Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
4 อาชีพครองแชมป์ตำแหน่งงาน'กล้าแสดงความคิด' จุดเน้นที่ตลาดต้องการ

 

@ 'ยานยนต์-ยา-ของกินของใช้-อิเล็กทรอนิกส์' ครองแชมป์ตำแหน่งงาน
       
       @ 'กล้าแสดงความคิดเห็น' คุณสมบัติสำคัญในการได้งานทำ
       
       @ จับตา 'สุขภาพ-บริหารความเสี่ยง' 2 เทรนด์อาชีพใหม่มาแรง
       
       @ 'เอเอ ทาเลนท์' ชูกลยุทธ์รีครูตเมนต์ผ่านประสบการณ์ 30 ปี
       
       'อรุณี เกษตระทัต' กรรมการผู้จัดการ บริษัทจัดหางาน เอเอ ทาเลนท์ จำกัด ผู้คร่ำหวอดในวงการไม่น้อยกว่า 30 ปี ชี้ 4 อาชีพครองแชมป์ตำแหน่งงานในไทย ยังคงอยู่ในอุตสาหกรรมเดิม เหตุตลาดโตความต้องการคนเพิ่ม เผยคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้ได้งาน 'ต้องกล้าแสดงความคิดเห็น' เปิด 2 อาชีพเทรนด์ใหม่ของตลาดกลุ่มสุขภาพ-บริหารความเสี่ยงมาแรงในอีก 3 ปีข้างหน้า
       
       'ยา-รถยนต์-อิเล็กฯ-FMCG'
       4 อาชีพครองแชมป์

       
       อรุณี กล่าวว่า อุตสาหกรรมที่มีการหาคนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปียังคงอยู่ใน 4 อุตสาหกรรมเดิม คือ วงการยา รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ FMCG (อุปโภค-บริโภค) เนื่องจากการเติบโตของตลาด โดยการเปลี่ยนงานของผู้สมัครจะยังคงอยู่ในอุตสาหกรรมเดิม เพียงแต่เปลี่ยนบริษัทเท่านั้น เนื่องจากตำแหน่งงานระดับกลางถึงสูงนายจ้างต้องการคนที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนั้น การย้ายอุตสาหกรรมจึงไม่เป็นที่ต้องการของตลาดงาน
       
       สำหรับปริมาณการแข่งขันในการหางานทำ ปีนี้ถือว่าสูงกว่าปีที่ผ่านมา เห็นได้จากปริมาณคนที่สนใจสมัครงานมีเพิ่มขึ้น แตกต่างจากเดิม เช่น ปีที่ผ่านมาถามคน 10 คนไม่มีใครบอกว่าอยากสมัครงานใหม่ แต่ปีนี้ถามคน 10 คนอยากสมัครงานใหม่ 3-4 คน นอกจากนี้ คนที่เข้ามาทิ้งรีซูเมไว้กับ เอเอ ทาเลนท์ มีปริมาณที่มากขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ชาวต่างชาติก็สนใจมาทิ้งรีซูเมไว้เช่นกัน ซึ่งคนที่มาทิ้งรีซูเมไว้กับเอเอ ทาเลนท์ 90% มาจากการบอกต่อปากต่อปาก
       
       อรุณี ยังให้ข้อเสนอแนะกับนักศึกษาจบใหม่ว่า บัณฑิตจบใหม่ปัจจุบันหางานทำยาก เพราะเรียกเงินเดือนที่สูงเกินไป ในขณะที่คนตกงานก็มีปริมาณมาก และยังเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานที่สูงกว่า ดังนั้น นักศึกษาจบใหม่ต้องรู้จักมองว่าตลาดแรงงานมีการแข่งขันกันสูงขนาดไหน
       
       ส่วนงานพยาบาลที่มองกันว่าขาดแคลนนั้น อรุณี มองว่าไม่ได้ขาดแคลน แต่ขาดพยาบาลที่มีคุณภาพมากกว่า ที่ผ่านมาพยาบาลล้นตลาด แต่คนที่มีคุณภาพ รักงานบริการไม่ค่อยมี เพราะสถาบันการศึกษาหลายแห่งผลิตพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ งานพยาบาลเป็นอาชีพที่ต้องทำงานหนักแต่เงินเดือนน้อย เมื่อทำงานหนักก็เหนื่อย ความรักในงานบริการก็ไม่มี ส่วนการย้ายไปทำงานต่างประเทศของอาชีพนี้ เนื่องจากเงินเดือนที่สูงกว่า และความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่ามากกว่าทำงานในเมืองไทย ทำให้มีการไหลออกไปทำงานกันมาก
       
       อรุณี ยังได้ให้ทิศทางการไปทำงานต่างประเทศของคนไทยว่า คนไทยมีความผูกพันกับครอบครัวสูง ไม่ใช่คนไทยไม่มีความสามารถ แต่เขามองว่ากว่าลูกจะเข้าโรงเรียนได้ ต้องเส้นสายมากในการได้เข้าโรงเรียนดีๆ ถ้าไปทำงานต่างประเทศลูกก็ต้องย้ายไปด้วย พอกลับมาลูกเรียนโรงเรียนไทยไม่ได้ ต้องเรียนอินเตอร์ ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น บางคนพ่อแม่ก็อายุมากแล้ว เขาก็อยากจะกลับมาดูแลพ่อแม่ ทำให้เขาตัดสินใจไม่ไปทำงานต่างประเทศ
       
       'โดยมากคนที่ไปทำงานต่างประเทศ เขาจะไปแค่ปีสองปี ไม่มีการย้ายไปแบบถาวร ไม่ใช่เพราะเจ้าตัว แต่เป็นเหตุผลเรื่องครอบครัว'
       
       'กล้าแสดงความคิดเห็น'
       คุณสมบัติสำคัญส่งให้ได้งานทำ

       
       อรุณี กล่าวถึงบุคลิกสำคัญของผู้สมัครที่บริษัทต่างๆ ต้องการนอกจากความรู้ในเรื่องของงาน ภาษา แล้วสิ่งสำคัญที่ผู้สมัครควรมี คือ มีความสามารถในการพรีเซนต์ไอเดียของตัวเอง ซึ่งไม่ใช่แค่การยืนพื้นหน้าห้อง แต่เป็นการลุกขึ้นมาถามในประเด็นที่เขาสงสัยในห้องประชุม นอกจากนี้ ต้องมีความรับผิดชอบต่อการทำงาน รู้จักการทำงานแบบทีมเวิร์ก การมีวินัย การตรงต่อเวลา สิ่งเหล่านี้สถาบันการศึกษาจะต้องสอนเขา เมื่อเขาออกไปทำงาน เขาก็จะติดนิสัยแบบนี้ไปด้วย
       
       อย่างไรก็ดี บุคลิกที่บริษัทแต่ละแห่งต้องการก็แตกต่างกัน แต่เชื่อว่าทุกบริษัทต้องการคนที่มีทัศนคติในเชิงบวก เพราะทัศนคติเชิงบวกส่งผลต่อการทำงานที่ดี ส่วนสิ่งที่ผู้สมัครงานอยากได้จากบริษัท คือ ความสุขในการทำงาน ความเจริญก้าวหน้า และผลตอบแทน ดังนั้น ถ้าเขามีบรรยากาศการทำงานที่เป็นบวก หรือสร้างสรรค์ เขาก็จะทำงานในองค์กรนั้นๆ ได้นาน
       
       'บางคนมาหาเรา เราก็ถามว่าทำไมเพิ่งมาหาเรา เขาบอกเขาไม่คิดว่าจะอยู่นานขนาดนี้ เผลอแป๊บเดี๋ยวทำงานที่นี่ 5 ปีแล้ว เราได้ยินเราก็รู้ว่าเขามีความสุขในที่ทำงาน'
       
       'สุขภาพ-บริหารความเสี่ยง'
       2 อาชีพใหม่มาแรง
       

       อรุณี ได้ชี้ทิศทาง 2 อาชีพใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตาในอนาคตว่า ในอเมริกา 2 อาชีพนี้กำลังเป็นที่ต้องการ คือ 1.ผู้อำนวยการ หรือผู้จัดการวัดความเสี่ยงของธุรกิจ (Enterprise with management) ซึ่งในอเมริกามีการจ้างคนกลุ่มนี้เข้ามาทำงานประมาณ 3 ปีแล้ว สำหรับในไทยยังไม่มีการผลิตคนที่จบสายนี้แบบเป็นเรื่องเป็นราว แต่เป็นเพียงวิชาหนึ่งในการเรียนปริญญาโทเท่านั้น
       2.Health Economic Organization Research Management HEOR คือ คนที่ทำหน้าที่วิเคราะห์-วิจัยตัวสินค้าสุขภาพต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ว่ายาตัวนี้มีความเสี่ยงกับสิ่งแวดล้อม คนไข้ แพทย์ หรือกระทบต่อเศรษฐกิจของบริษัท หรือทำหน้าที่วิเคราะห์โปรแกรมการตลาดที่ออกโดยโรงพยาบาลว่าโปรแกรมนี้เหมาะสมที่จะนำมาใช้หรือไม่ ฯลฯ คนกลุ่มนี้จะต้องจบตรีด้านเภสัชกร แล้วไปต่อปริญญาโทด้านนี้ ซึ่งในไทยมีปริมาณการผลิตคนกลุ่มนี้เพียง 3 สถาบัน สถาบันละ 10 คนเท่านั้น
       
       โดย 90% ที่จบจะไปทำงานกับหน่วยงานราชการเพื่อทำงานวิจัย เพราะเขามีความเป็นเอกเทศ เวลาที่งานวิจัยออกมาเขาก็สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นงานวิจัยของเขา ในขณะที่อเมริกา บริษัทยาจะมีคนทำงานในตำแหน่งนี้ทั้งสิ้น โดยมีการจ้างคนกลุ่มนี้เข้าไปทำงานประมาณ 3-4 ปีแล้ว แต่สำหรับไทยเชื่อว่าในอนาคตจะเป็นที่ต้องการของตลาด แต่อาจจะไม่มากนัก เนื่องจากบริษัทที่จะจ้างคนตำแหน่งนี้ได้จะต้องเป็นบริษัทขนาดใหญ่
       
       'บริษัทยาเขาต้องจ้างคนเข้ามาทำงานตำแหน่งนี้ เพราะเขาต้องมีเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม เขาต้องทำตามกฎระเบียบของต่างประเทศด้วย ในไทยปีที่แล้วก็มีบริษัทที่ให้เราหาตำแหน่งนี้ให้กับเขา แต่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะเขาไม่คิดว่าตำแหน่งนี้เงินเดือนจะสูงกว่าที่เขาคิด'
       
       อย่างไรก็ดี อรุณี เชื่อว่าทั้ง 2 ตำแหน่งนี้จะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานไทยในอีกไม่เกิน 3 ปี แต่หากตลาดไม่มีการกระตุ้นอาชีพนี้ก็อาจจะไม่เกิด เพราะปริมาณงานวิจัยที่มีอยู่ของภาครัฐไม่มากพอสำหรับปริมาณคนที่จะจบมาในอนาคต
       
       ประสบการณ์ 30 ปี
       การันตีคุณภาพการทำงาน

       
       อรุณี กล่าวถึงจุดเด่นของบริษัทว่า บริษัททำหน้าที่รีครูตคนซึ่งเปิดมาได้ประมาณ 1 ปีแล้ว โดยบริษัทนี้เกิดจากตนเองซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำงานกับบริษัทรีครูตมาไม่น้อยกว่า 30 ปี ทั้งเป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ บริษัท พีเอ คอนซัลแทนท์ จำกัด Partner-in-Charge แผนกสรรหาบุคลากรและที่ปรึกษาทรัพยากรบุคคล บริษัทจัดหางาน เอินส์ท แอนด์ ยัง จำกัด และที่ปรึกษาอิสระด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ 3 ปี จนปีที่ผ่านมาได้ตั้งบริษัทของตัวเอง
       
       'บริษัทอื่นอาจจะมีแนวทางในการทำงานเหมือนกัน แต่ประสบการณ์ในการมองคนไม่เหมือนกัน เรารู้จักการสัมภาษณ์คน ซึ่งอาชีพนี้ถือเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง และการที่มีคอนเนกชั่นในแต่ละวงการทำให้เราดีกว่าคนอื่น เวลาที่เราจะไปจีบใครมาทำงานต้องมั่นใจว่าคนนี้แน่จริง ไม่ใช่เรียกเขามาสัมภาษณ์แล้วบอกว่าเขาไม่ใช่ที่เราต้องการ ซึ่งการที่จะได้คนคุณภาพแบบนี้ เราต้องมีคอนเนกชั่นที่ดีกับคนในวงการ เพราะลูกค้าเราต้องการคนที่มีคุณสมบัติสูง ไม่อย่างนั้นเขาไม่มาหาเราหรอก'
       
       ด้านตลาดของบริษัทจัดหางานนับว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมากจาก 20 ปีก่อน เห็นได้จากเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ตลาดนี้บูมมาก เกิดบริษัทจัดหางานจำนวนมากขึ้น เพราะได้ไลเซนส์ง่าย แต่ปีที่ผ่านมาบริษัทเหล่านี้ก็มีการปิดตัวไปมาก โดยเป็นบริษัทจัดหางานที่เปิดและมีตั้งแต่เกรด A-Z แต่ เอเอ ทาเลนท์ จะไม่ไปแข่งกับตลาดแมสแบบนี้
       
       'เราจะมีวิธีการสอบถามลูกค้าถึงลักษณะของพนักงานที่เขาต้องการ อย่างคุณฝากซื้อเสื้อตัวหนึ่งบอกเอาสีแดงนะ เราก็จะถามคุณว่าจะเอาเสื้อร้านไหน ใครเป็นคนใส่เสื้อตัวนี้ แม่คุณ น้องคุณ หรือคุณ ต้องการแขนสั้น แขนกุด ถ้าแขนกุดๆ ระดับไหน แต่ถ้าเราหาแบบที่ลูกค้าต้องการ 100% ไม่ได้ เราก็จะถามเขาว่าถ้าไม่มีเสื้อคอกลม คอวีได้หรือเปล่า เราจะหาคนที่ตรงกับแบบที่เขาต้องการให้ได้ 80%'
       
       ดังนั้น ทุกครั้งของการรับงานจะต้องขอเจอกับหัวหน้าโดยตรงก่อน เพื่อทราบว่าเขาต้องการคนแบบใด แต่หากหัวหน้าโดยตรงไม่ต้องการพบ ก็จะต้องให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลช่วยอธิบายถึงลักษณะคนที่หัวหน้างานต้องการ และลักษณะของหัวหน้างาน เพื่อจะได้หาคนที่ตรงใจที่สุดให้กับเขา
       
       นอกจากนี้ บริษัทจะเน้นเรื่องคุณภาพของการให้บริการ โดยหลังจากที่ผู้สมัครเข้าทำงานไปได้ 4 เดือนแล้วจะมีการไปวัดผลเพื่อทราบความพึงพอใจของเขา ที่สำคัญจะมีการคุยกับผู้สมัครให้เขาทำงานกับบริษัทนั้นๆ ไม่น้อยกว่า 2-3 ปี เนื่องจากปีแรกต้องให้โอกาสกับตัวเองในการศึกษาองค์กร และต้องให้องค์กรรู้จักคุณก่อน
       
       ปีที่ 2 เป็นปีที่จะได้โชว์ผลงาน ปีที่ 3 เป็นปีที่นายจ้างจะประเมินผลตอบแทนให้ หากนายจ้างไม่ให้เขาก็พร้อมจะให้เขาออก อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของการจัดหาคนเข้าไปทำงาน 50% จะมาจากผู้สมัคร อีก 50% คือองค์กร นอกจากการทำหน้าที่รีครูตคนแล้ว ที่ผ่านมายังให้บริการสัมภาษณ์พนักงานที่ออกจากบริษัทไปแล้วเพื่อทราบถึงปัจจัยที่เขาตัดสินใจลาออก

 

 

ที่มา:โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ : วันที่ 7 เมษายน 2553


ผู้เข้าชม : 1293 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys