Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
ปรับยุทธศาสตร์ การพัฒนาสู่โลกสีเขียว


คอลัมน์ เปิดมุมมอง


โดย ดร.พิมพิดา จรรยารักษ์สกุล Vice President, Project Development บริษัท แมเนจเมนท์ โซลูชั่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หนึ่งในกลุ่มบริษัททีม


การปรับยุทธศาสตร์การพัฒนาให้มุ่งไปตามกระแสโลกสีเขียว (Green Trend) เชื่อมโยงกับแผนเศรษฐกิจในรูปแบบของการออกแบบอย่างยั่งยืน หรือการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความหมายเกี่ยวข้องตั้งแต่การออกแบบวัตถุขนาดเล็กไปจนถึงการออกแบบสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ให้สอดคล้องกับกฎทางเศรษฐกิจ สังคม ทั้งยังพยายามเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติให้มากที่สุด

หนึ่งในกระแสโลกสีเขียวที่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานสำหรับปัจจัยในการออกแบบงานด้านอาคาร อาคารชุด อาคารชุมนุมคน โรงมหรสพ สำนักงาน โรงงาน โรงแรม สถานศึกษา สถานพยาบาล สถานบริการ ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้า และที่อยู่อาศัยในอนาคต คืออาคารสีเขียว (Green Building) จะรับรับรองคุณสมบัติของอาคารที่เกื้อหนุนต่อธรรมชาติและมนุษย์ โดยที่อาคารเหล่านั้นถูกออกแบบมาเพื่อการอนุรักษ์พลังงานในอาคารโดยการลดการใช้พลังงานให้น้อยลง มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

ในปัจจุบันสภาอาคารเขียวสหรัฐอเมริกา (US.Green Building Council) ซึ่งมีมานานมากกว่า 10 ปี เป็นองค์กรอิสระที่รับรองอาคารสีเขียวทั่วโลก และเป็นที่ยอมรับด้วยเกณฑ์มาตรฐานต้นแบบตาม LEED (Leadership In Energy and Environmental Design) สำหรับอาคารและโครงการบางแห่งในประเทศไทยก็ได้เริ่มนำมาตรฐานของ LEED มาใช้รับรองบ้างแล้ว แม้ว่าอาคารเขียวในประเทศไทยยังอยู่ในช่วงการศึกษา กำหนด และนำหลักเกณฑ์มาตรฐานต่าง ๆ ที่ใช้ในต่างประเทศมาปรับใช้ให้เหมาะสม โดยผู้ดำเนินโครงการสามารถดึงเอาเฉพาะหลักเกณฑ์สำคัญบางประการที่ควรคำนึงถึงและนำมาปรับใช้ตั้งแต่ช่วง Feasibility Study, Conceptual Design, Preliminary Design, Final Design และช่วงการก่อสร้างอาคาร นอกจากจะยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอาคารที่ใช้งานแล้ว

หลักเกณฑ์หลัก ๆ ใน LEED ประกอบด้วย

1.การพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน (Sustainable Site)

เริ่มตั้งแต่การเลือกพื้นที่พัฒนาโครงการ โดยพื้นที่ที่เลือกไม่ควรทำลายหรือมีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์นั้น ๆ รวมถึงการปรับปรุงสถานที่ที่เคยถูกทำลายทางสิ่งแวดล้อม เสื่อมสภาพ หรือเคยถูกพัฒนามาแล้ว กระทั่งการเลือกใช้พื้นที่ที่สามารถเชื่อมต่อกับการขนส่งมวลชนเพื่อลดผลกระทบและมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมจากการใช้ยานพาหนะ และการสร้าง Infrastructure เช่น ถนน ที่จอดรถ นอกจากนี้ยังส่งเสริมการใช้รถที่พ่นควันพิษน้อย หรือ Zero Emission Vehicles (ZEV) และรถพวก hybrid vehicles เพื่อเป็นการลดมลภาวะและผลกระทบที่ดินเนื่องจากการใช้รถยนต์ กระทั่งอาจสร้างที่จอดรถน้อย ๆ เพื่อกระตุ้นให้ใช้คาร์พูลส์ (Car pools) เป็นต้น

เน้นการใช้ทางเท้าที่สามารถระบายความร้อน (Open Grid Pavement System) ลดการใช้พื้นที่ footprint ใช้วัสดุสำหรับทางเท้า หลังคา ถนนที่มีค่าสะท้อนแสงอาทิตย์สูงเพื่อลดอุณหภูมิและระบายความร้อนบนพื้นผิว หลีกเลี่ยงการสร้างทางเท้า หรือถนนที่น้ำระบายไม่ได้หรือยาก และสนับสนุนการปลูกพืชที่ช่วยลดการกัดเชาะและช่วยกรองสิ่งสกปรก ลดการใช้แสงสว่างเกินความจำเป็น เพิ่ม night sky access และพัฒนาการมองเห็นตอนกลางคืนไม่ให้มีการสะท้อนแสง และลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและสัตว์กลางคืน

2.การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ (Water Efficiency)

การใช้น้ำในอาคารและนอกอาคารให้มีประโยชน์สูงสุด กำหนดปริมาณการใช้น้ำ ลดการผลิตน้ำเสียที่ต้องบำบัด โดยใช้น้ำจากระบบที่ประหยัดพลังงาน และสามารถเปิดปิดได้เองอัตโนมัติ รวมทั้งการใช้น้ำนอกอาคารสำหรับกิจกรรมทางภูมิสถาปัตยกรรมจากน้ำฝน หรือน้ำที่ถูกบำบัดมาในขั้นเบื้องต้น อาคารทั่วไปอาจมีระบบบำบัดน้ำทิ้งหลายขั้นตอนก่อนนำกลับมาใช้งานหรือปล่อยสู่ธรรมชาติ แต่การใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต้องควบคุมกระบวนการบำบัดน้ำในแต่ละขั้นด้วย เพราะการใช้น้ำในแต่ละส่วนไม่จำเป็นต้องบำบัดให้สะอาดมากนัก เช่น น้ำที่ใช้รดน้ำต้นไม้ น้ำในการสุขา ชักโครก ดังนั้นการเลือกใช้น้ำบำบัดในแต่ละขั้นให้มีประสิทธิภาพ จะสามารถลดภาระของศูนย์บำบัดน้ำเสียได้

3.พลังงานและชั้นบรรยากาศ (Energy and Atmosphere)

ลดพลังงานเชื้อเพลิงที่ต้องใช้การเผาไหม้ ลดการใช้สาร CFC หรือไม่ใช้เลย เพื่อลดการทำลายชั้นโอโซน (Ozone depletion) ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน (Renewable Energy) หรือใช้แหล่งพลังงานที่สามารถผลิตจากธรรมชาติให้ได้ประโยชน์สูงสุด สนับสนุนการพัฒนาพลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ เช่น พลังงานจากแสงอาทิตย์ (solar) พลังจากลม (wind) ความร้อนจากดิน (geothermal) มวลชีวภาพ (biomass) หรือการใช้พลังน้ำ (low impact hydro) รวมถึงการใช้พลังงานที่สามารถผลิตเองได้ที่ site ให้มากขึ้น เพื่อลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับพลังงานและการใช้เชื้อเพลิง

4.การเลือกใช้วัสดุ (Material & Resources)

จัดหาวัสดุที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เลือกใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย หรือเพิ่มอายุการใช้งานของโครงสร้าง และวัสดุที่เคยใช้งานแล้วนำกลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อลดการทิ้งขยะ รวมทั้งลดการผลิตวัสดุใหม่ทดแทน จัดหาที่ที่สามารถทิ้งวัสดุที่ไม่เป็นอันตราย แยกประเภทของวัสดุ เช่น กระดาษ แก้ว พลาสติก กระป๋อง เศษเหล็ก เป็นต้น รวมถึงการเลือกใช้วัตถุดิบที่สามารถผลิตหรือเจริญเติบโตได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี สนับสนุนการใช้วัสดุในพื้นที่เพื่อลดผลกระทบของการใช้พลังงานในการขนส่ง และเน้นการใช้วัสดุที่ไม่มีกลิ่นเป็นอันตรายกับผู้อยู่อาศัย

5.คุณภาพสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร (Indoor Environmental Quality)

การก่อสร้างอาคารสำนักงานก็จะต้องคำนึงถึงประโยชน์และสุขภาพของผู้ใช้งานอาคาร ทั้งระบบระบายอากาศ รูปแบบในการตกแต่ง รูปทรงทางสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ ควบคุมแสงธรรมชาติและการถ่ายเทอากาศเข้าออก เพื่อลดการใช้พลังงานทั้งจากการใช้เครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง โดยการใช้วัสดุ อุปกรณ์ ระบบการดำเนินงาน นอกจากนี้มีการควบคุมอากาศโดยการตรวจวัดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในที่ชุมชนแออัด รวมถึงทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอาคารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ในประเทศไทยคาดว่าจะสามารถมีเกณฑ์รับรองอาคารสีเขียวของไทยได้เองในปี 2553 โดยเป็นความร่วมมือของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. และสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ นอกจากนี้แล้วยังมีการส่งเสริมและให้ความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐและสมาคมวิชาชีพอื่นๆ เช่น กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมควบคุมมลพิษ สมาคมปรับอากาศแห่งประเทศไทย สมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะกระทรวงพลังงานมีการจัดทำกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์ในการออกแบบอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงมีขนาดพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกัน ตั้งแต่ 2000 ตารางเมตรขึ้นไปต้องออกแบบให้อนุรักษ์พลังงานตามกฎ Building Energy Code ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา

 

ที่มา:วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4185  ประชาชาติธุรกิจ
 


ผู้เข้าชม : 1423 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys