Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
เจาะกลยุทธ์สร้างคน "เอไอเอ" ปลุกพลังพนักงาน สร้างผู้นำ ต่อยอดองค์กร

หากมีโอกาสสัมผัสกับองค์กรเอไอเอ จะรับรู้ได้ถึงความใส่ใจและการให้ความสำคัญกับบุคลากรตั้งแต่ก้าวแรก และเข้าใจว่าทำไม "คนเอไอเอ" จึงอยากทำงานให้กับองค์กรแห่งนี้จนวันสุดท้ายของการเกษียณอายุ

และยิ่งได้เห็นมุมคิดในการสร้างคนที่แทรกอยู่ในทุกอณูของการทำงาน จะยิ่งเข้าใจว่าเพราะอะไรองค์กรนี้จึงโดดเด่นครองตำแหน่งผู้นำในธุรกิจประกันตลอดมา

"ขนิษฐา หงส์ประภาส" รองประธานเจ้าหน้าที่ แผนกบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด (มหาชน) (เอไอเอ) เล่าถึงเส้นทางความสำเร็จของเอไอเอให้ฟังว่า ทุก ๆ ปีเอไอเอจะวางแผนธุรกิจที่มองไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนที่จะก้าวไปถึงจุดนั้นได้มองเรื่องการสร้างคนก่อนว่าจะสร้างคนอย่างไรจึงจะผลักดันองค์กรให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

กลยุทธ์หลักที่เอไอเอใช้มาตลอด คือ AIA Fast forward strategy ที่ได้พูดถึงคุณลักษณะของคนเอไอเอที่ต้องการผู้นำ ในอนาคตที่เหมาะสมกับการเติบโตขององค์กรไว้ 5 ประการประกอบด้วย proactive (ริเริ่ม) forward looking (มีวิสัยทัศน์) bold (โดดเด่น) nimble (ฉับไว) และ solid (แข็งแกร่ง)

ซึ่งคนของเอไอเอทั้งแต่ละระดับล่างจนถึงผู้บริหารต้องมีดีเอ็นเอเหล่านี้อยู่ในตัว

"ที่เอไอเอมองว่าทรัพยากรมนุษย์เป็น สิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะต่อให้เรามีระบบที่ดีอย่างไร มีกลยุทธ์ในการทำงานที่ดีอย่างไร ถ้าขาดคนที่ดีมีคุณภาพที่จะนำกลยุทธ์นั้นไปใช้ โอกาสที่จะก้าวไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ก็ยาก"

"เอไอเอเชื่อในพลังของพนักงาน โดยเชื่อว่าถ้าเรา

รวมพลังของพนักงานทุกคนได้ ทำให้พนักงานจงรักภักดีต่อองค์กร ทุกคนมีจุดร่วมเดียวกันคือ ก้าวไปสู่เป้าหมายขององค์กร พลังนั้นก็จะทำให้เอไอเอประสบความสำเร็จได้"

"ขนิษฐา" บอกถึงที่มาของ The power of we ซึ่งมีความหมายในภาษาไทยว่า พลังสร้างอนาคตที่เอไอเอนำมาใช้เป็นกลไกในการก้าวเดินของบริษัทในวันนี้

เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ทุกคนคือพลังสร้างอนาคต แต่จะทำอย่างไรที่จะปลุกพลังภายในตัวพนักงานเป็นพลังขององค์กรที่ส่งผ่านไปยังลูกค้าได้

กลยุทธ์ของเอไอเอจึงไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่กิจกรรมด้านสังคมที่ให้พนักงานทำร่วมกันแล้ว หรือกิจกรรมครอบครัวที่องค์กรพยายามจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ที่นี้ยังมีวิธีปลุกพลังพนักงานในรูปแบบต่าง ๆ ที่น่าสนใจ คือ การสร้างบรรยากาศการทำงานให้มีความตื่นตัวตลอดเวลา ซึ่งเริ่มตั้งแต่ด้านหน้าบริษัทที่วางป้ายคัตเอาต์ขนาดใหญ่เป็นรูปจิ๊กซอว์ของคนจำนวนมากที่ต่อเป็นภาพของผู้บริหารเอไอเอ

แล้วตอกย้ำด้วยภาพและข้อความ Fast forward strategy ทั้งบริเวณทางเดินในลิฟต์

มากกว่านั้นในอากาศที่ว่างเปล่า เอไอเอยังใช้เสียงเพลงที่แต่งขึ้นมาเป็นการเฉพาะแทรกเข้ามาสร้างความตื่นตัวให้กับพนักงาน

เรียกว่าทุกวินาทีพนักงานทุกคนจะถูกตอกย้ำเรียกพลังจากภายในให้ตระหนักรู้ว่า พวกเขาคือพลังสร้างอนาคตขององค์กร

"พนักงานทุกคนในเอไอเอมีความสำคัญเท่ากันหมด เพราะเมื่อตัวแทนขายกรมธรรม์ได้ ฝ่ายปฏิบัติการก็ต้องดำเนินการต่อจนเสร็จสิ้นกระบวนการ ดังนั้นที่เอไอเอจึงย้ำกับพนักงานทุกคนเสมอว่า ไม่ใช่ฝ่ายขายเท่านั้นที่สำคัญ แต่พนักงานทุกคนที่อยู่องค์กรแห่งนี้คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จขององค์กร"

กระบวนการทำงานที่ต้องอาศัยทีมเวิร์กที่ดี ทำให้เอไอเอต้องคิดต่อว่าจะดึงพลังร่วมของทีมอย่างไร ที่สุดยุทธวิธีที่นำมาใช้คือ การกำหนดเป้าหมายที่พนักงานต้องช่วยกันทำงานให้บรรลุ โดยติดปลายนวมด้วยโบนัสพิเศษและเพอร์ฟอร์แมนซ์โบนัสที่จะบวกเพิ่มเข้ามาเมื่องานสำเร็จ

ซึ่งหากพนักงานไม่ช่วยกันทำงานให้ถึงเป้าหมาย ทุกคนก็จะไม่ได้อะไรเลย

"ขนิษฐา" บอกว่า ตรงนี้เป็นอะไรที่จับต้องได้เมื่อถึงปลายปีที่ต้องมีการปรับเงินเดือน เสียงในเรื่องความไม่ยุติธรรมในการจ่ายค่าตอบแทนจึงแทบจะไม่มี

"ในการประเมินผลงานที่เอไอเอจะแบ่งออกเป็น 5 เรตติ้ง คนที่ผลประเมินออกมาระดับเรตติ้ง 4-5 คือคนที่มีผลงานต่ำกว่าเป้าหมาย ทางฝ่าย HR จะมีหน้าที่ ไปดูแลว่าจะพัฒนาคนกลุ่มนี้อย่างไร จากนั้นก็จัดทำแผนงานให้คนเหล่านี้เดินแล้วประเมินอีกครั้งในอีก 3 เดือน 6 เดือน ข้างหน้า"

วันนี้แม้เอไอเออาจจะเป็นผู้นำในตลาดประกัน มีทีมงานที่แข็งแกร่ง แต่การแข่งขันที่ดุเดือดทำให้องค์กรแห่งนี้หยุดที่จะพัฒนาบุคลากรไม่ได้ โดยเฉพาะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ถือเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรยุคใหม่ขาดไม่ได้

ในปีนี้เอไอเอจึงได้เปิดโครงการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ AIA-MAP ขึ้นเพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถขึ้นมานำองค์กรในอนาคต "ขนิษฐา" ให้ข้อมูลว่า ผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ AIA-MAP นอกจากจะได้รับการอบรมและเรียนรู้งานจากการทำงานจริงในประเทศและที่สำนักงานเอไอเอในต่างประเทศแล้ว ยังมีโอกาสได้ทำงานในโครงการพิเศษของบริษัทที่มีผู้บริหารระดับสูงของเอไอเอเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำและคำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

และเมื่อสิ้นสุดการอบรม 24 เดือน ผู้ที่ผ่านการอบรมยังจะได้รับสิทธิ์ในการพิจารณาคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ AIA Group Management Associate Program ที่ดำเนินการโดย AIA Group Office ประเทศฮ่องกงต่อเนื่องอีก 1 โครงการเป็นเวลา 18-24 เดือน

"เราอยากสร้างคนของเราขึ้นมาเอง เมื่อจบโครงการนี้ก็หวังว่าคนเหล่านี้จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ของเอไอเอที่จะมาดูว่าวันนี้เอไอเอยืนอยู่จุดไหน ต้องเปลี่ยนไปทางไหน มีขั้นตอนอย่างไร

เพราะเราต้องยอมรับว่าเอไอเอเมื่อถึงจุดหนึ่งก็มีพนักงานที่ต้องเกษียณอายุไป จำเป็นที่จะต้องสร้างคนใหม่ขึ้นมาแทน เพราะฉะนั้นการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ก็เหมือนการสร้างให้องค์กรแข็งแรงขึ้น ซึ่งหากมีการสร้างผู้นำอย่างต่อเนื่องทุกปี พอถึงจุดหนึ่งองค์กรนี้ก็จะแข็งแกร่ง"

นั่นคือการสร้างผู้นำในอนาคต ในส่วนของพนักงานทั่วไปปีนี้เอไอเอแบ่งแผนในการพัฒนาออกเป็น 2 ส่วน คือ

ส่วนหนึ่งเรียกว่า Organization development training ซึ่งจะโยงกับกลยุทธ์หลักของบริษัท

ตรงจุดนี้ "ขนิษฐา" บอกว่า ทุก ๆ ปี ผู้บริหารองค์กรจะลงมานั่งคุยกับแต่ละแผนกว่าอยากเห็นอะไรในปีถัดไป แล้วคนที่มีอยู่ในแผนกยังขาดอะไร แล้วจะนำข้อมูลที่ได้รับมาดีไซน์คอร์สเทรนนิ่งให้กับพนักงานที่ตรงกับความต้องการของตลาด ดังนั้นแต่ละปีหลักสูตรเทรนนิ่งพนักงานจึงแตกต่างกันออกไป

อีกส่วนหนึ่งเป็น Program training ที่จำเป็นสำหรับพนักงานที่ต้องจัดอบรมทุกปี เช่น Leader ship, Marketing

ซึ่งบางหลักสูตรก็เทรนนิ่งในศูนย์เทรนนิ่งของเอไอเอในประเทศไทย บางคอร์สก็ส่งไปเทรนนิ่งที่กรุ๊ปออฟฟิศที่ฮ่องกง บางคอร์สทางฮ่องกงก็ส่งเทรนเนอร์มาจัดเทรนนิ่งให้ที่เมืองไทย

ขั้นตอนการดูแลบุคลากรของเอไอเอ ไม่ได้มองแค่ความเก่งและความมีคุณภาพในการทำงานเท่านั้น แต่ยังเอาใจใส่ในความแตกต่างของพนักงานเก่าและพนักงานใหม่ไปพร้อมกันด้วย

"พนักงานที่อยู่กับเอไอเอมานาน เราต้องไม่ลืมว่าเขาเป็นคนสร้างเอไอเอให้มีวันนี้ เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมากับเอไอเอ ดังนั้นในการจ่ายผลตอบแทนถ้าไม่นับเพอร์ฟอร์แมนซ์โบนัสที่เอไอเอจะมีนโยบายจ่ายผลตอบแทนสมทบให้พนักงานตามอายุงาน ทำให้ระดับเงินโบนัสที่พนักงานได้รับแตกต่างกันมีตั้งแต่ 5-12.5%"

"คนเก่ามีประสบการณ์สามารถชี้นำเป็นโค้ชให้กับพนักงานน้องใหม่ไฟแรงที่ชอบการเปลี่ยน ชอบทำงานให้เสร็จเร็ว ๆ ได้"

การมองเห็นคุณค่าของพนักงานเก่าที่ทำงานกับองค์กรมานาน และมองเห็นประโยชน์ของพนักงานน้องใหม่ไฟแรงที่มากความรู้ความสามารถ ทำให้องค์กรแห่งนี้สามารถใช้ประโยชน์บนความแตกต่างของพนักงานได้อย่างลงตัว

แม้กระทั่งในกลุ่มของ talent ที่เอไอเอก็แบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่มเช่นกัน

กลุ่มหนึ่งเป็น young talent คือ คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ

อีกกลุ่มหนึ่งเป็น talent ในส่วนของคนที่ทำงานกับองค์กรมานานแต่มีศักยภาพพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาแทนที่ผู้บริหารขององค์กรที่จากไป

ศาสตร์การบริหารจัดการคนของเอไอเอ บริษัทประกันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมีมาร์เก็ตแชร์มากที่สุด ที่หลายคนมองว่าองค์กรใหญ่ต้องมุ่งแสวงหากำไรสูงสุด แต่องค์กรแห่งนี้กลับทำให้พนักงานรู้สึกได้ถึงพลังของความรักความอบอุ่นที่ไม่อาจหาได้ในองค์กรอื่น ๆ

เอไอเอจึงเป็นบ้านหลังใหญ่ที่พนักงานทุกคนพร้อมใจกันที่จะช่วยกันต่อเติมให้อาณาจักรแห่งนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก

หน้า 29

 

ที่มา:วันที่ 05 สิงหาคม พ.ศ. 255: ประชาชาติธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 8042 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys