Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
การสร้างทีมด้วย ทฤษฎีเกมส์ (Games Theory)

เขียนโดย ทองพันชั่ง พงษ์วารินทร์
(tpongvarin@yahoo.com)
มูลเหตุจูงใจ ขณะบรรยายเรื่องการทำงานเป็นทีม

             “ในการแข่งขัน เกม O/X มีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 6 คน กติกามีอยู่ว่า จับคู่กัน โดยให้เวลาแข่งขัน 10 นาที ถ้าใครทำจำนวนเกมได้มากที่สุด ก็จะได้ไปรับประทานอาหารฟรี 1 มื้อ”
             ถามว่าบรรยากาศในการแข่งขันจะเป็นอย่างไร? คงหน้างิ่ว คิ้วขมวด กันน่าดูใช่ไหมครับ?
             เมื่อเวลาผ่านไป 10 นาที ผลสรุปออกมาดังนี้
             คู่ที่ 1 คะแนนสูงสุด คือ 6 เกม ส่วนผู้ที่ได้รองมาคือ 4 เกม จากการแข่งขันทั้งหมด 10 เกม
             คู่ที่ 2 คะแนนสูงสุด คือ 8 เกม ส่วนผู้ที่ได้รองมาคือ 5 เกม จากการแข่งขั้นทั้งหมด 13 เกม
             คู่ที่ 3 คะแนนสูงสุด คือ 15 เกม ส่วนผู้ที่ได้รองมาคือ 14 เกม จากการแข่งขันทั้งหมด 29 เกม

             ผลการแข่งขัน ผู้ที่ได้ไปรับประทานอาหารฟรี มาจากคู่ที่ 3 ได้สูงสุด คือ 15 เกม
             จากผลการแข่งขันดังกล่าวท่านเห็นอะไรบ้าง?.................
             จากการสัมภาษณ์ ผู้ที่รับรางวัล ถึงสาเหตุที่ทำให้ได้คะแนนสูงที่สุด เขากล่าวว่า “เราใช้วิธีตกลงกันว่า ถ้าเราแข่งขันกันอย่างจริงจัง เราก็จะต้องเครียด และผู้ที่ชนะเท่านั้นที่จะได้รับรางวัล แต่ถ้าเราสองคนร่วมมือกัน โดยต่างคน ต่างผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ คนละหนึ่งตา ก็จะทำให้เราได้จำนวนเกมส์สูงที่สุด และสำหรับรางวัลที่ได้ เราก็ไปกินอาหารด้วยกัน เท่านี้เองครับ” และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้คู่ที่สามมีจำนวนเกมส์ สูงถึง 29 เกมส์ ซึ่งมากกว่าสองเท่าของทีมอื่น จากคำตอบดังกล่าว นำมาอธิบายตามแผนภาพได้ดังนี้

 

ผู้แข่งขันB

ผู้แข่งขัน A

การแข่งขัน

ชนะ

แพ้

ชนะ

ได้รางวัลทั้งคู่

ได้รางวัลเฉพาะ B

แพ้

ได้รางวัลเฉพาะ A

อดทั้งคู่

 

 

             ถ้าทั้งสองคนต่างคนต่าแข่งขันกันอย่างเอาจริงเอาจังแล้วละก็ ก็จะทำให้มีคนใดคนหนึ่งแพ้ หรือชนะ และก็จะทำให้มีคนอดได้รางวัล หรืออาจอดด้วยกันทั้งคู่ แต่ถ้าทั้งสองคนร่วมมือกัน นั่นหมายความว่าต่างคนต่างชนะ ซึ่งทำให้ได้รับรางวัลเท่าๆกัน ซึ่งก็คือ การได้ไปรับประทานอาหารฟรี นี่คือหลักการของ ทฤษฎี เกมส์ (Games Theory ) ของ ศาสตราจาย์ แนช (ที่ผมเคยเรียนเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน) ส่งผลให้ท่านได้รับรางวัลโนเบลสาขา เศรษฐศาสตร์

             ถ้าเราย้อนกลับมาที่หน่วยงานของเราบ้างล่ะ ถ้าเปรียบเทียบแต่ละคู่ คือบริษัทคู่แข่งของเรา และคู่แข่งแต่ละคน ก็คือ พนักงานที่ทำงานกันอยู่ในบริษัทนั้น ถ้าพนักงานแต่ละคน มัวแต่ขัดแย้งกัน ทะเลาะกัน หรือไม่สามัคคีกัน แล้วละก็ เราจะชนะบริษัทคู่แข่งของเราได้อย่างไรจริงไหมครับ? เพราะถ้าคู่แข่งของเรา ทำงานเหมือนกับคู่ที่ 3 คือ ช่วยเหลือกัน สามัคคีกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ ความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย

             สุดท้าย ก็ขึ้นอยู่กับท่านล่ะครับว่า จะเลือกเป็นแบบไหน อยากเครียด แล้วไม่ประสบความสำเร็จ หรืออยากมีความสุข แถมประสบความสำเร็จอีกต่างหาก ก็เลือกกันเอาเองแล้วกันนะครับ.................

หมายเหตุ ท่านใดสนใจเกี่ยวกับทฤษฎีเกมส์ หรือประวัติของ ศาสตราจารย์แนช หาชมได้จากหนังเรื่อง (A Beautiful


ผู้เข้าชม : 3209 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys