Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
อาถรรพ์ "แฟร์ไทย"...ปลุกไม่ขึ้น ผู้ประกอบการหนีไปต่างประเทศ


ช่วงเดือนเมษายนปีนี้ จะมีงานแสดงสินค้าระดับอินเตอร์ที่จัดโดยกรมส่งเสริมการส่งออกถึง 2 งาน

งานแรกคือ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนัง หรืองาน BIFF&BILL 2010 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน โดยวันที่ 1-2 เมษายน เป็นวันเจรจาธุรกิจ และวันที่ 2-3 เมษายน เป็นวันขายปลีก ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

งานที่ 2 คือ Bangkok International Gift Fair and Bangkok International Houseware Fair 2010 (BIG&BIH 2010) หรืองานเทศกาลของขวัญ ของชำร่วย สินค้าตกแต่งบ้านและของใช้ในครัวเรือน หรืองาน BIG&BIH 2010 เดือนเมษายน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-25 เมษายน 2553 ที่ศูนย์ประชุมไบเทค

ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา เป้าหมายของกรมก็คือ ต้องการสร้างให้เป็นแฟร์ระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ที่บายเออร์จากทั่วโลกรู้จักและจัดตารางเวลาให้ทั้ง 2 งานอยู่ในแผนที่เดินทางของนักธุรกิจทั้งฟากฝั่งยุโรป อเมริกา เอเชีย หรือตะวันออกกลาง

ช่วงเริ่มต้นต้องยอมรับว่า ทั้ง 2 งาน โดยเฉพาะงาน BIG&BIH ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ทั้งในฟากของผู้ประกอบการไทยในการมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าเพื่อมาใช้เวทีในการส่งออก และฟากของบายเออร์ต่างประเทศ ที่สนใจสินค้าจากประเทศไทย

แต่ช่วง 3-4 ปีมานี้งานแฟร์ระดับอินเตอร์ที่จัดในประเทศเริ่มเจออุปสรรค ที่ส่งผลให้ต่างชาติมาร่วมงานลดลงเรื่อย ๆ เริ่มตั้งแต่ปัญหาโรคซาร์ส เรื่อยมาจนถึงปัญหาเศรษฐกิจ และมาสะดุดกึกกับปัญหาการเมืองของบ้านเราเอง


จนส่งผลให้งานแฟร์ที่เคยวาดหวังให้งานเป็นงานระดับอินเตอร์ ที่มีบายเออร์จากทั่วโลกมาเดิน เป็นเวทีที่จะส่งออกสินค้าไทยสู่ต่างประเทศนั้น เวลานี้กำลังลดระดับเหลือเป็นงานแฟร์ในประเทศเท่านั้น

คาดหวังขายในประเทศ คุ้มค่าบูท

แหล่งข่าวผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สปา ซึ่งเคยออกงานบิ๊ก 8-9 ปีติดต่อกันกล่าวว่า ปีนี้ยังคงออกงานบิ๊กอยู่ แต่ว่าลดจำนวนบูท ลงจาก 4 บูทเหลือเพียง 2 บูทเท่านั้น สาเหตุที่ลดจำนวนลงก็เนื่องจากสถานการณ์บ้านเราไม่ปกติ ซึ่งเชื่อว่าจะมีผลต่อบายเออร์ต่างประเทศมากที่อาจจะไม่มา หรือมาน้อยลง

สถานการณ์บ้านเรามีปัญหามาตลอด ปีที่แล้วก็เจอปัญหาเศรษฐกิจโลก ปีก่อนหน้านั้นก็มีปัญหาการเมือง ปิดสนามบิน ปีนี้ก็มีปัญหาชุมนุม ฯลฯ ไร้ปัจจัยบวกในการที่จะเชิญชวนให้ ต่างประเทศมาเดิน ฉะนั้นหลายปีมานี้ยอดลูกค้าต่างประเทศมาประเทศไทยน้อยลงมาโดยตลอด จนผู้ประกอบการไทยหลายรายต้องปรับตัว ลดบทบาทตัวเองในงานบิ๊กลงเรื่อย ๆ จากที่เคยจอง 6 บูท ก็เหลือ 4 บูท จาก 4 บูทก็เหลือ 2 บูท พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนวิธีคิด คือ จากที่เคยคาดหวังลูกค้าต่างประเทศในช่วงเวลาวันเจรจาธุรกิจ แต่ตอนนี้เชื่อว่า ผู้ประกอบการกว่าครึ่ง พุ่งเป้าที่จะขายสินค้าในวันขายปลีกแทนการส่งออก

"ก็ต่างประเทศมาน้อยลงทุกปี ๆ จะให้เราลงทุนเยอะ ๆ จองบูทเยอะ จัดบูทสวย เพื่อสร้างอิมเมจ แต่ลูกค้าต่างประเทศไม่มา ก็ไม่คุ้มกัน เพราะฉะนั้นปีนี้จึงต้องปรับแผนใหม่ คือ ออกงานบิ๊กเพื่อหวังยอดขายในประเทศเพื่อให้คุ้มค่าบูท ส่วนการลูกค้าต่างประเทศ ไม่ได้ทิ้งแต่ว่าเปลี่ยนจากเวทีในประเทศไทยไปออกบูทต่างประเทศแทน"

ออกบูทต่างประเทศต้นทุนถูกกว่าในประเทศ

ปีนี้มีผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก ที่ยอมลงทุนออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศแทนในประเทศ

แหล่งข่าวผู้ประกอบการสินค้าแฮนด์เมดดีไซน์กล่าวว่า ตนเป็นอีกรายหนึ่งที่ไม่ออกงานบิ๊กในปีนี้ เพราะ 2-3 ปี มาแล้วที่ออกงานแล้วไม่ได้ลูกค้าต่างประเทศใหม่ ๆ ปีนี้จึงตัดสินใจลงทุนไปออกงานที่ฮ่องกง จีนแทน ปัญหาหลัก ส่วนหนึ่งคือ ภาพลักษณ์ประเทศไทยไม่นิ่ง ต่างชาติไม่มา

แต่อีกปัญหาหนึ่งที่เชื่อมโยงกันก็คือ ปัญหาของตัวผู้ประกอบการเองที่มีกำลังไม่เท่ากัน บางรายสายป่านยาวก็พอทนไหว ที่จะลงทุนออกบูทเพื่อสร้างอิมเมจพร้อมกับมีสินค้าใหม่ให้เลือก แต่ที่ต้องยอมรับก็คือ กำลังของผู้ประกอบการไม่เท่ากัน พอออกงานแฟร์แล้วไม่ประสบความสำเร็จ ก็หายไป พอลูกค้าต่างประเทศมาจำนวนบูท ไม่เยอะ ประเภทสินค้าไม่หลากหลาย ไม่มีอะไรใหม่ที่น่าสนใจ พอมาครั้งแรกไม่ประทับใจ เขาก็ไม่มาอีก

"ขณะที่ถ้าเขาไปฮ่องกง เขาคุ้มกว่า เพราะไม่มีปัญหาการเมือง ฉะนั้นเมื่อรูทการเดินทางของบายเออร์เป็นแบบนั้น ถ้าเราอยากขาย อยากได้ลูกค้าใหม่ เราก็ต้องเป็นฝ่ายวิ่งไปหาเขาแทนที่จะรอให้เขาเป็นฝ่ายมาหาแล้วเขาก็ไม่มา"

ที่สำคัญเมื่อเทียบค่าใช้จ่ายระหว่างการลงทุนออกบูทในเมืองไทยกับที่ฮ่องกงแล้ว ออกแฟร์บ้านเราแพงกว่าด้วยซ้ำ

"เศรษฐกิจไม่ดี ผู้ประกอบการออกบูทน้อยลง ค่าบูทก็ยัง เท่าเดิม หนำซ้ำปีนี้การจัดการยังล่าช้า งานบิ๊กปีนี้เริ่มวันที่ 20 เมษายน แต่จนถึงวันนี้ที่เหลือเวลาประมาณเดือนเศษ ยังไม่ได้เลย์เอาต์พื้นที่เลยว่าอยู่ตรงจุดไหน"

ยังเน้นการส่งออกแต่ต้องเปลี่ยนวิธี

แหล่งข่าวผู้ประกอบการสินค้าตกแต่งบ้านอีกรายหนึ่งกล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันเชื่อว่า ผู้ประกอบการทุกรายต่างพยายามปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด เรื่องลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ ทุกรายต่างพยายามทำกันอยู่แล้ว และที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องก็คือ การพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อเสิร์ฟลูกค้าเก่า

"ในเรื่องการพัฒนาสินค้า เราหยุดไม่ได้ โดยสินค้าใหม่ที่เราสร้างขึ้นมาก็เพื่อนำเสนอให้กับลูกค้าเก่า ที่เราต้องพยายามรักษาไว้ ถึงแม้ปีนี้ลูกค้าเก่าอาจจะไม่มางานแฟร์ที่ไทย เราก็ต้องพยายามหาวิธีที่จะนำเสนอสินค้าใหม่ให้ลูกค้าเก่าได้รับรู้ ส่งอีเมล์ ส่งเมล์แค็ตตาล็อก หรือต้องยอมแม้กระทั่งส่งสินค้าตัวอย่าง โดยที่ยังไม่มีคำสั่งซื้อ ส่วนลูกค้าใหม่นั้น ต้องบอกว่า คาดหวังยาก และดูเหมือนจะเป็นการตัดโอกาสประเทศไทยจริง ๆ กับสถานการณ์การเมืองที่เป็นอยู่ขณะนี้ !" แหล่งข่าวกล่าวตอนท้าย

หน้า 44



ที่มา:วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4196  ประชาชาติธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 1237 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys