Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
"อัครวุฒิ ตั้งศิริกุศลวงศ์" บริหารองค์กรด้วย ข้อมูลและระบบมาตรฐาน

ระยะเวลาเพียง 7 ปี ที่บริษัท เวก้า อินเตอร์เทรด แอนด์ เอ็กซิบิชั่น จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจด้านออร์แกไนเซอร์พาผู้ประกอบการสินค้าและบริการของไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในภูมิภาคตะวันออกกลาง ชื่อของเวก้าฯก็ติดลมบน

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจรตั้งแต่การอำนวยความสะดวกในการจัดทำวีซ่า พาสปอร์ต ช่วยแนะนำและประสานงานด้านแหล่งเงินทุน รวมถึงการให้ความรู้ด้านการตลาดกับผู้ประกอบการในการคัดเลือกและนำเสนอสินค้าให้ตรงตามความต้องการของชาวอาหรับ และการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง ที่พัก การขนส่งและจัดเก็บสินค้า การขายสินค้า ตั้งแต่วันแรกจนถึง วันสุดท้ายของงาน ทำให้ "เวก้า" ประทับอยู่ในใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ดูจากผลงานแล้ว เวก้าก็เป็นอีกองค์กรน่าสนใจไม่ใช่น้อย ยิ่งรู้ว่าทั้งองค์กรมีพนักงานรวมเพียง 10 กว่าชีวิต ยิ่งอยากรู้ว่าซีอีโอบริหารองค์กรเล็ก ๆ ให้ทำงานใหญ่ได้อย่างไร

"อัครวุฒิ ตั้งศิริกุศลวงศ์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีรณาเพรส จำกัด และบริษัทเวก้า อินเตอร์เทรด แอนด์ เอ็กซิบิชั่น จำกัด เล่าให้ฟังว่า เดิมครอบครัวทำธุรกิจโรงพิมพ์เมื่อสัก 7-8 ปีที่แล้ว พอถึงจุดหนึ่งก็ต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรงมาก จึงต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับลูกค้า พัฒนาทั้งระบบกราฟิกดีไซน์และองค์ความรู้ให้กับตัวเองและองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าจึงได้มีโอกาสเข้าไปอบรมกับกรมส่งเสริมการส่งออก เมื่อมีโอกาสพูดคุยกับนักธุรกิจที่มีความชำนาญด้านการส่งออก ก็เห็นว่าธุรกิจส่งออกน่าสนใจไม่ใช่น้อย

จากวันนั้นเขาจึงเริ่มสแกนว่า โอกาสของเวก้าน่าจะอยู่ตรงไหน ก็ปิ๊งที่ตะวันออกลางเพราะว่ายังไม่มีนักธุรกิจเข้าไปจัดงานแสดงสินค้า

ขั้นตอนต่อมาจึงเริ่มหันกลับมามองว่า สินค้าไทยมีอะไรบ้างที่จะเข้าไปคว้าโอกาสในตลาดตะวันออกกลางได้บ้าง สุดท้ายก็มาจบที่สินค้าประเภทขายปลีก

การบุกเปิดตลาดใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่เกินความมุ่งมั่นและตั้งใจของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงไปได้

ประสบการณ์ในการทำโรงพิมพ์ทำให้ "อัครวุฒิ" รู้ดีว่า การทำงานอะไรก็แล้วแต่ ต้องเอาระบบมาจับ แล้วใช้ข้อมูลเป็นตัวนำ

ดังนั้นก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจข้อมูลต่าง ๆ ต้องแน่น

เมื่อปักธงบุกตลาดตะวันออกกลาง "อัครวุฒิ" ก็พาทีมงานลุยไปเก็บข้อมูลในประเทศเป้าหมาย ทั้งขั้นตอนการเข้าออกประเทศ การขออนุญาตจัดงานแสดงสินค้า รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ แล้วนำความรู้ที่ได้มาเทรนนิ่งให้กับคนในองค์กรเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนธุรกิจ แบ่งพนักงานออกเป็นกลุ่มธุรกิจให้แต่ละคนเชี่ยวชาญตลาดแต่ละด้าน

"ในธุรกิจสิ่งพิมพ์ถ้าระบบไม่ดีโอกาสโตยากมาก ถ้าผู้บริหารไม่อยู่ธุรกิจก็ไม่สามารถเคลื่อนไปได้ เมื่อต้องก้าวขามา บริหารธุรกิจงานจัดแสดงสินค้าของเวก้าอีกขาหนึ่ง เรื่องของระบบงานที่ดีและข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก"

และการบริหารองค์กรด้วยฐานข้อมูลที่เป็นระบบนี่เองที่ทำให้ธุรกิจของเวก้าและ วีรณาเพลสเติบโตแบบก้าวกระโดด

"วันนี้ผมสามารถบริหารจัดการงานของทั้ง 2 บริษัท แม้ว่าตัวจะอยู่ต่างประเทศ เพราะข้อมูลทุกอย่างถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ยกตัวอย่างถ้าจะค้นหาใบนำเสนอสินค้าสักรายก็ไม่ต้องวิ่งไปค้นนามบัตร เพราะชื่อบริษัท ข้อมูลต่าง ๆ ของลูกค้าอยู่บนฐานเดียวกัน สามารถเรียกดูได้ทันที หรืออยากรู้ว่าวันนี้ส่วนการผลิตมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้างก็สามารถเช็กได้ หรือฝ่ายขายมีการเสนอราคาขายไปเท่าไหร่ ได้งานหรือไม่ได้งานเท่าไร ทุกอย่างโชว์ให้เห็นหมด"

"อัครวุฒิ" บอกว่า ทีมงานที่ทำงานอยู่ในแผนกต่าง ๆ ทุกคนจะทำงานอย่างเต็มที่ เพราะสุดท้ายทุกแผนกมีตัวเลขโชว์หมดว่า สมรรถนภาพในการทำงานของแต่ละแผนกเป็นอย่างไร สต๊อกทำงานอย่างไร บัญชีเป็นอย่างไร

ระบบที่เป็นมาตรฐานไม่เพียงทำให้การติดตามงานมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น แต่ยังทำให้การประชุมในแต่ละครั้งกระชับและมีทิศทางการทำงานที่ชัดเจน

"ในหลายบริษัทเวลาประชุมใช้เวลานานมาก เพราะใช้ความรู้สึก ใช้ความเคยชินในการพูดคุยกัน แม้บางครั้งจะมีวาระการประชุมชัดเจน แต่ถ้าไม่มีข้อมูลมาสนับสนุน การเรียกความสนใจให้คนอื่นคล้อยตามก็ยาก ที่สำคัญการตัดสินใจบนพื้นฐานของคอมมอนเซนส์ย่อมแตกต่างจากการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล

ที่เวก้าและวีรณาเพลสจะคุยกันด้วยข้อมูล แต่ละแผนกจะมีข้อมูลมาโชว์ว่าการทำงานในช่วงนั้นเป็นอย่างไร ทำให้มองเห็นภาพทั้งระบบ สามารถกำหนดทิศทางในการดำเนินงานของบริษัทที่ชัดเจนได้มากขึ้น"

"อย่างในธุรกิจสิ่งพิมพ์แนวโน้มในอนาคต นอกจากปริมาณการสั่งซื้อจะลดลง ความต้องการสินค้าที่แตกต่างก็มีเพิ่มมากขึ้น และที่มากกว่านั้นกำไรที่ได้รับในแต่ละเดือนก็จะไม่มากพอที่จะรองรับกับความผิดพลาด ดังนั้นการทำงานต้องแม่นยำ ถ้าไม่สามารถบริหารจัดการได้ เพราะการแข่งขันสูง"

"ผมจบวิศวกรมา ผมอยู่กับตัวเลขมาตลอด จึงมีความเชื่อว่า ตัวเลขเป็นอะไรที่วัดได้ เปรียบเทียบได้"

"อัครวุฒิ" ยกสถานการณ์จริงในเรื่องการนำข้อมูลมาใช้ในการทำงานว่า ในอดีตทีมบริหารโรงพิมพ์มักจะสรุปกันว่า ช่วงเข้าพรรษายอดขายจะไม่ค่อยดี แต่ถ้าดูจากข้อมูลจะพบว่า ช่วงเดือนเมษายนที่ยอดขายไม่ดีเพราะมีวันหยุดเยอะ หรืออย่างการพิมพ์ปฏิทินในช่วงปีใหม่ที่บริษัทไม่เคยคิดถึงสินค้าตัวนี้เลย ปรากฏว่ากลับเป็นสินค้าที่ทำกำไรดีกว่าสินค้าตัวอื่น ๆ ยิ่งมีข้อมูลมากก็ยิ่งทำให้รู้ว่าสินค้าประเภทไหนขาด สินค้าไหนที่ทำกำไรได้ดี สินค้าอะไรผลิตแล้วไม่เวิร์ก สินค้าตัวไหนที่เป็นที่ต้องการของ ผู้บริโภค

จะเห็นว่าทั้ง 2 ธุรกิจในมือของ "อัครวุฒิ" ใช้คนทำงานน้อยมาก ในส่วนของโรงพิมพ์มีพนักงานรวมประมาณ 50 ชีวิต และเวก้ามีพนักงานเพียง 10 กว่าคนเท่านั้น แต่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจทั้งในและต่างประเทศให้สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ มีอัตราการเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 20%

"อัครวุฒิ" บอกว่า วันนี้องค์กรเล็กหรือใหญ่วัดกันที่จำนวนคนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แต่ต้องดูที่การเจริญเติบโตขององค์กร ที่เวก้าและวีรณาเพลสจะวัดการทำงานของพนักงานที่ผลงาน ทำให้ทีมงานที่มีผลงานโดดเด่นมีโอกาสรับผลตอบแทนที่ดี ไม่ต้องรอปรับเงินเดือนตามมาตรฐานขององค์กรเป็นรายปี แต่ถ้ามีผลงานที่ดีก็รับผลตอบแทนไปเลย

ตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้คนรุ่นใหม่ที่ทำงานกับเวก้าและวีรณาเพลสไม่ตีจากไปง่าย ๆ

"ในสังคมของคนทำงาน เงินก็เป็นส่วนหนึ่งในการดึงดูด การเจริญเติบโตขององค์กรก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ความสุขที่ได้มาที่ทำงานเพราะที่ทำงานเป็นเสมือนบ้านหลังที่สองก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง"

ทั้งหมดคือ วิธีคิดของนักบริหารรุ่นใหม่ ที่ชื่อ "อัครวุฒิ" ที่ไม่ได้บริหารองค์กรแบบมืออาชีพเพียงอย่างเดียว แต่ได้หยิบเอาระบบอุปถัมภ์เข้ามาผยุงความสัมพันธ์ของคนในองค์กรให้เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการผลักดันธุรกิจให้เติบใหญ่

หน้า 29

ที่มา:วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 :ประชาชาติธุรกิจ
 


ผู้เข้าชม : 2133 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys