Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
เปิดวิชั่นเอสซีจี-กสิกรไทย-ปตท. องค์กรแห่ง "ความเป็นเลิศด้านผู้นำ"


รับรางวัลกันไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับโครงการ Thailand Corporate Excellence Awards ปี 2553 ที่สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) และสถาบันศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกันจัดขึ้น โดยมีการเฟ้นหาองค์กรที่มีความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ อย่างเข้มข้นต่อเนื่องทุกปี

โดยในปีนี้ องค์กรใหญ่อย่างบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี กวาดรางวัลแห่งด้านความเป็นเลิศไปถึง 4 ประเภท ได้แก่ ความเป็นเลิศด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management Excellence), ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ (Innovation Excellence), ความเป็นเลิศด้านสินค้า/การบริการ (Product/Service Excellence) และความเป็นเลิศด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility Excellence)

ตามมาด้วย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คว้าไปถึง 2 รางวัล นั่นคือ รางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารทางการเงิน (Financial Management Excellence) และรางวัลความเป็นเลิศด้านผู้นำ (Leadership Excellence)

ส่วนบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ครองรางวัลความเป็นเลิศด้านการพัฒนาการบริหารจัดการขององค์กร (Corporate Improvement Excellence) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นแชมป์ความเป็นเลิศด้านการตลาด (Marketing Excellence)

ทั้ง 8 องค์กรที่ได้รับรางวัลแห่งความเป็นเลิศด้านต่าง ๆ ในปีนี้ล้วนแต่เป็นต้นแบบที่น่าสนใจสำหรับองค์กรต่าง ๆ

ในงานมอบรางวัล Thailand Corporate Excellence Awards เพื่อเชิดชูองค์กรและผู้บริหารที่มีแนวทางการพัฒนาองค์กรให้บรรลุความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่องในปีนี้ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) และสถาบันศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เชิญผู้บริหารจากองค์กรระดับชั้นนำของประเทศมาร่วมถ่ายทอดความรู้ และแสดงวิสัยทัศน์ทางด้านการบริหารจัดการในสาขาต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ และแบบอย่างให้กับบุคลากร และองค์กรอื่น ๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้ และพัฒนาธุรกิจขององค์กรในหลากหลายประเด็น

หัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ความเป็นเลิศด้านผู้นำ

เพราะงานนี้มีทั้ง สมเกียรติ ศิริชาติไชย รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่เครือซิเมนต์ไทย (SCG) มาร่วมแชร์วิชั่น มิสชั่นขององค์กรที่เป็นกลยุทธ์หลักในการทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ

"สมเกียรติ" เปิดประเด็นในเรื่องนี้ว่า ที่ KBank จะให้นิยามวิชั่นว่า เราอยู่เพื่ออะไร แล้วทำไมถึงต้องอยู่ ก็ได้ข้อสรุปคร่าว ๆ ว่า KBank เป็นองค์กรที่ให้บริการทางการเงินที่หลากหลายและครบวงจร ด้วยคุณภาพที่เทียมกับมาตรฐานโลกโดยผสมผสานสอง สิ่งเข้าด้วยกัน นั่นคือทรัพยากรมนุษย์และเทคโนโลยี เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า และประเทศไทย

จากวิชั่นตรงนี้ก็แปลงลงมาว่า แล้วคนอื่นมองเห็นเราอย่างไร

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เราพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และเดินตามนั้นมาตลอด

มาวันนี้ วิชั่นเดิมได้แปลงออกมาให้ย่อยลงไปอีก คำว่ามั่นคงที่สุด หมายถึงความมั่นคงอะไร คำว่าบริการลูกค้า หมายถึงอะไร

แล้วพนักงานจะต้องทำอย่างไรที่จะไปถึงจุดมุ่งหมายเหล่านั้น ซึ่ง KBank ตีออกมาเป็นความสามารถขององค์กรใน 4 ประเด็นหลัก

ประเด็นแรก customer inside standing กสิกรฯต้องเก่งมากในเรื่องของความเข้าใจลูกค้า จึงมีการแบ่งลูกค้าออกเป็น 8 เซ็กเมนต์ ธุรกิจที่ใหญ่มาก ธุรกิจใหญ่ระดับรองลงมา ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดเล็ก ทรัพย์สินส่วนบุคคลซึ่งก็จะย่อยลงไปอีก ซึ่งคนกสิกรฯต้องเข้าใจลูกค้าทุกกลุ่ม

ประเด็นที่สอง innovate and manage product จะต้องมีผลิตผลและบริการที่ทันกับความต้องการของตลาด ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างชัดเจน ซึ่งไม่ใช่เป็นจินตนาการของคนกสิกรฯเองว่าลูกค้าต้องการอะไร แต่ต้องไปรู้จักลูกค้า แล้วทำผลิตภัณฑ์นั้นออกมา จากนั้นก็กลับไปถามลูกค้าด้วยว่า เขาพอใจไหมโดยจะมีการวัดอย่างต่อเนื่องทุกเดือน

ประเด็นที่สาม relation management ความสามารถในการขายและบริการลูกค้า ต้องนี้ก็ถอดออกมาว่า คนของกสิกรฯต้องเก่งเรื่องอะไร เป็นคนแบบไหน ระบบที่ใช้ต้องเป็นแบบไหน จำนวนสาขาต้องมีเยอะขนาดไหน ตู้เอทีเอ็มควรจะมีกี่แห่ง ภาษาอะไรบ้าง โมบายแบงกิ้งควรเป็นอย่างไร

ประเด็นที่สี่ ความสามารถบริหารจัดการความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครดิตหรืออัตราแลกเปลี่ยน

อัตราดอกเบี้ย การปฏิบัติงานหรือแม้กระทั่งการทุจริต

ทั้งหมดคือ 4 ประเด็นที่กสิกรฯเห็นว่าจะสามารถสร้างให้องค์กรแห่งนี้มีความมั่นคงที่สุด และสามารถริเริ่มสิ่งใหม่ ทำทุกวิถีทางเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้

ในตำแหน่งงานที่มีความสำคัญก็แปลงออกมาเป็นโจทย์ด้าน HR

ซึ่งนอกเหนือจากงานบริการในจุดต่าง ๆ แล้ว HR จะต้องพยายามโฟกัสตำแหน่งงานที่มีความสำคัญ ถ้าต้องเลือกคนเก่งไปลงตำแหน่งนี้ก่อนก็ต้องทำ หรือถ้าต้องรักษาคนไม่ให้ลาออกก็ต้องดูแลคนเหล่านี้ก่อน หรือถ้าจะต้องพัฒนาบุคลากรก็ต้องพัฒนาคนเหล่านี้ก่อน

"สมเกียรติ" บอกว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการแปลงวิชั่นออกมาเป็นความสามารถขององค์กรใน 4 ประเด็นหลัก คือพนักงานต้องมีความสุข

"ที่กสิกรไทย คุณบัณฑูร ล่ำซำ ซีอีโอจะพูดในที่ประชุมทุกเดือนว่า อยากให้ KBank เป็นองค์กรที่พนักงานตื่นขึ้นมาแล้วมีพลังใจที่จะมาทำงาน มีความตื่นเต้น มีความท้าทาย แล้วมาเจอผู้คนที่มีอัธยาศัยที่ดีต่อกันในการทำงาน"

คำพูดของซีอีโอ ทำให้ผู้บริหารต้องมา ดีไซด์ core value ให้ซัพพอร์ตกับวิชั่นขององค์กร

ซึ่งต้องดูในหลาย ๆ เรื่อง ทั้ง teamwork ความเป็นมืออาชีพ การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และการพัฒนาคนให้มองไปข้างหน้าและพัฒนาตัวเองตลอดเวลา

ในเชิงเลือกคนเข้าทำงานก็ใช้คำว่า career excellent เพราะเครือกสิกรไทยค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นคนที่เข้ามาทำงานที่นี้มีโอกาสในการสร้างความเลิศในวิชาชีพแน่นอน

ด้าน "เทวินทร์" เล่าถึงเส้นทางความสำเร็จของ ปตท.ว่า วิชั่นขององค์กรเกิดจากการระดมความคิดเห็นของคนในองค์กรโดยคำนึงถึงภาระหน้าที่ สถานการณ์และความสามารถขององค์กรเป็นหลัก

"หลายคนบอกว่าวิสัยทัศน์เหมือนกับความฝัน คิดไป แต่จะทำอย่างไรให้ความฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมาได้ ก็ต้องมีกระบวนการแปลจากวิสัยทัศน์มาเป็นแอ็กชั่น แล้วให้ เกิดผล กระบวนการที่สำคัญของกลุ่ม ปตท. เรียกว่า strategy management"

ปตท.นั้นมีเครือข่ายของการลงทุนผ่านบริษัทที่หลากหลายพอสมควร จึงต้อง เชื่อมโยงกับบริษัทในกลุ่มเข้ามาแชริ่งวิชั่น เพื่อให้เข้าใจกลยุทธ์ไปในทิศทางเดียวกัน ตรงนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก

เพราะถ้าทุกบริษัทเข้าใจภาพใหญ่ เวลาไปปฏิบัติงาน ทุกคนจะรู้ว่าเขาควรจะตัดสินใจอย่างไรเพื่อให้เกิดประสิทธิสูงสุดในการนำพาองค์กรไปสู่วิสัยทัศน์ที่วางไว้ได้

หากพูดในเชิงธุรกิจสเตกโฮลเดอร์ของ ปตท.คือ ลูกค้า ก็ต้องดูว่าลูกค้าต้องการอะไร คำตอบคือโปรดักต์ที่ดี บริการที่ดี ปั๊ม ปตท.ในปัจจุบันจึงต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง เป็นคอนเซ็ปต์ Life Station คนที่เข้าปั๊ม ปตท.ไม่ได้อยากเข้าไปเพราะต้องการเติมน้ำมัน หรือเป็นปั๊มสวัสดิการเหมือนในอดีต แต่อยากเข้าปั๊ม ปตท.เพราะมีบริการที่หลากหลาย สะดวกสบาย หิวก็มีน้ำมีอาหารให้ อยากเติมน้ำมันก็มีน้ำมัน ที่สำคัญมีปั๊ม ปตท.มีให้บริการทั่วประเทศ

"ปตท.อาจจะเกิดมาพร้อมกับความเฮง เพราะเป็นรัฐวิสาหกิจที่ถูกกำหนดให้ทำธุรกิจพลังงานซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตผู้คนและประเทศชาติ แต่ในความเฮงก็มีความเก่งบวกอยู่ด้วย ซึ่ง ปตท.ก็โชคดีที่มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เตรียมองค์กรดึงคนที่มีความสามารถเข้ามาร่วมทีม สร้างคอมมิตเมนต์ให้เกิดในองค์กร ทำให้องค์กรแห่งนี้มีประสิทธิภาพ"

ซึ่งคุณค่าที่องค์กรสร้างให้เกิดขึ้น "เทวินทร์" บอกว่า ได้ก่อให้เกิดวัฒนธรรมที่เรียกกันว่า spirit

เพราะความที่ ปตท.มีธุรกิจหลากหลายจึงต้องสร้างพลังร่วม ที่เน้นการสร้างสมรรถนะการทำงานที่เป็นเลิศ มีการค้นคว้าผลิตสิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้องค์กรแข่งขันได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องดำเนินการในเรื่องกิจกรรมสังคมควบคู่ไปด้วย

และที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ การดำเนินธุรกิจต้องมีจริยธรรม คุณธรรม

สุดท้าย ต้องมีความน่าเชื่อถือทั้งใน แง่ของพนักงานในองค์กรและในมุมของ สเตกโฮลเดอร์จากภายนอก

ซึ่งพนักงานต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในทุกส่วนจึงจะมีความยั่งยืน

"องค์กรจะอยู่ได้ ถ้าเก่งอย่างเดียว กำไรอย่างเดียว สักพักก็จะโดนตีตาย หรือถ้าจะทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างเดียวก็ไปไม่รอดเหมือนกันเพราะไม่มีกำลัง ดังนั้นองค์กรต้องเก่งด้วย มีจริยธรรม จรรยาบรรณในการทำงาน แล้วต้องมีสำนึกในเรื่องสังคมไปพร้อม ๆ กันด้วย จึงจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน"

ขณะที่ "รุ่งโรจน์" ในฐานะองค์กรที่คว้ารางวัลความเป็นเลิศไปมากที่สุดถึง 4 รางวัล กล่าวว่า เมื่อประมาณ 3-4 ปีที่ผ่านมา ที่เอสซีจีมีการพูดคุยกันเรื่องวิชั่นว่า ภายในปี 2558 SCG จะเป็นผู้นำตลาดในภูมิภาคที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนให้แก่อาเซียน

อีกคำพูดหนึ่งที่ใช้อยู่อย่างสม่ำเสมอ คือ innovative workplace of choice

นั่นคือสิ่งที่อยากเป็น ซึ่งแต่ละคำมีความหมายชัดเจน และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ยกตัวอย่าง เรื่อง high value added product service ซึ่งมีการพูดกันภายในมาตลอดว่าจะทำอย่างไรจึงจะเพิ่มมูลค่าของสินค้า เพิ่มการให้บริการลูกค้าให้ได้มากที่สุด จากเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ที่เอสซีจีมีโปรดักต์อยู่ทั้งหมด 14 ตัว ขณะนี้มีการพัฒนาโปรดักต์ใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก 29 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเชื่อว่าอีก 5 ปีจะไปให้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ในเรื่อง งบประมาณเกี่ยวกับการวิจัยจึงเพิ่มขึ้นมาถึง 3 เท่าตัวในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่ต่าง จากกำลังพลด้านงานวิจัยและการสร้างนวัตกรรมใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาจากเดิมที่มีอยู่เพียง 300-400 คน มาเป็น 900 คน

"รุ่งโรจน์" บอกว่า อินโนเวชั่นใหม่ ๆ ไม่ได้เกิดจากแผนกวิจัยและพัฒนาเพียงอย่างเดียว ส่วนหนึ่งมาจากฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง ดังนั้นการสร้างให้เกิดอินโนเวชั่นใหม่ ๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับบุคลากรในทุกภาคส่วน

"เอสซีจีมีจุดแข็งที่พนักงานหรือทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ มีความเป็นมืออาชีพและสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ก็จริง แต่ถ้ามองวิชั่นขององค์กรต่อไปในอนาคตเมื่อเอสซีจีเป็นโกลบอลคัมปะนีแล้ว คนของเอสซีจีต้องไม่มีเชื้อชาติ ทุกคนมีสังกัดเดียวกันคือเอสซีจี ฉะนั้นจะทำอย่างไรให้พนักงานของเอสซีจีที่มีอยู่ในทุกประเทศในอาเซียนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของบริษัท"

นี่คือความท้าทายของเอสซีจีในวันนี้ ที่ "รุ่งโรจน์" บอกว่า เป็นเป้าหมายอีกขั้นที่ต้องก้าวไปให้ถึง

วิชั่นและแนวปฏิบัติของทั้ง 3 องค์กร ที่มีความเป็นเลิศด้านผู้นำจัดเป็น best practices ที่น่าสนใจยิ่งสำหรับองค์กรในประเทศไทย ที่ต้องการก้าวขึ้นมายืนอยู่แถวหน้า

หน้า 29

ที่มา:วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553 :  ประชาชาติธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 3185 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys