Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
มองอย่างวิเคราะห์ 'ผลวิจัยมนุษย์เงินเดือน' ปี 2554 ถึงเวลารับทรัพย ์เงินเดือน+โบนัส

 ช่วงไตรมาสสุดท้ายของทุกปี บริษัทมีผลวิจัยทางด้านทรัพยากรมนุษย์ ทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ ต่างนำเสนอผลวิจัยเรื่องการขึ้นเงินเดือน โบนัส และตัวเลขการเปลี่ยนงานของ พนักงานออกมาเป็นว่าเล่น


ล่าสุด บริษัท ฮิววิท แอสโซซิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็นำเสนอผลวิจัย เรื่องนี้ออกมาเช่นกัน ส่วนหนึ่งปรากฏเป็นข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจไปในฉบับที่แล้ว แต่กระนั้นก็ยังมีความน่าสนใจซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก ยิ่งเฉพาะกับประเด็นการขึ้นเงินเดือนของกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจ เพราะจากผลวิจัยปีผ่าน ๆ มา กลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจที่มีการขึ้นเงินเดือนสูงสุด คือกลุ่มปิโตรเคมีและพลังงาน รองลงมาคือกลุ่มไฟแนนซ์ แต่จากผลวิจัยของฮิววิทฯปี 2553 ปรากฏว่ากลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจยากลับขึ้นเงินเดือนสูงสุด คือประมาณ 6.6% รองลงมายังเป็นกลุ่มธุรกิจการเงิน คือประมาณ 6.1%

ถามว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?

คำตอบ อาจเป็นเพราะระยะหลัง ๆ เริ่มมีการทดลองใช้พลังงานทางเลือกค่อนข้างมาก บวกกับความต้องการของตลาดในธุรกิจปิโตรเคมีและพลังงานเริ่มลดน้อยลง จึงมีความเป็นไปได้ว่าตัวเลขผลกำไรโดยรวมในธุรกิจนี้อาจลดลงไปด้วยจึงทำให้การขึ้นเงินเดือนของกลุ่มธุรกิจนี้มีความผันผวน นอกจากนั้น ผลวิจัยของฮิววิทฯยังแสดงผลถึงการจ่ายโบนัสประจำปี 2553 ซึ่งภาพรวมของกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ มีแนวโน้มการได้รับโบนัสเพิ่มขึ้นทุกกลุ่ม คือเฉลี่ยประมาณ 11.2% ในปี 2553 ขณะที่แนวโน้มในปี 2554 คาดว่าน่าจะมีการจ่ายโบนัส เฉลี่ยสูงถึง 15% 

ถามว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?

คำตอบ ก็น่าจะเป็นเพราะแนวโน้มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเริ่มสดใสขึ้น และยิ่งถ้ามาดูตัวเลขจีดีพีของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 6-7% จึงเป็นการสำทับอีกทางหนึ่งว่าในปี 2553 ต่อเนื่องถึงปี 2554 กลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศไทยน่าจะสดใสจริง ๆ แต่กระนั้น ผลวิจัยยังระบุไปที่ตำแหน่งต่าง ๆ ในกลุ่มธุรกิจ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้ว ว่ากลุ่มผู้บริหาร ซึ่งเป็นพวก top management ได้รับโบนัสค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับพนักงานทั่วไป ขณะเดียวกัน ความน่าสนใจของผลวิจัยของฮิววิทฯยังแสดงค่าปรากฏถึงการลาออกของพนักงานในปัจจุบัน ซึ่งกลุ่มพนักงานที่มีการลาออกสูงสุด คือพวกอายุงานประมาณ 1-3 ปี

กลุ่มคนเหล่านี้ ถ้ามองอย่างเจาะลึกคงมีความเป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นกลุ่ม เจเนอเรชั่น y ที่ต้องการความพร้อมสรรพในการทำงาน อันได้แก่เงินเดือนดี มีโบนัสในอัตราที่น่าพอใจ สวัสดิการต้องเยี่ยม และต้องมีโอกาสเติบโตในการทำงาน ทั้งงานจะต้องมีความท้าทายด้วย หาไม่เช่นนั้น พวกเจเนอเรชั่น y จะเปลี่ยนงาน หรือลาออกจากงานเก่า เพื่อไปอยู่ที่ใหม่ แต่ข้อสังเกตตรงนี้ เมื่อมาดูข้อมูลจากผลวิจัย ปรากฏว่ากลุ่มพนักงานที่มีการเปลี่ยนงาน หรือลาออกจากงานสูงสุด กลับเป็นกลุ่มพนักงานค้าปลีก คือสูงถึง 24.9%  ตามมาด้วยกลุ่มพนักงานไฟแนนซ์ 12.2% และกลุ่มพนักงานทางด้านเทคโนโลยี/ไอที 12% 

กลุ่มพนักงานไฟแนนซ์ และกลุ่มพนักงานเทคโนโลยี/ไอที น่าจะมีความเป็นไปได้ เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ถือเป็นคนรุ่นใหม่ เป็นพวกเจเนอเรชั่น y ที่ต้องการความท้าทายอยู่ตลอดเวลา แต่กลุ่มพนักงานค้าปลีกนี่สิ อาจเป็นคำถาม แต่กระนั้น เมื่อพิเคราะห์พิจารณาก็น่าจะมีความเป็นไปได้ว่ากลุ่มพนักงานเหล่านี้เป็นพนักงานหน้าร้านที่ไม่ต้องการทำงานประจำอย่างนี้ไปตลอดชีวิต ตรงนี้น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พนักงานค้าปลีกมีการลาออกมากที่สุด

ถึงกระนั้น ความน่าสนใจของผลวิจัย ก็ไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยเพียงอย่างเดียว หากยังสำรวจไปในประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ซึ่งพบว่าประเทศที่มีการขึ้นเงินเดือนสูงสุดในแถบนี้คือประเทศเวียดนาม เฉลี่ยอยู่ที่ 10.4% รองลงมาคืออินโดนีเซีย 7.5% และฟิลิปปินส์ 6.4% ส่วนประเทศสิงคโปร์มีการปรับเงินเดือนต่ำสุด คือประมาณ 3.7% ในปี 2553 และคาดการณ์ว่าในปี 2554 น่าจะปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น คือเฉลี่ย 4.4% 

ตัวเลขตรงนี้ มองเผิน ๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้ามองอย่างวิเคราะห์จะเห็นได้ว่าภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามน่าจะมีการขยายตัวอย่าง กว้างขวาง เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน

ทางหนึ่ง อาจเป็นเพราะประเทศต่าง ๆ เข้าไปลงทุนในประเทศเวียดนามค่อนข้างมาก เมื่อมามาก อัตราการจ้างงานจึงพลอยสูงขึ้น แต่กระนั้น ประเทศเวียดนามก็ประสบกับปัญหาพนักงานที่มีทักษะ ความสามารถ มีการเปลี่ยนงานบ่อยค่อนข้างมากด้วย ทั้งยังเปลี่ยนงานเพื่อไปรับเงินเดือนที่สูงกว่า เพราะพนักงานที่มีทักษะ ความสามารถ ค่อนข้างจะมีอยู่อย่างจำกัด ประกอบกับประเทศต่าง ๆ เข้าไปลงทุนจำนวนมาก คนเหล่านี้จึงพลอยเป็นกลุ่มทาเลนต์ที่บริษัทต่างต้องการ พนักงานเหล่านั้นจึงเปลี่ยนงานเพื่อไปรับเงินเดือนและตำแหน่งที่ดีกว่า

ฉะนั้น ตรงนี้จึงพอจะเป็นคำตอบ ว่าทำไมประเทศเวียดนามจึงมีการปรับเงินเดือนค่อนข้างสูงกว่าหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แต่ปริศนาคงอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ว่าทำไมถึงปรับเงินเดือนต่ำกว่าหลายประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถ้ามองอย่างวิเคราะห์ก็น่าจะเป็นไปได้ว่าอัตราเงินเดือนของพนักงานที่ทำงานอยู่ในประเทศนี้สูงกว่าหลายประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งทิศทางการลงทุนใหม่ ๆ ในประเทศนี้ก็มีอยู่อย่างจำกัด ประชากรก็น้อยพนักงานที่เป็นกลุ่มทาเลนต์ แม้จะมีอยู่มากก็จริง แต่คนเหล่านี้มักไปทำงานยังต่างประเทศ จึงทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีเงินเดือนสูง แต่สำหรับกลุ่มคนอีกระดับ ที่ทำงานออฟฟิศ โรงงาน สถานประกอบการต่าง ๆ กลับตรงข้าม ยิ่งวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศสิงคโปร์กำลังประสบปัญหา จึงทำให้มีการปรับเงินเดือนค่อนข้างน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านด้วยกัน

ผลวิจัยเหล่านี้ แม้จะเป็นเพียงตัวเลขที่เก็บข้อมูลจาก 189 องค์กรในประเทศไทยและประเทศในแถบเอเชียด้วยกัน แต่ก็เป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นในภาพรวมว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าจะมีแนวโน้มสดใสขึ้นจริง ๆ ทั้งยังแสดงค่าเป็นบวกจนทำให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ มีความหวังว่า ในต้นปี 2554 หลายองค์กรในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านคงจะได้รับทราบข่าวดีบ้าง

หากไม่เช่นนั้น ผลวิจัยจะไม่ปรากฏข้อมูลออกมาเช่นนี้ ?


ที่มา:  ประชาชาติธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 3400 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys