Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
Coaching คืออะไร ?



"Coaching คืออะไร ?" เป็นคำถามที่ผมในฐานะ "โค้ช" มักจะได้รับอยู่เสมอ ๆ ซึ่งก่อนที่ผมจะตอบอะไรออกไป เลยขอลองเช็กความเข้าใจของผู้ถามก่อนทุกครั้ง

ในคำถามเดียวกัน คำตอบที่ได้รับกลับมาก็คล้าย ๆ กัน คือ coaching หมายถึง การสอนงาน

ซึ่งหลาย ๆ ท่านคงเคยได้ยิน บางคนบอกว่า วันนี้ไปโค้ชเรื่องนั้นเรื่องนี้กับลูกน้องมา

เมื่อมาถึงตรงนี้ ผมก็ถามกลับไปทุกครั้งว่า ถ้าอย่างนั้นให้คุณลองแปลคำว่า "การสอนงาน ให้เป็นคำภาษาอังกฤษ ว่าจะแปลได้เป็นคำอะไร"

ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม แปลการสอนงานว่า "teaching"

ไม่มีคนใดเลยที่แปลการสอนงานว่า coaching ดังนั้น ถ้าจะให้คำจำกัดความ กันจริง ๆ แล้ว "coaching ไม่ใช่การ สอนงาน"

ซึ่งประเด็นนี้หลาย ๆ คนเข้าใจผิดกันอย่างแพร่หลาย และใช้คำนี้ผิด ๆ กันจนชิน

แล้วถ้า coaching ไม่ใช่การสอนงาน แล้วมันคืออะไร ?

"coaching คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคน"

ดังนั้นถ้าจะให้แปลเป็นภาษาไทย ก็คงไม่มีคำแปลที่เหมาะสมในตอนนี้หรอกครับ ก็ใช้ทับศัพท์ไปเลยว่า coaching

ซึ่งการที่คุณจะใช้การ coaching เมื่อคุณพบเห็นหรือสังเกตเห็น "พฤติกรรม" บางอย่างของลูกน้อง หรือใครก็ตามที่เป็นปัญหาอยู่ หรืออาจจะเป็นปัญหาในอนาคต แล้วคุณก็ใช้การ coaching ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้น ซึ่งหลาย ๆ ท่านก็คงเคยทำเช่นนี้มาก่อน เช่นเมื่อลูกของคุณกลับบ้านดึก คุณก็เลยต้องเรียกลูกของคุณมาพูดคุยเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

แต่การ coaching ละเอียดอ่อนพอสมควร เพราะคุณต้องเข้าใจธรรมชาติของคนก่อนว่า พฤติกรรมของคนนั้น แสดงออกมาจากอะไร ?

"พฤติกรรมที่แสดงออกของคน" มาจากวิธีการคิดของคนแต่ละคน ดังนั้นด้วยพฤติกรรมเดียวกัน อาจจะมาจากสาเหตุที่แตกต่างกัน เนื่องจากผ่านกระบวนการคิดของแต่ละคนที่แตกต่างกัน

ถ้าคุณเข้าใจ "คน" ตรงนี้ คุณก็จะหาวิธีการไขพฤติกรรมนั้นจนได้

แต่คนส่วนใหญ่จะใช้บทบาทของผู้ที่เหนือกว่าในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนอื่นแทบทั้งสิ้น

เช่นถ้าลูกกลับบ้านดึก คุณก็จะใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูก ด้วยการใช้บทบาท "คุณพ่อ คุณแม่" ที่เหนือกว่า ในการ "สั่งและลงโทษ" ให้ลูกเปลี่ยนพฤติกรรม

ซึ่งถือว่า "แก้ไม่ถูกจุด" ถึงแม้คุณจะทำให้ลูกเปลี่ยนพฤติกรรมได้ ก็นับว่าเป็นการ "ชั่วคราว" เท่านั้น เพราะรากของปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข

ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในบ้านเท่านั้น แต่ที่สำคัญส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในที่ทำงานที่คำว่าบทบาทหรือตำแหน่ง มีส่วนสำคัญในการแบ่งระดับชนชั้นในการทำงาน และสิ่งที่มักเกิดขึ้นเสมอในการเปลี่ยนพฤติกรรมคนอื่นคือ การที่ "หัวหน้าสั่งให้ลูกน้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่ดี"

ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือ ลูกน้องก็ดีขึ้นชั่วคราว แต่สุดท้ายแล้วก็เหมือนเดิม ซึ่งการ coaching จะมีหลักสำคัญอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจอย่างหนึ่งในกระบวนการ coaching คือ "awareness" หรือการทำให้คนตระหนักรู้และมองเห็นตัวเอง

ซึ่งการทำอย่างนี้ ก็หมายถึงผู้โค้ช ต้องทำตัวเป็นกระจกเพื่อให้ผู้ถูกโค้ชมองเห็น ตัวเอง

หลักการทำงานง่าย ๆ ของ awareness คือ ถ้าคนเราได้เห็นตัวเองก็จะเกิดความเข้าใจและอยากที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ ดีขึ้น

เช่น ถ้าคุณกำลังแต่งตัวจะออกไปงานเลี้ยง ก่อนออกจากบ้านคุณก็ส่องกระจกดูตัวเอง แต่แล้วสิ่งที่คุณเห็นในกระจกก็คือ เสื้อกับกางเกงของคุณสีไม่เข้ากันเลย

ถ้าเป็นอย่างนี้ คุณจะทำอะไรต่อไป ? ระหว่างออกไปงานเลย หรือกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูดีกว่านี้

"แน่นอนคุณคงกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า"

ซึ่งจากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่า จากพฤติกรรมที่ "คุณกำลังจะออกไปข้างนอก" ก็เปลี่ยนมาเป็น "การกลับไปเปลี่ยน เสื้อผ้า" แทน

ด้วยการกระทำเดียวของคุณ คือ คุณเห็นตัวเองในกระจก ว่าตัวเองเป็นอย่างไรในสายตาของคนอื่น แล้วคุณก็ตระหนักได้ด้วยตัวเอง ว่าคุณจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ดีกว่าที่จะไปด้วยชุดที่ไม่ค่อยสวยเท่าไร

ซึ่งคุณในฐานะโค้ช หน้าที่หลักประการแรก คือ คุณต้องทำตัวเป็นกระจก ให้ผู้ถูกโค้ชเห็นตัวเองในสภาพความเป็นจริงให้ได้ พร้อมทั้งเป็นผู้ช่วยให้ "เกิดความตระหนัก" และเห็นถึงพฤติกรรมเดิม ๆ ที่ไม่ดีของ ตัวเองให้ได้ แล้วพร้อมที่จะอยากเปลี่ยน

อันนี้เป็นหัวใจที่ทำให้ coaching แตกต่างจากเครื่องมืออื่น ๆ เพราะเมื่อ "คนโดยทั่วไป" เห็นตัวเองในกระจกแล้วจะเริ่ม action ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่ดีของตัวเองอย่างเต็มใจ

ซึ่งแตกต่างกับระบบการสั่งการ ที่เรามักจะสั่งการให้ลูกน้องเปลี่ยนพฤติกรรม โดยที่เขายังไม่ตระหนักถึงปัญหาของพฤติกรรมนั้น ๆ เลย แต่เราจะสั่งให้เขา action เลย ซึ่งท้ายที่สุดการเปลี่ยนพฤติกรรมก็ไม่สำเร็จ ลูกน้องคนนั้นก็ยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม

การเป็นกระจกนี้ มีขั้นตอนและวิธีการที่หลากหลาย วันหน้าเรามาคุยเรื่องนี้กันต่อ ผมขอฝากข้อควรจำสำหรับการเป็นโค้ชที่ดี คือ "awareness ก่อน action อย่าสั่งให้ action โดยที่ไม่ awareness"

หน้า 26

 

ที่มา:วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553 :ประชาชาติธุรกิจ:คอลัมน์ Executive Coach:โดย คม สุวรรณพิมล


ผู้เข้าชม : 5856 ครั้ง