Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
โค้ช 'คน' ให้ได้ใจและได้งาน

 

การบริหารคนเป็นเรื่องที่หัวหน้าต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการจูงใจให้ลูกน้องทำงานอย่างเต็มที่ ได้รับความร่วมมือจากลูกน้อง โดยที่ลูกน้องรู้สึกว่าเขาทำงานนั้น เพราะรู้สึกอยากทำเอง และทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียวกัน (ไม่ใช่ทีมใครทีมมัน)
       
       แม้จะมีความคิดเห็นต่างกัน ศาสตร์ที่กล่าวถึงนี้ คือความรู้และทักษะในการทำงาน ศิลป์คือเทคนิควิธีในการจูงใจให้เกิดการยอมรับและยอมทำตาม ด้วยหลักการและแนวคิดนี้จึงเกิดปรากฏการณ์การพัฒนาหัวหน้างานให้มีทักษะในการบริหารทีมงานเพื่อสร้างงานและสร้างคน ภายใต้หัวข้อ 'การสอนงาน' และใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า 'Coaching' (โค้ชชิ่ง)
       
       ประเด็นที่น่าสนใจคือการสอนงานไม่ใช่โค้ชชิ่งในความหมายของโลกตะวันตก การสอนงานเป็นกิจกรรมหนึ่งในการโค้ช เมื่อพูดถึงการสอนงานแบบไทยๆ หัวหน้าส่วนใหญ่ยังติดกับภาพเก่าๆ คือ บอกให้ลูกน้องทำ หรือสอนลูกน้องให้ทำงานหรือแก้ปัญหาเป็นครั้งๆไป บางรายใช้วิธีการสอนหรือสั่งโดยใช้อำนาจตามตำแหน่ง หรือใช้อำนาจการขู่เข็ญ ก็เลยได้งานแต่ไม่ได้ 'ใจ'
       
       การโค้ชคือ 'ศิลปะของการช่วยคนให้สามารถเพิ่มพูนประสิทธิภาพของตนเอง เปลี่ยนตนเอง โดยที่คนคนนั้นรู้สึกว่าได้รับการช่วยเหลือและการสนับสนุน'
       
       โดยปรกติแล้วการโค้ชมีเป้าหมายหลักๆ คือ เสริมกำลังใจหรือเสริมแรงทางบวก (Reinforce the positive) ส่งเสริมการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น (Enhance performance) และพัฒนาความสามารถ (Develop capabilities) เคล็ดลับการโค้ชที่สามารถสร้างความไว้วางใจและสร้างแรงจูงใจ
       
       ในขั้นแรก ขั้นเตรียมการ หัวหน้าหรือโค้ชต้องสามารถเชื่อมโยงกับลูกน้องแต่ละคนให้ได้ ต้องสังเกตการทำงานและพฤติกรรมของลูกน้อง กำหนดเป้าหมายของการโค้ชให้ชัดเจน
       
       ในขั้นตอนที่สอง เป็นขั้นตอนของการเรียนรู้ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่หัวหน้าหรือโค้ชมีการพูดคุยกับลูกน้อง โดยเริ่มจากการแจ้งให้ทราบเรื่องที่จะพูดคุยและเป้าหมายของการพูดคุย เช็กความพร้อมของลูกน้องให้แน่ใจว่าทั้งสองฝ่ายมีความพร้อมและนำเข้าสู่การพูดคุย
       
       ในขั้นตอนนี้หัวหน้าต้องมีทักษะและศิลปะในการพูดที่เข้าใจง่าย การถามด้วยความจริงใจที่จะเรียนรู้ การฟังอย่างตั้งใจ ฟังด้วยความรู้สึกเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ การแสดงความเห็น การให้ feedback การใช้ภาษาให้เหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ์ การแสดงออกทางท่าทาง สีหน้าและน้ำเสียง รวมถึงการควบคุมอารมณ์
       
       ขั้นตอนสุดท้ายเป็นการสรุปการพูดคุยและแผนปฏิบัติการเพื่อความสำเร็จที่ต้องการร่วมกัน จากประสบการณ์ของผู้เขียนในการทำ Workshop Coaching ให้กับผู้บริหารของหลายองค์กร พบว่าผู้บริหารยอมรับว่าความสามารถและพฤติกรรมที่กล่าวมานี้สำคัญมากสำหรับการโค้ชที่จะสร้างความเข้าใจและความรู้สึกที่ดี และเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนงานที่คิดว่าเป็นการโค้ชที่เคยปฏิบัติกันมา
       
       ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ การโค้ชในรูปแบบนี้จะกระตุ้นหัวหน้าและลูกน้องให้พัฒนาพฤติกรรมที่พึงประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน และสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เกิดดุลยภาพทั้งกาย ใจ และอารมณ์
       
       หัวหน้าที่โค้ชลูกน้องด้วยใจย่อมได้ใจลูกน้อง.....นี่แหละความท้าทายของท่านหัวหน้างานทั้งหลาย
       
       ศิริลักษณ์ เมฆสังข์
       อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมPMAT
       ที่ปรึกษาและวิทยากรด้านงานบริหารทรัพยากรบุคคล

ที่มา : โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์  20 เมษายน 2553


ผู้เข้าชม : 1270 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys