Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
สูตรลับแห่งการเปลี่ยนแปลงองค์กร ใจ+การยอมรับ+ความศรัทธาของผู้นำ


m6กครั้งที่องค์กรต้องการเปลี่ยนแปลง ทั้งในเรื่องของการเพิ่มพูนความรู้ในวิชาชีพ การวางแผนการสร้างองค์กร อย่างยั่งยืน และแนวทางการวางแผนการสร้างความเติบโตในสายวิชาชีพของแต่ละคน

ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากความคิดของผู้บริหารระดับสูง

โดยแจ้งผ่านไปยังฝ่ายทรัพยากรมนุษย์

ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์แจ้งผ่านไปยังหัวหน้างานในแต่ละสายเพื่อแจ้งให้พนักงานทุกคนทราบว่า ในอีกไม่กี่วันหรืออาทิตย์หรือเดือนข้างหน้าจะมีองค์กรภายนอก เข้ามาเปลี่ยนแปลงภายใน

เพื่อให้พนักงานทุกคนก้าวข้ามไปสู่ ความเป็นมืออาชีพ

ก้าวไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน

ส่วนใหญ่เมื่อพนักงานถูกรับแจ้งข่าวสารเหล่านี้ หลายคนค่อนข้างรู้สึกตี่นเต้น หลายคนรอคอยเพื่อให้วันนี้มาถึง เพราะเขาทราบดีว่าสิ่งที่ผู้บริหารพยายามหาคนภายนอกเข้ามาอบรมให้ นอกจากเขาจะได้เพิ่มพูนทักษะวิชาชีพ

เขายังจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทัศนคติ และมุมมองต่าง ๆ ด้วย

ที่สำคัญเขาจะได้นำองค์ความรู้เหล่านี้ไปปรับใช้กับวิธีการทำงานที่ไม่เพียงจะเป็นประโยชน์ต่อตัวพนักงาน หากยังเป็นประโยชน์ต่อองค์กรต่อไปภายหน้าด้วย

แต่ทั้งนั้นผู้บริหารระดับสูงจะต้องถูก การยอมรับหรือถูกได้รับการศรัทธาจากพนักงานทั้งองค์กรถึงจะทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ประสบความสำเร็จ

ขณะเดียวกัน หากผู้บริหารระดับสูง ไม่ได้รับการยอมรับ หรือไม่ได้รับความศรัทธาจากพนักงานในองค์กร แนวทาง ในการปรับเปลี่ยนก็อาจไม่สัมฤทธิผล

เพราะเขารู้สึกว่างานก็หนักเหนื่อยพอ อยู่แล้ว ทำไมจะต้องมาเสียเวลาในการ ฝึกอบรมด้วย สู้เอาเวลาเหล่านั้นมาทำงานไม่ดีกว่าหรือ

หรือเอาเวลาเหล่านั้นไปทำอย่างอื่นดีกว่า ดีกว่ามานั่งเสียเวลาไปกับการฝึกอบรม ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น หรืองานดีขึ้นเท่าไร

ฉะนั้น ถ้าองค์กรหนึ่งองค์กรใดกำลังเผชิญวิกฤตอย่างนี้ถือว่าเป็นวิกฤตภายในองค์กรที่หนักหนาสาหัสพอสมควร ทั้งนั้นเพราะผ่านมาพนักงานทั้งระบบมองว่า ผู้บริหารไม่มีความเป็นธรรม

ผู้บริหารเอาแต่พรรคพวกเพื่อนฝูง

หรือผู้บริหารมุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตน

จนทำให้พนักงานคิดว่าผ่านมาเขาทำงานหนักเพื่อองค์กรมาตลอด แต่ผู้บริหารมองไม่เห็นเลย ที่สุดเขาจึงเริ่ม ถอดใจและเริ่มคิดว่าเส้นทางเดินชีวิตการทำงานของเขาตีบตันลงเรื่อย ๆ

ฉะนั้น จะมัวทำงานหนักไปเพื่ออะไร ?

จะมัวแสดงความคิดเห็นอยู่ทำไม ?

สู้เล่นแบบเพลย์เซฟไม่ดีกว่าหรือ เพราะอย่างไรองค์กรอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ หรือถ้าองค์กรอยู่ไม่ได้ เราก็ไม่บาดเจ็บ เพราะเราไม่ได้เป็นผู้บริหาร เราไม่ได้ดูตัวเลขผลกำไร-ขาดทุน เพราะเราเป็นผู้ปฏิบัติ

ฉะนั้นในท้ายที่สุด ผู้บริหารระดับสูง จะเปลี่ยนผู้บริหารคนนั้นออกไป และเรา ก็จะอยู่รอดปลอดภัยต่อไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเหมือนกับหลาย ๆ ครั้งในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด บาปอย่างมาก

ดังนั้น ในประเด็นนี้ต่อให้ผู้บริหารจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์กรให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างไร หากพนักงาน ทั้งหมดขาดความศรัทธาต่อผู้นำเสียแล้ว คงทำยากมาก

เพราะเขารู้สึกต่อต้าน

รู้สึกว่าสิ่งที่ผู้บริหารท่านนั้นพยายามทำ ไม่ใช่เพียงทำเพื่อพนักงานทั้งหมดจริง หากทำเพื่อให้เขารอดพ้นจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงของตัว ผู้บริหารเองต่างหาก

เขาจึงร่วมฝึกอบรมไปอย่างนั้นโดยไม่มีจิตใจของความเป็นหนึ่งเดียว ท้ายที่สุด ผู้บริหารจะฝ่อไปในที่สุด ส่วนตัวพนักงานเหล่านั้นก็จะร่วมหัวจมท้ายกับคนที่คิดเหมือนกันว่าผู้บริหารท่านนั้นล้มเหลว

ฉะนั้น ทางแก้ของเรื่องนี้จึงต้องแก้วิกฤตศรัทธาเสียก่อน ต้องทำให้พนักงานทุกคนเกิดความเชื่อมั่นว่า ผ่านมาสิ่งที่ทุกคนคิดว่าผม ฉัน หรือดิฉันไม่เป็นธรรมนั้นมีเรื่องอะไรบ้าง

เสมือนเป็นการเปิดใจคุยกัน

พร้อมยังให้วิจารณ์ทุกหัวข้อของความไม่เป็นธรรม เพื่อที่จะให้เขาเห็นว่าผม ฉัน หรือดิฉันเปิดไต๋คุยกับคุณอย่างหมดเปลือกแล้ว จากนั้นจึงเริ่มเล่าในสิ่งที่ ผู้บริหารระดับสูงสะท้อนลงมา

พร้อมยกตัวเลขประกอบว่า หากองค์กรเราไม่ปรับเปลี่ยนจะเกิดผลเสียอย่างไรบ้าง ทั้งในเรื่องธุรกิจ ผลประกอบการ สวัสดิการ โบนัส รวมถึงการเติบโตของพนักงานทั้งระบบ

โดยชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสียอย่างเป็น รูปธรรม ทั้งยังจะต้องชี้ให้เห็นถึงความจริงใจของเราว่า สิ่งที่เราพยายามจะ ปรับเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อให้ตัวเองรอด หากเพื่อให้พนักงานทุกคนมีสิทธิรอด เหมือนกัน

ดังนั้น จึงต้องถามเขากลับว่าจะเลือกแบบไหน ?

ซึ่งคำตอบไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใด ผู้บริหารจะต้องยืนอยู่ข้างพนักงานก่อนเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งแสดงเจตจำนงไปเลยว่า หากการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ล้มเหลว ผม ฉัน หรือดิฉันจะยอมลาออกก่อนที่ทุกคนจะออก

เสมือนเป็นการแสดงความจริงใจ

เพื่อให้ทุกคนเห็นและเกิดความศรัทธา เพราะความศรัทธาเป็นต้นธารแห่งความสำเร็จ และความล้มเหลว ผู้นำ หรือ ผู้บริหารก็เช่นกัน

ฉะนั้น การจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง นอกจากผู้บริหารจะต้องสร้างศรัทธาให้เกิดการยอมรับ ให้ได้ ผู้บริหารยังจะต้องมีความจริงใจและมีความเป็นธรรมด้วย

ที่สำคัญจะต้องทำให้ทุกคนเห็น

ไม่ใช่เห็นหรือยอมรับเพียงไม่กี่คน ส่วนที่เหลืออีกร้อยคน พันคน กลับไม่เห็น ก็ไม่มีประโยชน์อะไร อีกสิ่งหนึ่งคือจะต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และสื่อสารอย่างเข้าใจด้วย

ซึ่งผ่านมาผู้บริหารหรือผู้นำมักเชื่อว่าการสื่อสารในระดับเดียวกันน่าจะนำสารที่สื่อนั้นขยายออกไปในวงกว้างได้ ซึ่งถือว่าเป็นความคิดที่ถูกเพียงระดับหนึ่ง

เพราะเกิดขึ้นกับระดับปฏิบัติงานบางส่วนเท่านั้น

แต่ถ้าเป็นการร่วมมือทั้งระบบหรือ ทั้งองค์กร ผู้บริหารจะต้องสื่อสารด้วยตัวเอง เพราะการสื่อสารด้วยตัวเอง ไม่เพียงทำให้พนักงานทั้งหมดรับรู้ถึงความรู้สึก ของผู้บริหาร

ยังทำให้พนักงานทราบด้วยว่าผู้บริหารจะนำพาองค์กรไปทางไหน ?

เสมือนเป็นการเปิดวิสัยทัศน์แบบปลายเปิดที่ไม่เพียงจะต้องอาศัยพนักงานทุกคนช่วยกันระดมสมองอย่างพร้อมเพรียงกัน หากยังจะต้องอาศัยพนักงานทุกคนเข้าร่วมกับภารกิจในการเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่าง มีความเป็นทีมเวิร์กด้วย

ถึงจะทำให้พนักงานทุกคนมีความสุข

มีความเป็นธรรม

พร้อมกับมีความศรัทธา จนทำให้องค์กรก้าวข้ามไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่ทำได้ทั้งสิ้น ?

หน้า 31

 

ที่มา : วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4196  ประชาชาติธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 1220 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys