Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
ว่าด้วยเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ

 ตลอดชีวิตการทำงานมา 35 ปี ฟังและพูดเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำมาเกือบทุกปี มีบางปีเท่านั้นที่ไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่มีการปรับ ไม่นึกว่ามาปีนี้ที่เลิกเป็นมนุษย์เงินเดือน จะต้องมาฟังเรื่องนี้อีกและเมื่อฟังแล้วก็อดพูดไม่ได้.... 

        ที่ต้องพูดถึงอีกครั้ง เพราะมีการเปิดเกมจากซีกรัฐบาลเสนอแนะว่า ค่าจ้างขั้นต่ำน่าจะอยู่ที่วันละ 250 บาท อ้างโน่นอ้างนี่สารพัด แต่มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากปล่อยรังสีประชานิยม ออกมาอีกแล้ว มีคนออกมาเบรกกันเซ็งแซ่ ลืมหรือเปล่าว่า ไม่ใช่บทบาทหรือเรื่องที่ควรทำ การอ้างลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ฟังไม่ขึ้นเพราะปล่อยข่าวออกมาโดยขาดความรับผิดชอบว่าผลจะเป็นอย่างไร
       
       อยากเรียนเสนอว่า อยู่เฉยๆ ดีกว่า ให้คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเขาทำหน้าที่ไปเถอะ ที่เรียกเขาว่า คณะกรรมการไตรภาคี”.... ลืมหรือเปล่าคะ ?
       
       เพราะหลักเกณฑ์และวิธีการในการคิดมีปัจจัยหลายตัว เช่น อัตราเงินเฟ้อ สภาวะเศรษฐกิจ เขตพื้นที่ กรรมการซึ่งมีทั้งระดับประเทศและระดับจังหวัด (อนุกรรมการ) จะต้องติดตามปัจจัยต่างๆ เหล่านั้นและนำมาวิเคราะห์เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการไตรภาคีพิจารณาตัดสินอีกชั้นหนึ่ง
       
       การที่รัฐบาลออกมาตีปลาหน้าไซเสียก่อน มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากความมุ่งหวังอยู่ที่คะแนนนิยมที่หวังจากผู้ใช้แรงงานหากมีการเลือกตั้งในปีหน้า 
       
       ความจริงยิ่งกว่าจริงที่ทุกฝ่ายรับทราบมานานแล้วก็คือ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กำหนดและประกาศใช้นั้น ไม่ใช่ค่าจ้างที่แท้จริง เพราะหากเอากันจริงๆ ต้องมากกว่านี้สักเท่าตัวด้วยซ้ำ แต่มันเป็นไปได้ยาก ไม่ใช่เขาวิเคราะห์ผิด แต่ตระหนักว่า หากยึดตัวเลขจริง ก็จะไม่มีใครจ่ายได้เลยและจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ขึ้นไปจนถึงบัณฑิตระดับปริญญาด้วยซ้ำ
       
       ไม่ต้องดูอื่นไกลหรอก ขอยกนิทานเรื่องแม่ปูลูกปูมาเทียบ รัฐออกกฎกระทรวงประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทุกปี บังคับภาคเอกชนทั่วประเทศให้ต้องปฏิบัติตาม แต่นายจ้างรายสำคัญคือภาคราชการเอง จ่ายต่ำกว่าอัตราที่ประกาศมาก แม้จะแก้ตัวว่า อัตราขั้นต่ำนั้นยกเว้นการบังคับที่ภาคราชการ แต่หากไม่ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีแล้ว ไม่กระดากหรือที่ไปเที่ยวบังคับคนอื่นเขา ยิ่งเดี๋ยวนี้ความมั่นคงในการทำงานราชการลดลง เพราะเอารูปแบบการจ้างงานแบบเอกชนไปใช้ เช่น การจ้างงานนอก(Outsource) การมีสถานะต่างจากข้าราชการ เรียกเป็นพนักงานราชการ หรือลูกจ้างชั่วคราว แล้วจ่ายตามใจชอบ จะเรียกเป็นแม่ปูได้ไหม ?
       
       ทุกคนที่อยู่ในภาคการผลิต และมีการใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำมากที่สุด ต่างทราบดีว่า ค่าจ้างของประเทศเรานั้น ไม่จัดว่าถูกมานานแล้ว การที่ต่างชาติจะมาแสวงหาแหล่งผลิต แหล่งจ้างงานราคาต่ำ เพื่อลดต้นทุนการผลิต สร้างโอกาสทางการแข่งขันนั้น เขาหันเหจากบ้านเราไปนานแล้ว ตลาดแรงงานบ้านเราเอง ยังจ้างแรงงานต่างชาติมาทำงานให้ เพราะค่าแรงถูกกว่าจ้างคนไทยด้วยกัน เห็นกันอยู่ว่าแรงงานไร้ฝีมือหลั่งไหลจากประเทศเพื่อนบ้านมาเดินเต็มเมืองสมุทรสาคร
       
       อยากให้รอฟังจากการศึกษาวิเคราะห์ของคณะกรรมการไตรภาคีดีกว่าว่า อัตราควรเป็นเท่าใด (แว่วว่าน่าจะเพิ่มระหว่าง 3 - 8 บาท)
       
       สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ การประกาศนโยบายที่จะพัฒนาระดับฝีมือแรงงานให้เพิ่มขึ้น แม้จะมีอาการสมองไหลบ้าง ก็นับว่าคุ้ม เพราะเขาสามารถนำส่งเงินเข้ามาเป็นรายได้ของประเทศ นักรบแรงงานเหล่านี้สร้างรายได้ปีละหลายหมื่นล้านบาท ครอบครัวก็สุขสบายขึ้น การลงทุนในคนนั้นคุ้มค่ามากๆ ไม่ต้องกลัวขาดทุน แล้วสนับสนุนให้แรงงานเหล่านั้นมีอำนาจต่อรองเพิ่มค่าจ้างให้สอดคล้องกับฝีมือจะดีกว่า คะแนนนิยมก็ได้ เป็นการดำเนินการที่ยั่งยืน มีผลสืบเนื่องยาวนาน ดีกว่าจะมาเอ่ยปากบอกว่าให้จ่ายเท่านั้นเท่านี้ เพราะไม่มีใครเขาสนองตอบได้
       
       ควรจะลืมคำว่า ประชานิยมแล้วคิดสร้างสรรค์กับคำว่า รัฐสวัสดิการแทนดีกว่

  

ที่มา :  ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์


ผู้เข้าชม : 1413 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys