Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
พูดเป็น - พูดดี – พูดเพราะ

 วันนี้ผมมีข้อแนะนำเรื่อง “การพูด” ซึ่งสำคัญกับชีวิตประจำวันของเรามาก ทำให้เกิดความสุข ความสำเร็จ หรือล้มเหลวได้ง่าย ๆ
       
       1.เมื่อจะพูดกับใครต้องมีสติและรู้ว่าควรจะพูดเพราะ พูดให้ดี ๆ
       อย่าพูด เพราะอยากพูด หรือพูดตามใจตัวเอง คิดอย่างไรพูดอย่างนั้น ผลที่ได้รับอาจนำความหายนะมาสู่เรา
       
        จงพูดด้วยความรู้สึกรักเพื่อนมนุษย์ และมีสติเสมอ
       
        และพูดด้วยภาษา น้ำเสียง ความหมายอย่างที่เราอยากได้ยิน ไม่ใช่พูดแบบสะใจตัวเอง
       
       2. ต้องฝึกจิตใจให้มีความกรุณาเพื่อนมนุษย์เสมอ ๆ คุณจึงจะสามารถพูดกับคนอื่นได้อย่างมีสติและด้วยความรัก
       
        การพูดที่ดีมากที่อยากเอ่ยถึงคือ การพูดชมเชย และการปลอบโยนปลอบใจคน
       
       3.การพูดชมเชยเพื่อให้กำลังใจคนอื่น
       
        ต้องรู้จัก “จับถูก” คือไม่ “จับผิด” ผู้อื่น
       
        ถ้าใครก็ตามได้ทำสิ่งใดที่ไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรมแล้วถือว่าเขาถูกต้อง ใช้ได้แล้ว ไม่ควรไปวิจารณ์หรือว่าไม่ถูกต้อง ซึ่งส่วนมากคนชอบว่าคนอื่นทำไม่ถูกต้องเป็นเพราะตัวเองไม่ชอบสิ่งนั้น จึงคิดว่าสิ่งนั้นไม่ถูกต้อง
       
        นอกจากไม่วิจารณ์คนอื่นแล้ว ควรจะพูดชมเชยคนอื่นให้เป็นด้วย
       
        จงชมในสิ่งที่เขามีดีหรือทำดี ประพฤติดี เท่าที่มองเห็นจริง ๆ ไม่ใช่ชมเชยแบบเกินจริง หรือชมแบบเสแสร้งไม่จริงใจ
       
        จงพูดด้วยความรู้สึกจากใจว่าเขาทำเต็มที่แล้ว ทำได้แค่ไหนแค่นั้น ก็นับว่าเป็นการทำที่ดีมาก – เก่งมากแล้ว โดยไม่ต้องนำไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่ดีกว่าหรือหรือด้อยกว่า
       
        ควรพูดชมเชยให้กำลังใจเขา...
       
       4.การปลอบใจคน เป็นวิธีการพูดที่เป็นเสน่ห์อย่างมาก
       
        ยามที่คนหมดกำลังใจหรือทำสิ่งใดผิดพลาดไป หรือมีความทุกข์ คุณไม่ควรซ้ำเติม หรือพูดยกย่องตัวเองแล้วกล่าวถึงความด้อยของเขาให้เสียกำลังใจ
       
        คุณควรจะพูดถ่อมตัวเองทำนองว่า เคยทำผิดพลาดในบางเรื่องเช่นกัน และพูดยกย่องเขาว่าเขามีความดี ความเด่นอีกหลาย ๆ อย่างที่สามารถทำให้เขาประสพความสำเร็จในครั้งต่อ ๆ ไป เป็นการให้ความหวังแก่เขา
       
        และควรเสนอตัวคุณเองเพื่อช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ ถ้าจะเลี้ยงน้ำหวานเขาสักแก้วก็ดี
       
        เขาจะไม่ลืมบรรยากาศของการพูดคุยวันนั้นเลย
       
        อย่าไปพูดว่า “ ไม่น่าเลย...ไม่น่าเลย “ หรือ “ถ้าเป็นฉัน ไม่ทำอย่างนี้หรอก “
       
        เขาจะนึกว่าเขาทำความผิด และทำให้คนอื่นผิดหวังมากขึ้น
       
        เคยมีนักเรียนคนหนึ่งสอบเอ็นทรานซ์ไม่ติด ครูพูดกับนักเรียนว่า...”ไม่น่าเลยที่เธอเป็นคนเก่ง ทำไมสอบไม่ติด”
       
        ครูอีกคนพูดว่า...ไม่น่าเลยนะ โรงเรียนหวังจะได้ชื่อเสียงจากเธอ (เพราะเขาเป็นเด็กเรียนเก่ง)
       
        อีกคนพูดว่า...ไม่น่าเลยนะ นักเรียนอีกคนที่เก่งสู้เขาไม่ได้ กลับสอบติด...
       
        เด็กนักเรียนคนนั้นกลับบ้านด้วยความน้อยใจและกินยาตายในที่สุด
       
        ก็เพราะคำว่า ไม่น่าเลย ๆ ๆ ๆ นี่แหละ
       
        จงหัดปลอบโยนคนให้เป็น
       
        ไม่ใช่อยากปลอบโยนแต่ไปทำให้เขาทุกข์มากขึ้นอีก
       
        5. ประโยคที่ใช้ปลอบใจตัวเองหรือคนอื่นได้ดีที่คุณควรใช้บ่อย ๆ ได้แก่
       
        ไม่เป็นไรหรอก
        เดี๋ยวก็ดีขึ้น
        ช่างมันเถิด
        เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
        รับรองว่าเดี๋ยวก็ดีขึ้นแน่ ๆ
        โธ่! เรื่องเล็กน่า...
        ใคร ๆ ทำผิดกันได้ทั้งนั้น
        ฉันก็เคยทำผิดมาแล้วเหมือนกัน
       
       คนที่ได้ยินคุณพูดเช่นนี้จะรู้สึกเหมือนมีน้ำทิพย์มาชโลมใจ มีมิตรมาเป็นเพื่อนร่วมทุกข์
       
        จะรู้สึกซาบซึ้งและรักคุณมากขึ้น
       
       คนที่มีวุฒิภาวะ ชีวิตมีคุณภาพ จะเป็นคนพูดเป็น พูดเพราะเสมอ
       
        และรู้ตัวว่ากำลังพูดกับใคร ที่ไหน อย่างไร รู้กาลเทศะ มีเมตตากรุณาเสมอ
       
        เพราะจิตใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักมนุษย์

 

ที่มา : ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์  วันที่ 31 สิงหาคม 2553 12:40 น.


ผู้เข้าชม : 4837 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys