Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
"การถาม"

คอลัมน์ Executive Coach นี้เป็นการรวบรวมประสบการณ์ที่ผู้เขียนได้เคยเข้าไปโค้ชให้กับผู้บริหารในสถานการณ์ที่เป็นปัญหาของ ผู้บริหารที่หลากหลายและแตกต่างกันออกไป โดยสิ่งที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังนี้อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริหารอีกหลายคนมาปรับใช้ในการบริหารงานของตนเองได้

สำหรับเรื่องแรกที่จะเล่าให้ฟังนี้ เป็นเรื่องของผู้บริหารระดับสูงท่านหนึ่ง ที่พอได้เรียนรู้การ coaching ก็เกิดความชื่นชอบกับวิธีการ coaching และคิดว่าการโค้ชน่าจะเป็นแนวทางที่ดีอย่างหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเรื่องบริหารคนที่เขากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันได้ โดยปัญหาที่เกิดขึ้นของ ลูกน้อง คือ ลูกน้องมักไม่ค่อยกล้าคิด หรือสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ รวมถึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ดังนั้นเพื่อให้ปัญหานี้หมดไป ตัวเขาก็พร้อมเสมอที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นโค้ชที่ดี โดยสิ่งหนึ่งที่เขาเรียนรู้ในการเป็นโค้ชที่ดีได้จะต้อง "ตั้งคำถามที่ดี" ได้ และเขาก็ใช้วิธีการตั้งคำถามเป็นตัวตั้งต้นในการสวมบทบาทโค้ช

ซึ่งแนวทางการตั้งคำถามในหลักการโค้ชจะมีแนวคิดอยู่ว่า เมื่อเราถามลูกน้อง ลูกน้องจะเป็นผู้ที่ "เริ่มคิด" ซึ่งถ้าเราถามคำถามเกี่ยวกับปัญหาที่ลูกน้องกำลังเผชิญอยู่ ลูกน้องก็จะได้เริ่มพัฒนาตนเองโดยการคิดหาคำตอบนั้น ๆ ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะทำให้ลูกน้องเกิดความมั่นใจ ฝึกการคิดในแง่มุมใหม่ ๆ เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยหัวหน้าเป็น ผู้สนับสนุนหรือกระตุ้นความคิด ซึ่งจะ แตกต่างจากการรอรับคำสั่งจากหัวหน้าแต่เพียงอย่างเดียว ที่อาจทำให้ลูกน้องเป็นแค่เพียงคนทำตามคำสั่ง และเมื่อนานวันเข้าลูกน้องจะไม่กล้าคิดหรือแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

จากหลักการตั้ง "คำถาม" เพื่อพัฒนาลูกน้องตามหลักการโค้ชนี้เอง ทำให้ผู้บริหารท่านนี้ซึ่งโดยปกติเป็นคนที่ชอบทำงานแบบรวดเร็ว ฉับไว คิดทุกสิ่ง ทุกอย่างด้วยตัวเอง ทำให้ลูกน้องก็จะไม่ค่อยกล้าแสดงความเห็นสักเท่าไร พอท่านได้รับการโค้ชจากผมในช่วงแรก ทำให้ผู้บริหารท่านนี้ได้เริ่มมองเห็นว่าตัวเองอาจเป็นต้นตอให้เกิดปัญหานี้ในลูกน้อง ดังนั้นท่านจึงตั้งเป้าหมายเลยว่า ลูกน้องของท่านควรที่จะต้องเริ่มที่จะพัฒนาการแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเองบ้าง ไม่ใช่รอพึ่งคำสั่งอย่างเดียว ดังนั้นท่านจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงตนเองจากผู้ที่เคยออกคำสั่ง เพื่อแก้ไขปัญหาเปลี่ยนมาเป็นการตั้งคำถาม เพื่อกระตุ้นให้ลูกน้องคิดเอง ซึ่งตามหลักการนี้น่าจะเริ่มส่งผลดีต่อการทำงานของลูกน้องที่จะทำให้ลูกน้องคิดได้ด้วยตัวเอง และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แต่ผลลัพธ์ที่ได้กับ "ผิดคาด" เพราะ ลูกน้องกลับไม่ยอมเอ่ยปากแสดงความ คิดเห็นใด ๆ ตามที่ท่านต้องการเลย ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปถามด้วยวิธีการใดก็ไม่ได้รู้สึกว่าลูกน้องจะพยายามคิดหาทางออกด้วยตัวเองอย่างที่ท่านต้องการเลย กลับรอคำสั่งจากท่านเช่นเดิม และที่แปลกยิ่งกว่าก็คือ การไม่แสดงความเห็นนี้ ไม่ได้เกิดกับใครคนใดคนหนึ่ง กลับเป็นเหมือนกันทุก ๆ คน จนทำให้ผู้บริหารท่านนี้เริ่มที่จะข้องใจในกระบวนการโค้ชว่าใช้งานได้จริงหรือไม่

หลังจากนั้น ท่านก็มาปรึกษาผมอีกครั้งในเรื่องนี้ ผมก็เลยลองสอบถามรายละเอียดทั้งหมดดู ทั้งจากลูกน้องและวิธีการโค้ชของผู้บริหารท่านนี้ คำตอบที่ได้รับทำให้ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเป็น เช่นนี้ !

สิ่งที่ผมได้รับ คือ ลูกน้องของท่านในตอนแรก ๆ จะรู้สึกดีมากว่าหัวหน้า "เปลี่ยนไป" ในทางที่ดีขึ้น ดูแล้วรู้สึกน่าเข้าหามากกว่าเดิม แต่ประเด็นของการโค้ชด้วยวิธีตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความคิดนั้น ในตอนแรก ๆ ลูกน้องรู้สึกดีใจที่หัวหน้าได้เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นออกมาใน หลาย ๆ เรื่อง ทั้งด้านการพัฒนาองค์กร หรือการแก้ไขปัญหา แต่เมื่อมีการตั้งคำถามจริงและลูกน้องก็ตอบคำถามด้วยความคิดและความสามารถของลูกน้องจริง ๆ ผู้บริหารท่านนี้ก็จะปฏิเสธแทบทุกครั้ง และที่สำคัญผู้บริหารก็จะเสนอแนวทาง อื่น ๆ ที่อยู่ในหัวของเขาออกมา ซึ่งเป็นอย่างนี้แทบทุกครั้ง ดังนั้นลูกน้องจึงเกิดความรู้สึกว่า

"ไม่รู้จะถามไปทำไมในเมื่อคุณมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว"

เมื่อได้สัมผัสวิธีการโค้ชของผู้บริหารท่านนี้แล้ว ลูกน้องทุกคนสรุปเหมือนกันว่า "ท่านไม่แตกต่างจากเดิมเลย" เพราะท่านยังไม่ได้เปลี่ยนความคิดที่มีต่อลูกน้อง ท่านมองลูกน้องด้วยความคิด "ในทางลบ" เช่นเดิม ดังนั้นการ coaching ที่นำมาใช้จึงนำมาแค่เพียงรูปแบบเท่านั้น ไม่ได้นำหัวใจของการโค้ชมาด้วย ซึ่ง หัวใจหลักของการโค้ช คือ "ความไว้วางใจ" ที่มีต่อลูกน้อง ความเชื่อถือในความคิด และความสามารถของลูกน้อง ซึ่งต่อให้คุณมีวิธีการโค้ชที่ดีมากเท่าใด แต่ถ้าไม่มีความไว้วางใจให้แก่ลูกน้องแล้ว การพัฒนาลูกน้องอย่างที่เราต้องการก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย !

ที่มา: วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4179  ประชาชาติธุรกิจ คอลัมน์ EXECUTIVE COACH โดย คม สุวรรณพิมล kom@coachforgoal.com


ผู้เข้าชม : 1668 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys