Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
ศุภกิจ รุ่งโรจน์ รับกำจัดจุดอ่อน เติมความฮึกเหิม ดันพนักงาน-องค์กรไต่บันไดความสำเร็จ


จากคนขายพิซซ่ามาเป็นนักปลุกพลังที่มีค่าตัวหลักแสน "ศุภกิจ รุ่งโรจน์" ทำได้อย่างไร

ก่อนเปิดสัมมนาใหญ่ "360 Leadership Mind" เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ไทยพาณิชย์ปาร์ค สำนักงานใหญ่ หนุ่มใหญ่ วัยกลางคนได้บอกเล่าเรื่องราวอันทรงพลังที่ทำให้เขาก้าวขึ้นสู่เวทีนักพูดเพื่อปลุกพลังที่แฝงเร้นอยู่ในตัวทุกคนให้ตื่นขึ้นมาช่วยนำพาชีวิตไต่บันไดความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน

"ศุภกิจ" บอกว่า เขาก็เป็นผู้ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่ง แต่ด้วยความที่แบ็กกราวนด์ชีวิตได้มีโอกาสไปอยู่ที่อเมริกาถึง 22 ปี แล้วความใฝ่ฝันอยากเป็นครูสอนพละศึกษา

ในวัยเด็กจึงมุ่งมั่นเล่นกีฬาทุกอย่าง ทั้งเบสบอล ฟุตบอล อเมริกันฟุตบอล ยกน้ำหนัก โดยมีโค้ชคอยดูแลใกล้ชิด

และการกีฬาก็สอนให้เขาแกร่งเพราะโค้ชปลูกฝังให้นักกีฬาทุกคนมีจิตใจที่มุ่งมั่น ใจสู้ มือสร้าง จิตมุ่ง

แต่พอเล่นกีฬาไประยะหนึ่งชีวิตก็พลิกผันเพราะเจออุบัติเหตุเข่าเสียไม่สามารถเดินบนเส้นทางนี้ได้อีกต่อไป "ศุภกิจ" จึงหันไปเรียนทำอาหารในสถาบันสอนทำอาหารชั้นนำของอเมริกา

และที่สถาบันอาหารแห่งนี้นี่เองที่ทำให้เขาได้เรียนรู้เรื่องการโค้ชคน การบริหารคนและการดึงศักยภาพของตัวเองมาใช้งาน

"การบริหารคนจะตบหัวลูบหลังอย่างเดียวไม่ได้ บางคนก็ต้องลูบ ๆ บางคนก็ต้องตบ ๆ อย่างเดียว บางคนก็ต้องทั้งตบหัวลูบหลัง เราก็เริ่มเข้าใจการบริหารคน"

"ศุภกิจ" เล่าว่า การทำงานกับชาวอเมริกัน สิ่งที่เขาคาดหวังมีเพียงอย่างเดียว คือผลงาน

ดังนั้น ผู้บริหารจะถามเราตลอดเวลาว่า บริษัทจ้างคุณมาเพื่อทำอะไร แล้วให้เราตอบ

ที่สถาบันอาหารแห่งนี้ไม่ได้สอนให้ พนักงานคิดอย่างเดียว แต่ยังสอนให้ พนักงานตั้งเป้าหมายในชีวิต

"การทำงานในฐานะลูกจ้าง ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วพรุ่งนี้ก็ต้องทำให้ดีกว่าวันนี้เสมอ"

หลังจากจบหลักสูตร "ศุภกิจ" ได้ตระเวนไปทำงานกับร้านอาหารในประเทศต่าง ๆ ก่อนจะมาปักหลักบุกเบิกธุรกิจ พิซซ่าลอยฟ้าอัลเฟรโดในเมืองไทย

ซึ่งกว่าธุรกิจจะรุ่งโรจน์ก็ผ่านวิกฤตมาหลายรอบ บางช่วงมีกำไร บางช่วงขาดทุน แต่ด้วยหัวใจนักสู้และมีฝันที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ทำให้เขาก้าวข้ามวันที่เลวร้ายมาได้

"ภาษาที่เราพูดกับตัวเอง คือเราทำได้ คิดอยู่ตลอดเวลาว่าต้องมุ่งมั่น ซื่อสัตย์ อดทน กระตือรือร้น กัดไม่ปล่อย และทำอย่างต่อเนื่อง รักในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่รัก ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร ต้องชัดเจนในตัวเอง"

การนำพาธุรกิจให้ก้าวไกล "ศุภกิจ" ไม่ได้โมติเวตเฉพาะตัวเองแต่เขาต้องโมติเวตทีมงานไปพร้อม ๆ กันด้วย และแนวคิดเหล่านี้ก็ถูกนำมาถ่ายทอดไปสู่คนในสังคมผ่านงานสัมมนาต่าง ๆ

ในช่วงแรกของการก้าวขึ้นเวทีนักพูด "ศุภกิจ" บอกว่า เขาใช้ประสบการณ์ ล้วน ๆ ถ่ายทอดให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนา พอทุกคนบอกว่าเขาได้พลัง ได้ไอเดียในการทำงาน ก็ทำให้ตัวเองมีพลังมากขึ้นและอยากให้คนที่ฟังได้อะไรที่มากกว่า จึงได้ไปศึกษาเพิ่มเติมกับนักบรรยายมือหนึ่งของโลก คือแอนโทนี่ ร็อบบินส์

ครั้งแรกและครั้งเดียวที่เขาซื้อบัตรบินไปนั่งฟังแอนโทนี่เพียงครึ่งชั่วโมง นักสู้ศุภกิจก็เห็นภาพตัวเองในจิตนาการอยู่ในเวทีในจุดที่นักบรรยายมือหนึ่งของโลกยืนอยู่

จากวันนั้นเขาเขียนลงบนกระดาษทันทีว่า The power of change เมืองไทยต้องเปลี่ยนแปลง

แต่ก่อนที่จะพัฒนาคนอื่น เขาต้องพัฒนาตัวเองก่อน "ศุภกิจ" จึงศึกษาคนที่ประสบความสำเร็จว่าเขามีบุคลิกอย่างไร ตื่นเช้ามาเขาคิดอะไร ไปเรียนเพิ่มเติมด้านจิตวิทยา การออกเสียงให้มีพลัง และอื่น ๆ อีกมากมาย

และคนกลุ่มแรกเขาเลือกเปลี่ยนชีวิต คือ พนักงานในองค์กร จากนั้นก็ขยายออกไปสู่องค์กรต่าง ๆ ที่ให้ความสนใจ

จาก 40 คน เพิ่มเป็น 80 คน แล้วเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มากกว่า 7,000 คนต่อครั้ง จนต้องใช้พื้นที่ของเมืองทองธานีในการจัดสัมมนา

"สัมมนาจบทุกคนมีไฟอย่างเห็นได้ชัด ยอดขายก็พุ่งกระฉูดเพราะทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน พัฒนาวันนี้ให้ดี พรุ่งนี้ต้อง ดีกว่า ชีวิตเขาก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ"

รูปแบบการสัมมนาของศุภกิจ จะให้ทั้งพลังและหลักคิดที่จะให้ไฟฝันของแต่ละคนลุกโชนตลอดเวลา

"คนที่เข้าร่วมสัมมนาทุกคนแฮปปี้ เพราะชีวิตเขาดีขึ้น การงานดีขึ้น ก็จะบอกต่อเพื่อนฝูง งานสัมมนาที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี คนเลยเข้าร่วมเยอะกว่า 7,000 คน ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ของ นักโมติเวตเมืองไทย"

ยิ่งมีคนฟังเยอะ คนศรัทธามากขึ้น "ศุภกิจ" ยิ่งต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้นไปอีก

"พอมายืนอยู่ตรงนี้ ผมก็ต้องรู้ลึกใน ทุกเรื่อง ทั้งระบบประสาท ระบบอารมณ์ ทุกอย่าง แล้วเวลาเราจะเรียนอะไรต้องเรียนกับโรงเรียนที่เป็น The best สถาบันที่ดีที่สุดในโลก จะทำให้เราเป็น The best"

"คนที่เป็นผู้นำเขาจะมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนเกิดมามีความเป็นลีดเดอร์ในตัวเอง ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของนักโมติเวตที่จะมีโน้มน้าวให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเห็นภาพความสำเร็จของตัวเอง"

"ศุภกิจ" ยกตัวอย่างผู้ผลิตมือถือ ในอดีตไม่มีใครคิดว่าจะมีมือถือรูปร่างหน้าตาแบบนี้ แต่มีคนกลุ่มหนึ่งเป็นภาพก่อนในขณะที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็น จึงปฏิเสธว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่วันหนึ่งคนทั้งโลกก็มี มือถือใช้ ทุกบริษัทต่างมาซื้อลิขสิทธิ์เพื่อ นำไปผลิตแล้วจำหน่าย วันนี้กลุ่มคนที่ผลิตมือถือจึงรวยมหาศาล

วันนี้ทุกคนมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ เป็นมหาเศรษฐีได้ เป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกได้ แต่ต้องพัฒนาตัวเองให้เข้าไปอยู่ในซินโดรม (Syndrome) ของคนรวยก่อน โดยดูว่าคนรวยเขามีซินโดรมแบบไหน ถ้าอยากเป็นคนรวยก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเข้าสู่ระบบใหม่

ด้วยเหตุผลนี้การเปิดใจ เปิดกาย แล้วรับเอาสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ในการเข้าร่วมสัมมนาจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง

เพราะไม่มีเครื่องมือหรือเครื่องจักรใดที่จะทำให้เราเป็นเศรษฐีได้ นอกจากตัวเอง

ถ้าตัดสินใจที่จะเป็นเศรษฐีก็ต้องพัฒนาตัวเอง เพราะเราเป็นผู้กำหนดชีวิต ถ้ายังพูดเดิม ๆ คิดเดิม ๆ ผลก็จะออกมาเดิม ๆ

ในงานสัมมนานอกจาก "ศุภกิจ" จะถ่ายทอดทักษะ เทคนิค ระบบของผู้ประสบความสำเร็จให้กับผู้เข้าฟังแล้ว ยังให้วิธีคิดในการก้าวสู่ความสำเร็จ แต่ใครจะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ขนาดไหนขึ้นอยู่กับตัวผู้เข้าร่วมสัมมนา

"ถ้าอยากพัฒนาตัวเองต้องเปลี่ยนวิธีคิด การทำงานทุกอย่างนายจะเห็นหรือไม่เห็น แต่ทุกคนต้องเป็น The best ต้องทำทุกอย่าง ๆ สุดฝีมือ เพราะผลงานที่ออกไปเป็นเสมือนลายเซ็นของเรา ถ้าผลงานไม่ดีมันก็โชว์ว่าศักยภาพเราเป็นอย่างไร"

"ศุภกิจ" บอกว่า คนทั่วไปอยากจะสำเร็จ แต่ทฤษฎีของเขา เรื่องสุดท้ายในชีวิตของทุกคน คือ เรื่องของความสุข

"ถ้าเรามีความสุขความคิดสร้างสรรค์ ก็เกิด รายได้ก็มา ขั้นแรกต้องทำสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงก่อน เมื่อสุขภาพแข็งแรงก็ทำงานได้เยอะ รายได้ก็มา ก็มีเงินซื้อรถดี ๆ ซื้อบ้านหลังใหญ่ ๆ ครอบครัวก็มีความสุข ตัวเราก็มีความสุข ความคิดสร้างสรรค์ก็มา"

แน่นอนว่าความสุขต้องเริ่มจากภายในตัวเรา แต่ทว่าจะทำให้ความสุขเกิดขึ้นทำอย่างไร

"ศุภกิจ" บอกว่า คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเขาจะมีคำตอบในใจว่า ตื่นเช้ามาเขาจะยิ้มแย้มแจ่มใส แล้วคิดว่าวันนี้เป็นวันที่เยี่ยมยอดของเขา เพราะเขามีโปรแกรมในใจแล้วว่าจะทำอะไรบ้าง

ศักยภาพของทุกคนสร้างได้ แต่ต้องเริ่มจากความกล้า กล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่แล้วก้าวเข้าสู่โหมดของผู้กำหนดชีวิต แล้วมีภาษาแห่งความสำเร็จเป็นของตัวเอง อยากเป็นอะไรพูดออกมาดัง ๆ เพราะนั่นคือพลังที่จะทำให้ทุกคนก้าวไปสู่เป้าหมายได้ไม่ยาก

หน้า 27

ที่มา:วันที่ 07 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ประชาชาติธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 7474 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys