ เจ้านาย ซึ่งในที่สุดการเปลี่ยนงานกลับกลายเป็นเจอเจ้านายที่อันตรายกว่า เจอเพื่อนร่วมงานที่ทำให้เราโดดเดี่ยวมากกว่า จะมีวิธีการอยู่ร่วมกันอย่างไร 

ถ้าเราเลือกนายไม่ได้ ก็ให้นายเลือกเรา ก็ทำนองว่าเราอาจจะต้องพยายามทำความเข้าใจว่านายเขาเป็นคนสไตล์นี้ ลองหามุมดีของการที่ท่านเป็นคนอย่างนี้ ต้องมีอะไรที่มีคุณค่าบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นถ้าเขาไม่ทำแบบนี้ เขาคงไม่เติบโตได้แบบนี้หรอก ก็อาจจะต้องหามุมเพื่อที่จะทำความเข้าใจ แล้วเราก็ลดแรงเสียดทาน หรือแรงที่เรารู้สึกไม่ค่อยชอบลงไปได้บ้าง แล้วหาความรู้สึกของ ตัวเองว่า เราทำเพื่ออะไร เป้าที่แท้จริงอยู่ที่ไหน แล้วสร้างแรงขับจากภายใน เท่านี้ ทุกคนก็สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข 

นี่คือส่วนหนึ่งของบทสนทนาบนเวทีเสวนาเล็ก ๆ "บริหารคนเหนือตำรา" ที่โดนใจทั้งคนทำงาน และนักบริหารงานทรัพยากรมนุษย์

 

ที่มา:  ประชาชาติธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 2503 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys