Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
ถอดรหัสผู้รับไม้ต่อธุรกิจ ปรับทัศนคติ-สร้างทักษะ-สะสมความรู้


ตามที่หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ นำเสนอข่าวเกี่ยวกับตระกูลดังเข้าคอร์สไม้ต่อธุรกิจไปเมื่อฉบับวันจันทร์ที่ 17-วันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2553 ปรากฏว่าพื้นที่ข่าวมีเพียงจำกัด จึงนำเสนอข่าวได้เพียงบางมุม

ฉะนั้นฉบับนี้ทางหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จึงขออนุญาตนำเนื้อหาที่ตกหล่นจากงานสัมมนา The White tiger"s trends in generational transition in family owned business ซึ่งมี "อริญญา เถลิงศรี" กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอพีเอ็มกรุ๊ป จำกัด เป็นผู้บรรยาย มานำเสนออย่างครบถ้วนอีกครั้งหนึ่ง

เพราะดั่งที่ทราบ เป้าหมายของงานสัมนาครั้งนี้ "อริญญา" ต้องการที่จะให้ทายาทกลุ่มธุรกิจมาร่วมรับฟัง เพราะ ทายาทกลุ่มธุรกิจล้วนเป็นลูก และหลาน

เป็นเจเนอเรชั่น 2 และเจเนอเรชั่น 3 ที่กำลังจะรับไม้ต่อธุรกิจจากผู้ส่งไม้ทั้งสิ้น

รวม ๆ แล้วมีผู้รับฟังประมาณเกือบ 30 คน

เบื้องต้น "อริญญา" บอกว่า ปัจจุบัน ผู้บริหารรุ่นลูก รุ่นหลานกำลังเข้ามาบริหารสืบทอดตำแหน่งจากคนรุ่นพ่อ-แม่ แต่ติดปัญหาที่ว่าคนรุ่นพ่อ-แม่ยังไม่ค่อยมีความไว้วางใจ จึงทำให้พนักงานเกิดความสับสนว่าจะฟังใครดี

"อริญญา" บอกว่า จริง ๆ แล้วประเด็นนี้ ต้องอย่ามองว่าเป็นปัญหา แต่ต้องมองเป็นโอกาส เพราะผู้รับไม้ต่อธุรกิจส่วนใหญ่จบการศึกษาจากต่างประเทศ มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับเพื่อนที่หลากหลาย

"ที่สำคัญยังมีประสบการณ์จากการเดินทางในต่างประเทศ เขาย่อมรู้ดีว่าอะไรเป็นเทรนด์ใหม่ ตลาดใหม่ และถ้าจะสร้างโปรดักต์ใหม่ขึ้นมา เขาค่อนข้างจะได้เปรียบ เพราะนำมาต่อยอดธุรกิจได้"

"ฉะนั้นวิธีคิดของผู้ส่งไม้จะต้องวางแผนอย่างรอบคอบและรอบด้าน ทั้งในเรื่องของการวางธุรกิจ กลยุทธ์ เงินทุน พาร์ตเนอร์ และการขยายโปรดักต์ในระยะยาว เสมือนเพื่อเตรียมการที่จะส่งไม้ต่อให้กับผู้รับไม้ ก่อนที่จะค่อย ๆ เฟดตัวเองออกมา"

"เช่นเดียวกันหากผู้ส่งไม้มีลูกหลายคน ก็ต้องมองให้ออกว่าลูกคนไหนเก่งด้านไหน และวางตัวให้เขาเหมาะกับตำแหน่งนั้น ๆ หรือไม่ก็ทำ family meeting เพื่อให้ผู้รับไม้มีความพร้อมมากที่สุด หรือจะต้องส่งเสริมด้านไหนบ้าง"

นอกจากนั้น "อริญญา" ยังมองว่า ผู้รับไม้ต่อธุรกิจจะต้องมีความมั่นใจในการศึกษาของตัวเอง และมั่นใจว่าตนเองสามารถดูแลธุรกิจได้

ที่สำคัญจะต้องแสดงความสามารถให้ทุกคนเห็น ไม่ว่าจะเป็นพ่อ-แม่ หรือ พนักงาน ขณะเดียวกันผู้รับไม้ก็จะต้องพยายามหาผู้มีความรู้และประสบการณ์ เข้ามาช่วย

เสมือนเป็นโค้ชไปในตัว

เพราะผู้บริหารบางท่านมีประสบการณ์ มีองค์ความรู้ และสามารถที่จะเป็นพี่เลี้ยงสอนงานได้

ในมุมตรงข้าม "อริญญา" แสดงทรรศนะเพิ่มเติมถึงความไม่สำเร็จของผู้รับไม้ต่อทางธุรกิจที่บริหารธุรกิจ เพราะทางหนึ่งเครือข่ายทางธุรกิจที่คนรุ่นพ่อ-แม่ สร้างไว้ แต่พอมาถึงรุ่นลูกปรากฏว่าเขา ไม่สามารถต่อจิ๊กซอว์ได้

หรือบางครั้งก็ไม่ให้ความสำคัญจนทำให้เครือข่ายทางธุรกิจที่ถูกสร้างไว้ไม่สามารถนำมาเชื่อมต่อได้ อีกเหตุผลอาจเป็นเพราะผู้รับไม้ต่อทางธุรกิจร้อนวิชาเกินไป ต้องการ ที่จะดำเนินธุรกิจในรูปแบบของตัวเอง

ไม่ประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน จนทำให้เกิดความผิดพลาดได้

ที่สำคัญอีกอย่างคือค่านิยมองค์กร ซึ่งนอกจากจะเป็นตัวอธิบายภาพถึงทิศทางในการบริหารธุรกิจของแต่ละองค์กร ยังครอบถึงรูปธุรกิจ ขวัญ กำลังใจพนักงาน และวัฒนธรรมองค์กร

แต่ปรากฏว่าผู้รับไม้ต่อธุรกิจกลับ มองข้าม หรือไม่ได้ให้ความสำคัญ จนทำให้ค่านิยมองค์กรเกิดความบิดเบี้ยว ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อมาบวกกับความคิดเห็นเพิ่มเติมที่ "อริญญา" อ้างถึงผลวิจัยของเอเอ็มเอ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่แสดงชัดว่าผู้รับ ไม้ต่อธุรกิจบางส่วนไม่ค่อยมีความเห็นใจพนักงาน

ทั้งยังไม่ค่อยให้ความสำคัญในเสน่ห์ธุรกิจของตัวเอง

"อริญญา" บอกว่า เสน่ห์ธุรกิจจำเป็นต้องมี และจะต้องรักษาไว้ เพราะตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่ง ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามรักษาคนเก่า หรือพนักงานที่มีความรู้ความสามารถไว้ด้วย

เพราะเขาเหล่านั้นจะเป็นแม่เหล็กอีกชั้นที่จะทำให้พนักงานเก่ง ๆ อยากทำงานกับองค์กร

ฉะนั้นในการดูแลรักษาธุรกิจครอบครัว จึงจำต้องสร้าง value system เพื่อสร้างเสน่ห์ และหาคนดี คนเก่งมาอยู่กับองค์กร

ขณะเดียวกันก็จะต้องนำ social relation ที่ผู้บริหารรุ่นพ่อ-แม่สร้างไว้มาเชื่อมต่อด้วย เพราะ social network ของคนรุ่นพ่อ-แม่ นอกจากจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน หากยังมีสายสัมพันธ์ในเชิงลึก ดังนั้นหากผู้รับไม้ต่อธุรกิจนำมาเชื่อมประสานอย่างลงตัว เขาจะเป็นผู้บริหารที่ครบเครื่อง

ที่สำคัญ ผู้รับไม้ต่อธุรกิจจะต้องประเมินตัวเองเป็น และนอกจากยอมรับในจุดแข็ง จุดอ่อนของตัวเองแล้ว ยังจะต้องยอมรับความจริงด้วยว่า ธุรกิจที่พ่อ-แม่สร้าง เป็นธุรกิจที่เราถนัด และชื่นชอบ หรือเปล่า

หากไม่ถนัดในธุรกิจดังกล่าว หรือไม่มีความชอบในธุรกิจที่พ่อ-แม่สร้างไว้ ก็ควรที่จะแปลงตัวเองจากผู้บริหารมาเป็นผู้ถือหุ้น ขณะเดียวกันก็พยายามสรรหาผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาบริหารแทน

นอกจากนั้น "อริญญา" ยังแสดงทรรศนะเพิ่มเติมถึงการสรรหาองค์ความรู้ใส่ตัว เพราะเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เพราะผู้รับไม้ต่อธุรกิจนอกจากจะต้องมีความเข้าใจในธุรกิจของตัวเองแล้ว

เขายังจะต้องมีความรู้อย่างรอบด้านด้วย

ฉะนั้นทางออกของเรื่องนี้ "อริญญา" มองว่าผู้รับไม้ต่อธุรกิจจะต้องนำตัวเองเข้าไปอบรมหาความรู้ หรือเข้าไปฟังสัมมนาเพื่อเพิ่มเติมความรู้อยู่เสมอ

เสมือนเป็นการลับคมไปในตัว

เพราะจากผลวิจัยระบุว่าเรื่องของ ความเป็นภาวะผู้นำของผู้รับไม้ต่อธุรกิจค่อนข้างจะมีปัญหา โดยเฉพาะกับผู้บริหารในเจเนอเรชั่นที่ 2-3

เพราเขาไม่สามารถนำความคิด และจิตใจของคู่ค้าและลูกค้าได้ ฉะนั้นผู้ส่งไม้จึงจำต้องสร้างให้ผู้รับไม้มีความรู้ในธุรกิจ และจะต้องเร่งสร้างให้เขามีประสบการณ์

ทั้งยังจะต้องสร้างความเป็นภาวะผู้นำให้ได้ด้วย

ที่สำคัญผู้ส่งไม้อย่าพยายามสร้างให้พนักงานมีความเกรงใจในตัวผู้รับไม้ต่อธุรกิจ แต่จงสร้างให้พนักงานมองผู้รับไม้เสมือนลูก-หลาน ที่พร้อมจะช่วยเหลือเขาในการพัฒนาธุรกิจต่อไป

ผลตรงนี้ จึงทำให้ "อริญญา" มองว่าการที่จะผู้ส่งไม้ จะส่งไม้ต่อให้ ผู้รับไม้ธุรกิจอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องสร้าง succession planning เพื่อให้เขานำไปต่อยอดธุรกิจ 3 ประการ คือ

หนึ่ง ทัศนคติ

สอง ทักษะความรู้ความสามารถ

สาม องค์ความรู้

อันไปประกอบกับการวาง transitions planning เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ 3 ประการ คือ

หนึ่ง ต้องยอมรับความแตกต่าง หมายความว่าผู้รับไม้ต่อธุรกิจจะต้องยอมรับว่าเรื่องไหนที่ยังไม่รู้ลึก หรือยังไม่มีความพร้อม

สอง ผู้รับไม้จะต้องมองหามุมมองที่หลากหลายจากผู้มีความรู้ ประสบการณ์ จนทำให้เขามีมุมมองที่แตกต่าง ทั้งยังจะต้องมีความพร้อมที่จะรับฟังพนักงานทุกคน

สาม บทบาทหน้าที่ จะต้องมีแผนงาน เป้าหมาย และทิศทางให้ชัด ทั้งยังจะต้อง มีการสื่อสารกับพนักงานอย่างเข้าใจ เพื่อให้ทุกคนทราบว่าองค์กรจะเดินต่อไปอย่างไร

เท่านั้นก็จะทำให้ผู้รับไม้ต่อทางธุรกิจเดินอย่างไม่สะดุด

แต่อย่างที่ทราบ เวลา ประสบการณ์ และต้นทุนเดิมของแต่ละคนก็เป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งด้วย ที่จะทำให้ผู้รับไม้ต่อทางธุรกิจถึงเป้าหมายอย่างที่เขาตั้งใจไว้หรือไม่

ซึ่งไม่ใช่เรื่องพิสูจน์กันได้เพียงวันเดียว

แต่พิสูจน์กันในระยะยาว ?

หน้า 27

ที่มา : วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 : ประชาชาติธุรกิจ
 


ผู้เข้าชม : 1120 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys