Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
ครึ่งปี SMEs เกิดใหม่ 25,092 ราย


รายงานสถานการณ์ SMEs ครึ่งปีแรกรุ่ง ผลจากการส่งออกเพิ่มสูงขึ้น การลงทุนภาคเอกชนดีขึ้น เห็นได้จากกิจการ SMEs ตั้งใหม่กว่า 25,000 กิจการ เพิ่มขึ้น 29.6 การส่งออกมีมูลค่าเกือบ 9 แสนล้านบาท แนะทางออก SMEs ต้องระมัดระวังการกู้ แสวงหาโอกาสเพิ่มรายได้ เจรจายืดเวลาชำระหนี้ หรือขอใช้อัตราดอกเบี้ย fix rate

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเอสเอ็มอี (สสว.) เปิดเผยในรายงานสถานการณ์ SMEs ครั้งที่ 2/2553 เรื่อง "การปรับตัวของ SMEs ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น" ว่า เศรษฐกิจโดยภาพรวมและ SMEs ในช่วงครึ่งปีแรก 2553 (ม.ค.-มิ.ย.) มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น ปัจจัยสำคัญมาจากการส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้น และการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น ผลจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศคู่ค้า ความต้องการสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้น รวมทั้งมาตรการภาครัฐทั้งไทยเข้มแข็งและมาตรการกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

เมื่อพิจารณาในด้านการจัดตั้งและสิ้นสภาพกิจการนิติบุคคลในส่วนของ SMEs พบว่า กิจการจัดตั้งใหม่มีจำนวน 25,092 ราย ขยายตัวร้อยละ 29.6 กิจการที่จัดตั้งใหม่ในสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ การก่อสร้างอาคารทั่วไป บริการนันทนาการ อสังหาริมทรัพย์ บริการด้านธุรกิจอื่น และขายส่งเครื่องจักร และอุปกรณ์การเกษตร ส่วนการสิ้นสภาพกิจการมีจำนวน 5,457 ราย หดตัวลงร้อยละ 80.6 กิจการที่สิ้นสภาพสูง 5 ลำดับแรก ได้แก่ การก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ บริการด้านธุรกิจอื่น ธุรกิจการท่องเที่ยวและ ผู้จัดนำเที่ยว และขายส่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน

ด้านการส่งออก จากตัวเลขการส่งออกรวมทั้งประเทศมีมูลค่า 3,020,593.2 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 27.29 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่าเป็นการส่งออกของ SMEs คิดเป็นมูลค่า 891,207.6 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 14.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลจากการขยายตัวด้านการส่งออกไปในประเทศคู่ค้าหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น และจีน ขณะที่ประเทศที่มีอัตราการขยายตัวด้านการส่งออกสูง คืออินโดนีเซีย ขยายตัวถึงร้อยละ 100.4 และอินเดีย ขยายตัวร้อยละ 69.4 เป็นต้น ส่วนสินค้าที่มีอิทธิพลต่อการขยายตัวของการส่งออกของ SMEs ได้แก่ สินค้าในหมวดอัญมณีและเครื่องประดับ ยางและผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยยาง รวมทั้งพลาสติกและผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยพลาสติก

ในปี 2553 คาดการณ์ว่า SMEs สาขาต่าง ๆ สามารถสร้างมูลค่าการ ส่งออกเพิ่มขึ้นค่อนข้างเด่นชัด แต่จะมีทิศทางที่ชะลอตัวลงเล็กน้อยในครึ่งปีหลัง แม้ว่าภาคการส่งออกและภาคบริการจะมีการขยายตัวต่อเนื่อง แต่เป็นอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก เนื่องจากค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งตัวมากขึ้น รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยนโยบาย มีโอกาสจะปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าเศรษฐกิจของ SMEs ในปี 2553 จะขยายตัวร้อยละ 5.2 ขณะที่การส่งออกจะขยายตัวอยู่ที่ 11.7

อย่างไรก็ดีแม้ว่าการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อ SMEs มากนัก แต่แนวทางการปรับตัว ผู้ประกอบการต้องเพิ่มความระมัดระวังในการกู้ยืมเงินโดยเฉพาะการกู้เพื่อการลงทุนขนาดใหญ่ แสวงหาโอกาสในการเพิ่มรายได้ เช่น ขยายตลาดใหม่ ขยายประเภทสินค้าและบริการ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ รวมทั้งทำการตลาดเชิงรุกมากขึ้น นอกจากนี้ควรมีการเจรจากับสถาบันการเงินในการยืดระยะเวลาการชำระหนี้ หรือขอใช้อัตราดอกเบี้ยแบบ fix rate

หน้า 22

ที่มา:วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553 :ประชาชาติธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 1204 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys