Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
เวียดนาม ...ทำธุรกิจอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ! (1)


การทำธุรกิจในเวียดนามจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ขึ้นอยู่กับตัวสินค้า ความสามารถในการทำธุรกิจ ความเข้าใจขนบธรรมเนียม อุปนิสัยการทำงาน การบริโภค กฎหมาย ฯลฯ

หากจะมุ่งทำธุรกิจในเวียดนาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ นักธุรกิจจะต้องมีความรู้ ความเก่งในสินค้าของตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะหากเราไม่เก่งตรงนั้น และยังต้องไปทำตลาดในต่างประเทศแข่งกับนักธุรกิจท้องถิ่นซึ่งชำนาญกว่าในเกือบจะทุกด้าน เช่น ภาษา ความชำนาญในพื้นที่ ค่าจ้างแรงงาน ที่ต่ำกว่าด้วยแล้ว เป็นการยากที่จะประสบความสำเร็จ

ยกตัวอย่างเช่น มีนักธุรกิจไทยหลายรายมองเห็นว่า เครื่องดื่มชูกำลังขายได้ดี มี margin สูง และชาวเวียดนามดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเหมือนดื่มน้ำอัดลม คนเวียดนามตื่นเช้ามาก็ดื่มแล้ว ทำให้มองเห็นว่าตลาดใหญ่มาก แต่ว่าเมื่อไม่มีความเก่งในตัวสินค้า ผลิตออกมาแม้จะขายถูกกว่าแต่รสชาติและสีสันสู้ไม่ได้ ก็ทำให้ล้มเหลว มีหลายแบรนด์ของไทยไปไม่ถึงดวงดาวไม่ประสบความสำเร็จ

นอกจากความเก่งในตัวสินค้าแล้ว สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงอีกก็คือ

1.จดทะเบียนสิทธิบัตร

การจดสิทธิบัตรเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด มิฉะนั้นชื่อและเครื่องหมายการค้าของท่านอาจจะถูกจดไปก่อน ทำให้ท่านไม่สามารถเข้าไปทำการตลาดในแบรนด์นั้นได้ หรืออาจจะต้องเสียเงินเจรจาเพื่อให้เขายกเลิก หรืออาจต้องเปลี่ยน brand ซึ่งจะทำตลาดยากขึ้นอีกมาก ๆ

การจดทะเบียนสิทธิบัตรนี้สามารถติดต่อกระทรวงพาณิชย์ให้ช่วยดำเนินการ หรือจะติดต่อ consultant ในเวียดนามดำเนินการให้ก็ได้

กฎหมายเวียดนามให้ความคุ้มครองในเรื่องของสิทธิบัตร แต่ในการดำเนินการเพื่อดำเนินคดีต้องเสีย

ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และเจ้าของสินค้า มักจะต้องเป็นผู้นำสืบ นำจับเอง สินค้าไทยที่มีการเลียนแบบมากในเวียดนามได้แก่ ยาแก้หวัด "ทิฟฟี่" และเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง

2.เข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณี

ชาวเวียดนามรับขนบธรรมเนียมมาจากจีนมากมาย เนื่องจากอยู่ภายใต้การปกครองของจีนถึง 1,128 ปี แต่เดิมนั้นเวียดนามใช้อักษรจีน (ซึ่งจะสังเกตได้จากสถานที่หรือโบราณสถาน จะมีภาษาจีนติดอยู่) ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าภาษาเวียดนามกว่าร้อยละ 60 มีรากศัพท์มาจากภาษาจีนฮั่นโบราณ ซึ่งยังมีเค้าของภาษาจีนให้สังเกตได้ เช่น คำว่า หั่งฟุก (ความสุข) กงตี (บริษัท) ซวด-หยับ เขา (export-import) งาน ห่าง (ธนาคาร) นอกจากนั้นเวียดนามก็ยังคงธรรมเนียมการฉลองวันขึ้นปีใหม่แบบจีน (ตรุษจีน) ซึ่งเวียดนามเรียกว่า เต๊ต (TET)

จนกระทั่งศตวรรษที่ 17 จึงมีมิสชันนารีชาวฝรั่งเศสนำตัวอักษรโรมัน (ภาษาอังกฤษ) เข้ามาสะกดตามการออกเสียงภาษาเวียดนาม เพื่อให้การใช้ภาษาง่ายขึ้น และใช้มาจนถึงปัจจุบัน

เวียดนามยังคงนับถือลัทธิขงจื๊อ ที่ให้ความสำคัญกับครอบครัว กับลูกชาย ให้เกียรติผู้อาวุโส ดังนั้นการเข้าพบปะเยี่ยม เยียนลูกค้า และเพื่อคารวะผู้ที่มีอาวุโส เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอในวาระและโอกาสที่สำคัญ

มีไม่น้อยที่การดื่มสังสรรค์เฮฮากันอย่างสม่ำเสมอ ก็ทำให้ได้ออร์เดอร์อย่างคาดไม่ถึง หรือแม้กับข้าราชการ หรือกับเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ บางครั้งการเชื้อเชิญเขาไปดื่ม หรือดื่มเป็นเพื่อน ก็ช่วยให้การเจรจาความบรรลุประสงค์อย่างราบรื่น ดังนั้นหากเราเป็นคนที่ไม่นิยมดื่ม หรือดื่มไม่ยาว (คนเวียดนามดื่มเบียร์เป็นหลัก เบียร์ก็เป็นเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์ต่ำ ทำให้ดื่มได้ยาวมาก) เราก็ควรมีผู้ช่วยที่ดื่มเก่ง และยาวไว้เป็นกองหนุน เมื่อเราต้องขอถอนตัว มิฉะนั้นแทนที่จะได้ธุรกิจหรือการงาน ก็อาจจะกลายเป็นตรงกันข้ามได้

สีที่เป็นมงคลก็คือ สีแดง สีทอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทศกาลเต๊ต เคยมีผู้คิด packaging สินค้า เป็นสีเงินและสีดำ โดยบอกว่าเป็นเทรนด์สมัยใหม่คล้ายภาพยนตร์เรื่อง Matrix ผลปรากฏว่าเสียหายครับ เพราะเขาถือเป็นสีอัปมงคลต้องรีบเปลี่ยนสีแทบไม่ทัน

3.ต้องมีความอดทนและความเข้าใจชาวเวียดนาม

ท่านต้องเป็นผู้ที่มีความอดทนสูง ไม่หงุดหงิดง่าย ต้องพยายามมองโลกในแง่ดี คิดเสียว่าถ้าตลาดนี้ง่ายใคร ๆ ก็คงเข้ามาเต็มไปหมดแล้ว โอกาสก็คงจะไม่มาถึงเรา เพราะท่านอาจจะต้องเจอปัญหาจุกจิกกวนใจมากมาย บางอย่างอาจคาดไม่ถึง มีปัญหาด้านการสื่อสารที่ดูเหมือนว่าจะเข้าใจ แต่ไม่เข้าใจ ฟังดูยังไงชอบกลใช่ไหม ? ลองติดตามดู

3.1 ชาวเวียดนามถือว่าเรื่องหน้าตาเป็นสิ่งสำคัญมาก (เหมือนคนจีน) การบอกว่าไม่รู้เป็นการเสียหน้าอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ท่านมอบหมายงานให้พนักงาน และถามว่ารู้จักโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใหม่นี้ไหม สามารถทำงานที่มอบหมายได้ไหม และจะเสร็จภายในเวลาที่กำหนดได้ไหม คำตอบที่ท่านจะได้รับก็คือว่า รู้ ได้ และได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วอาจจะไม่สามารถทำได้เลย และก็จะไม่มาถามเมื่อติดขัดหรือบอกให้ท่านทราบ ทั้งนี้เพราะชาวเวียดนามถือว่าการบอกว่าไม่รู้นั้นเป็นการเสียหน้า และเขามีความเชื่อมั่นและมั่นใจว่าจะสามารถเรียนรู้ได้ และจะสามารถทำได้

ดังนั้น ถ้าเราไม่เข้าใจตรงนี้เหมือน หลาย ๆ บริษัทที่ผ่านมา ถ้าเรารอจนถึงกำหนดเพราะเข้าใจว่าทำได้ ที่ไหนได้พอถึงเวลาปรากฏว่าเครื่องคอมฯพังไปเรียบร้อย ธุรกิจก็อาจจะเสียหายแล้วความหงุดหงิดก็จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น ท่านต้องไม่ใช้มาตรฐานในประเทศของท่านมาเป็นมาตรฐาน เมื่อมอบหมายงานให้ได้แล้วก็อย่าได้นิ่งนอนใจ หมั่นติดตามตรวจสอบความก้าวหน้า อย่ารอจนถึงวันสุดท้ายถ้าไม่อยากเสียใจ !

3.4 ชาวเวียดนามเป็นคนที่มีความเป็นตัวตนสูง หมายความว่า เป็นคนที่มีศักดิ์ศรีไม่ยอมให้ใครมาดูถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนต่างชาติ ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์เวียดนามก็จะพบว่า

เวียดนามสามารถรบชนะจีน รบชนะฝรั่งเศส และรบชนะอเมริกัน ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะมีความภาคภูมิใจในความเป็นชาวเวียดนาม เคยมีกรณีที่นายจ้างชาวเกาหลีใต้รับจ้างผลิตรองเท้า เดินมาตรวจงานพบว่าพนักงานอู้งานจึงใช้รองเท้าตบหน้าพนักงาน ปรากฏว่าพนักงานพร้อมใจกันสไตรก์ ผลคือนายจ้างต่างชาติคนนั้นถูกส่งออกนอกประเทศภายใน 24 ช.ม. ซึ่งก็มองได้ 2 มิติว่า 1.ถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรี และ 2.เป็นการลงโทษที่ประจานต่อหน้าผู้อื่น ทำให้เสียหน้า

(อ่านต่อตอน 2 ฉบับหน้า)

หมายเหตุ - บทความเรียบเรียงโดย นายวิทยา ศุภธนากุล อดีตผู้จัดการทั่วไป ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ประเทศเวียดนาม ที่มาเป็นวิทยากรให้กับสำนักงานส่งเสริม เอสเอ็มอี (สสว.) ในโครงการจัดทำแผนที่การตลาดกลุ่มประเทศ CLMV

หน้า 44

ที่มา : วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4196  ประชาชาติธุรกิจ

 


ผู้เข้าชม : 2336 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys